หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 11/11/2564

รวมวิธีแก้ปัญหาแอป Facebook, Line และ Messenger ไม่แจ้งเตือน ทำอย่างไร มาดูกัน

 

หลายคนอาจจะพบเจอปัญหาแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook, Messenger ไปจนถึง Line ไม่แจ้งเตือน หรือแจ้งเตือนช้ากว่าปกติ ทำให้ในบางครั้งอาจพลาดการแจ้งเตือนสำคัญ เช่น การติดต่อคุยงานกับลูกค้า หรือการโทรเข้าจาก Messenger ซึ่งหากใครที่เจอปัญหานี้อยู่ และไม่อยากที่จะรีเซ็ตมือถือ หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ ลองแก้ตามนี้กันดูก่อนครับ

 

1.ตรวจสอบการตั้งค่าการแจ้งเตือน

เบื้องต้นลองตรวจสอบก่อนว่า มีการเปิดใช้งานการแจ้งเตือนของแต่ละแอปพลิเคชันเอาไว้หรือไม่ โดยเข้าไปที่แอปพลิเคชัน 

 

มือถือ Android

  • การตั้งค่า > การแจ้งเตือน
  • ตรวจสอบว่า ได้ทำการเปิดใช้งานการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันนั้นหรือไม่
  • แตะที่แอปพลิเคชัน  พร้อมกับตั้งค่าการแจ้งเตือนดังนี้ให้ครบถ้วน 1. แสดงการแจ้งเตือน 2. แสดงป้ายไอคอนแอป 3. การแจ้งเตือนหน้าต่างลอย 4. การแจ้งเตือนในหน้าจอล็อก

 

มือถือ iPhone

  • การตั้งค่า > การแจ้งเตือน
  • ตรวจสอบว่ามีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ กำหนดเวลาส่งสรุป หรือไม่ หากเปิดใช้งานอยู่ ให้ทำการปิดฟีเจอร์ดังกล่าว
  • แตะ แสดงตัวอย่าง และเลือกเมื่อไม่ได้ล็อค หรือ ตลอดเวลา
  • แตะที่แอปพลิเคชัน และตรวจสอบว่า ได้ทำการเปิด อนุญาตการแจ้งเตือน หรือไม่ พร้อมกับตรวจสอบแถบ การเตือน ว่าได้มีเครื่องหมายถูกสีฟ้าครบทั้ง 3 ช่องหรือไม่


 

2.ปิดฟีเจอร์การประหยัดพลังงาน

หากตั้งค่าตามข้อ 1 แล้วยังพบปัญหาแอปพลิเคชันไม่ยอมแจ้งเตือน อาจเป็นไปได้ว่าระบบปฏิบัติการมีการหยุดการทำงานของแอปพลิเคชันนั้นเอาไว้ชั่วคราว เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ซึ่งพบได้บ่อยในสมาร์ทโฟน Xiaomi, Redmi และ POCO โดยเราสามารถปิดการทำงานของฟีเจอร์นี้ได้ โดยเข้าไปที่ 

 

มือถือ Android

  • การตั้งค่า > แอป
  • จัดการแอป
  • แตะเลือกแอปพลิเคชันที่ไม่แจ้งเตือน
  • เลือก ตัวประหยัดแบตเตอรี่
  • เลือก ไม่มีการจำกัด

 

มือถือ iPhone

  • การตั้งค่า > ทั่วไป
  • ดึงข้อมูลแอปจากเบื้องหลัง
  • ตรวจสอบว่า ฟีเจอร์ดึงข้อมูลแอปจากเบื้องหลังได้เปิดใช้งาน หรือไม่
  • ตรวจสอบว่า แอปพลิเคชันได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ดึงข้อมูลจากเบื้องหลัง หรือไม่

 

3.รีเซ็ตการตั้งค่า

สำหรับ iPhone หากยังพบว่า แอปพลิเคชันไม่ยอมแจ้งเตือน อาจเป็นไปได้ว่าระบบอาจมีการตั้งค่าที่ผิดพลาดบางอย่าง ซึ่งการรีเซ็ตการตั้งค่าอาจช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ (รีเซ็ตการตั้งค่าแบบไม่ลบข้อมูลในเครื่อง) โดยเข้าไปที่

  • การตั้งค่า > ทั่วไป
  • ถ่ายโอน หรือรีเซ็ต iPhone
  • แตะ รีเซ็ต และเลือก รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด

 

4. อัปเดตแอปพลิเคชัน และระบบปฏิบัติการ 

ในบางครั้งปัญหาการแจ้งเตือนอาจมาจากบัคของตัวแอปพลิเคชันเอง ซึ่งในบางครั้งผู้พัฒนาอาจทราบถึงจุดนี้ และทำการปล่อยอัปเดตแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้เข้าไปที่ App Store หรือ Play Store และตรวจสอบว่า แอปฯ มีอัปเดตเวอร์ชันใหม่หรือไม่ และทำการอัปเดตให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ ปัญหาการแจ้งเตือนอาจมาจากบัคของระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกัน โดยให้ลองตรวจสอบว่ามือถือของเรามีอัปเดตแพทซ์ระบบปฏิบัติการใหม่หรือไม่ โดยมือถือ Android ให้เข้าไปที่การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์ > อัปเดตระบบ ส่วน iPhone ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

 

5. รีเซ็ตสมาร์ทโฟน

หากทดลองวิธีทั้งหมดแล้วยังไม่หาย แนะนำให้ลองรีสาร์ทสมาร์ทโฟนสักรอบ เพื่อเป็นการเริ่มต้นการทำงานของระบบ รวมถึงแอปพลิเคชันใหม่ แต่หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ทางทีมงานแนะนำให้รีเซ็ตสมาร์ทโฟนให้เป็นค่าจากโรงงาน แต่วิธีนี้ข้อมูลทั้งหมดจะหายไป ดังนั้นก่อนรีเซ็ต ให้ทำการสำรองข้อมูลเอาไว้ก่อน โดยวิธีการรีเซ็ตค่าโรงงานมีดังนี้

 

มือถือ Android

  • การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์
  • สำรองข้อมูล และรีเซ็ต
  • ลบข้อมูลทั้งหมด

 

มือถือ iPhone

  • การตั้งค่า > ทั่วไป
  • ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone
  • ลบข้อมูลเนื้อหา และกาตั้งค่าทั้งหมด

วันที่ : 11/11/2564

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy