[รีวิว] Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ให้เสียงเปี่ยมคุณภาพบนดีไซน์สวยสะอาด ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งครึ่งต่อครึ่ง!
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Huawei ประเทศไทย ได้เปิดตัว Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สายสไตล์ minimal ที่มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนรุ่นแรกของวงการ ด้วยหน้าตาและฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะนำไปเทียบกับหูฟังยอดนิยมของอีกแบรนด์หนึ่ง อย่างไรก็ดี Huawei FreeBuds 3 มีราคาเปิดตัวที่ถูกกว่าถึงครึ่งต่อครึ่ง เพียงแค่ 4,990 บาทเท่านั้น ทำให้เป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว แต่ด้วยค่าตัวขนาดนี้ หลายคนอาจจะสงสัยในประสิทธิภาพกันอย่างแน่นอน ในโอกาสนี้พวกเราทีมงาน Thaimobilecenter จึงขอนำ Huawei FreeBuds 3 มาทดลองใช้งานและรีวิวให้ได้ชมกัน หูฟังน้องใหม่รุ่นนี้จะมีทีเด็ดพอจะงัดกับคู่แข่งแบรนด์ดังทั้งหลายได้หรือไม่ เราไปดูกันเลยครับ
ดีไซน์ภายนอก


Huawei Freebuds 3 มาในกล่องแพ็คเกจ 2 ชั้นสีขาวเรียบง่ายสะอาดตา เมื่อดึงกล่องด้านในออกมาและเปิดออก จะพบกับ huawei Freebuds 3 นอนสงบนิ่งอยู่ภายใน และสาย USB Type-C ที่อยู่ในกล่องเล็กด้านล่าง

เมื่อดึงกล่องรองออกมาจะพบกับคู่มือการใช้งาน และแผ่น QR Code สำหรับสแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Huawei AI Life ที่ใช้ในการตั้งค่า Huawei Freebuds 3 ซึ่งเราจะมาดูขั้นตอนการตั้งค่ากันในส่วนต่อไปครับ


Huawei Freebuds 3 มาในเคสกลมเกลี้ยง ดูสะอาดและเรียบง่าย โดยมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่อยู่ที่ฐาน

ด้านข้างตัวเคสจะมีปุ่มฟังก์ชันที่ใช้ในการเริ่มต้นเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ซึ่งดูกลมกลืนไปกับตัวเคส อาจจะสังเกตยากนิดนึง

เมื่อเปิดฝาเคสออกจะพบกับหูฟัง Freebuds 3 ทั้งเคสและตัวหูฟังจะมีแบตเตอรี่ของตัวเอง โดยแบตเตอรี่ของหูฟังสามารถใช้งานได้ 4 ชั่วโมง เมื่อเก็บหูฟังลงในเคส หูฟังจะได้รับการชาร์จทันทีโดยดึงไฟจากแบตเตอรี่ของตัวเคส ซึ่งเคสที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มจะสามารถชาร์จหูฟังได้ประมาณ 5 ครั้ง รวมแล้วสามารถใช้งานได้ถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากจะชาร์จด้วยสาย USB Type-C ได้แล้ว เรายังสามารถชาร์จ Huawei Freebuds 3 บนแท่นชาร์จไร้สาย หรือวางไว้บนสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Reverse Charging ได้ด้วย
เริ่มต้นใช้งาน

ก่อนอื่นให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Huawei AI Life ลงบนสมาร์ทโฟนของเราก่อน โดยสแกน QR Code ที่ให้มาในกล่อง หรือที่ลิงค์ด้านล่างนี้
ดาวน์โหลด Huawei AI Life


เมื่อติดตั้งแล้ว เราจะสามารถดูแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ของหูฟังและเคสได้ รวมไปถึงการตั้งค่าตัดเสียงรบกวน และการอัปเดตเฟิร์มแวร์

การตั้งค่าตัดเสียงรบกวนของ Huawei Freebuds 3 ทำได้ง่ายๆ โดยค่อยๆ หมุนไดอัลไปจนกว่าหูทั้งสองข้างของเราจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง (ความรู้สึกคล้ายหูอื้อ) ซึ่งหูของแต่ละคนก็จะมีการตั้งค่าที่แตกต่างกันออกไป

Huawei Freebuds 3 ควบคุมได้ด้วยการแตะ 2 ครั้งบนหูฟังทั้งด้านซ้ายและขวา เราสามารถเปลี่ยนคำสั่งได้หลายแบบ ผ่านแอป Huawei AI Life

คุณภาพเสียงเรียกได้ว่าดีทีเดียวสำหรับหูฟังไร้สายราคาไม่เกิน 5,000 บาท แนวเสียงมีความสด ย่านเสียงกลางและเสียงสูงโดดเด่น เบสแน่นพอสมควร โดยรวมเหมาะกับเพลงที่เน้นเสียงร้องเป็นหลักครับ
การใช้งานคู่กับ iPhone
เนื่องจากแอปพลิเคชัน Huawei AI Life ยังไม่มีบน App Store ทำให้ผู้ที่ใช้ iPhone ไม่สามารถตั้งค่าการตัดเสียงรบกวนได้โดยตรง แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับ iPhone ผ่าน Bluetooth และใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เราสามารถตั้งค่าหูฟังผ่านแอป Huawei AI Life บนสมาร์ทโฟน Android เครื่องอื่นก่อนจะนำมาใช้กับ iPhone ได้ เนื่องจากข้อมูลการตั้งค่าจะถูกเก็บไว้ในตัวหูฟังครับ
สรุปการรีวิว

Huawei Freebuds 3 เป็นหูฟังไร้สายที่มีดีกว่าที่คิดไว้ ตั้งแต่ดีไซน์แบบ Simple is Best ที่เข้ากับเครื่องแต่งกายแทบทุกแนว ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจ จุดเด่นอย่างแรกของหูฟังรุ่นนี้คือคุณภาพเสียงที่สู้กับหูฟังคู่แข่งได้สบายๆ โดยมีย่านเสียงกลางและสูงที่โดดเด่น เหมาะกับการฟังเพลงหลายแนว ส่วนระบบตัดเสียงรบกวนที่เป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ก็มีประสิทธิภาพน่าประทับใจสำหรับหูฟังไร้สาย แม้ว่าจะไม่ใช่หูฟัง in-ear ก็ตาม โดยตัดเสียงอื้ออึงรอบข้างที่เป็น white noise ได้เกือบหมด แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือการตัดเสียงลมซึ่งทำได้ดีมากๆ แม้จะลองคุยโทรศัพท์หน้าพัดลม ปลายสายก็ยังได้ยินเสียงของเราชัดเจน ซึ่งมีหูฟังอยู่ไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ทำได้ดีขนาดนี้ในราคาที่เท่าๆ กัน
นอกจากเรื่องเสียง การเชื่อมต่อ Bluetooth ก็แข็งแรงเช่นกัน ไม่โดนรบกวนจากสัญญาณ Bluetooth ของอุปกรณ์อื่นได้ง่ายๆ สามารถใส่เดินในห้าง หรือในที่ที่มีสัญญาณ Bluetooth ชุกชุมได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
สำหรับแบตเตอรี่ ตัวหูฟังใช้งานได้ 4 ชั่วโมง หากรวมแบตเตอรี่จากเคสด้วยแล้วจะใช้งานได้ประมาณ 20 ชั่วโมง จึงอาจจะต้องมีชาร์จบ้างระหว่างวัน แต่ก็ชดเชยด้วยการชาร์จที่ทำได้หลายวิธี ทั้งชาร์จผ่านสาย USB Type-C, ชาร์จบน Wireless Charger และชาร์จแบบ Reverse Charging ด้วยการวางบนสมาร์ทโฟนที่รองรับ ซึ่งสะดวก และยืดหยุ่นมากๆ
อย่างไรก็ดี Huawei Freebuds 3 ยังมีข้อจำกัดด้านการควบคุมอยู่บ้าง เพราะรองรับแค่การแตะ 2 ครั้งเท่านั้น และไม่มีคำสั่งเพิ่ม-ลดเสียง อีกทั้งยังมีดีเลย์หลังแตะเล็กน้อย ซึ่งก็หวังว่าทาง Huawei จะออกอัปเดตเฟิร์มแวร์มาแก้ไขในเร็วๆ นี้
โดยรวมแล้วทีมงานมองว่า Huawei Freebuds 3 เป็นหูฟังไร้สายที่เสียงดี และมีประสิทธิภาพคุ้มราคา เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ
ราคา และการวางจำหน่าย

Huawei FreeBuds 3 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 4,990 บาท มีสองสีให้เลือกได้แก่ สีดำ Carbon Black และ สีขาว Ceramic White เปิดให้พรีออร์เดอร์แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และจะวางจำหน่ายทั่วไปในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้ผู้ที่พรีออร์เดอร์จะได้รับแท่นชาร์จไร้สาย Huawei Wireless Charger 15W มูลค่า 1,490 บาท เป็นของแถมกลับบ้านไปด้วยครับ

บทความรีวิวโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/11/2562






