หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/11/2563

มือถือ Android จะได้อัปเดตกี่ปี่? รุ่นไหนเสี่ยงลอยแพ?

 

เรียกได้ว่าการอัปเดตเวอร์ชัน Android OS ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android เลยก็ว่าได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีการประกาศกำหนดการอัปเดตอย่างแน่นอน จึงอาจกล่าวได้ว่าถ้ามีให้อัปเดตตอนไหนก็ได้รับตอนนั้น อีกทั้งในแต่ละแบรนด์ก็มีกำหนดการปล่อยอัปเดตไม่เหมือนกัน ซึ่งในบางปีก็มีการอัปเดตระบบหลายครั้งทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ Google เจ้าของระบบปฏิบัติการ Android OS ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกได้ปรับแผนใหม่ ด้วยการเปิดตัวระบบปฏิบัติการหลัก 1 เวอร์ชันต่อปี และออกอัปเดต Security Patch อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อป้องกันอันตรายทางไซเบอร์ต่างๆ

เป็นที่ทราบกันดีกว่าทาง Google จะทำการเปิดตัว Android OS เวอร์ชันใหม่ในทุกปี ปีละ 1 ครั้ง พร้อมกับการอัปเดต Security Patch อีกอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และสมาร์ทโฟนที่จะได้รับการอัปเดตโดยตรงจากทาง Google แบบทันทีหลังเปิดตัว นั้นก็จะมีเฉพาะสมาร์ทโฟนที่ผลิตจาก Google เท่านั้น นั่นก็คือ สมาร์ทโฟนตระกูล Google Pixel รวมถึงสมาร์ทโฟน Android One โครงการที่ทาง Google มีจุดประสงค์ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่ด้วยนั่นเอง ส่วนสมาร์ทโฟนจากแบรนด์อื่นที่ใช้งาน Android OS ต้องรอจนกว่าทางค่ายจะปรับแต่ง OS เวอร์ชันนั้นๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานของค่ายก่อน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร

คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วสมาร์ทโฟนของเราจะได้รับการอัปเดต Android OS เมื่อใด? และจะได้อัปเดตต่อไปอีกกี่ปี? วันนี้ทางทีมงานจึงมาสรุปข้อมูลให้ทุกท่านได้ทราบว่า ผู้ใช้มือถือ Android แบรนด์อื่นนอกจากของ Google จะสามารถรู้ได้อย่างไรกันว่ามือถือที่ใช้งานอยู่นั้นจะมีสิทธิ์ได้ไปต่อกับ OS เวอร์ชันใหม่ๆ หรือไม่ และอะไรที่เป็นปัจจัยในการตัดสินของค่ายว่ามือถือรุ่นใดควรได้ไปต่อ แล้วการที่มือถือรุ่นนั้นไม่ได้รับอัปเดต OS เท่ากับว่าจะไม่สามารถใช้งานได้อีกเลยหรือไม่ ถูกลอยแพจริงๆ อย่างที่มีกระแสกันหรือเปล่า วันนี้เรามาลองทำความเข้าใจ และรู้จักกับการอัปเดต Android OS ให้มากขึ้นกันค่ะ

 

กว่าจะมาเป็น Android OS เวอร์ชันใหม่ให้เราอัปเดต ต้องผ่านอะไรบ้าง?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า กว่าที่สมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์จะได้รับอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android รวมถึง Security Patch นั้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าทำไมสมาร์ทโฟนบางรุ่นถึงอัปเดตช้า-เร็ว ไม่เท่ากัน หรือบางรุ่นก็ไม่ได้รับอัปเดตเลย โดยทาง Sony ได้อธิบายเอาไว้ดังนี้

 

Phase 1

1. เริ่มแรก Google จะทำการส่ง Platform Development Kit (PDK) ซึ่งข้างใน PDK จะประกอบไปด้วย Source Files (ยังไม่มี Android ตัวจริง) มาให้กับแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนก่อนที่ Android เวอร์ชันใหม่จะมีการปล่อยอัปเดต เพื่อให้ทางแบรนด์ผู้ผลิตมีเวลาพัฒนา ทดสอบ และปรับจูน

2.หลังจากที่ Google ปล่อย Android เวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการแล้ว ทางแบรนด์จะเริ่มนำซอฟท์แวร์ของระบบ Android เวอร์ชันใหม่มาปรับจูนให้เข้ากับระบบของแบรนด์มือถือแต่ละค่าย

3.ทำ HAL (Hardware Abstraction Layer) ซึ่งเป็นการปรับจูนชิปแต่ละรุ่นของแต่ละแบรนด์ ให้สามารถทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ Android เวอร์ชันใหม่ได้ ซึ่งทาง Sony อธิบายว่ากระบวนการนี้ผู้ผลิตแบรนด์มือถือจะรับหน้าที่ในการพัฒนาด้วยตนเอง 

4.เริ่มปรับจูนฟังก์ชันพื้นฐานให้สามารถทำงานร่วมกับ Android เวอร์ชันใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการโทรเข้า-ออก, ระบบส่งข้อความ และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

5.เริ่มปรับจูนฟังก์ชันพิเศษของมือถือแต่ละแบรนด์ให้ทำงานร่วมกับ Android เวอร์ชชันใหม่ โดยอย่างเช่นในแบรนด์ Sony จะมีการใส่ฟีเจอร์ Lockscreen, รายชื่อผู้ติดต่อ, แอปฯ Music, แอปฯ Movies, แอปฯ Album, แอปฯ Camera ไปจนถึงแอปฯ Email เป็นต้น

6.ทำการเทสระบบ Android เวอร์ชันใหม่แบบภายใน ว่าสามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนของตนเองได้มีประสิทธิภาพมากพอในสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันหรือไม่ ซึ่งหากมีบั๊ก หรือปัญหาต่างๆ ก็จะได้รับการแก้ไขในจุดนี้ทันที

7.ในขณะที่ทดสอบระบบ Android แบบภายใน ทาง Sony จะมีการปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ทดสอบด้วย โดยการทดสอบครั้งนี้จะเน้นไปในเรื่องของความเสถียร และประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลัก ซึ่งหากผลทดสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจแล้ว ก็จะมีการส่งไปให้องค์กรอื่นๆ ทำการรับรองต่อไป

 

ที่มา : SONY

Phase 2

8.ตรวจสอบว่าระบบต่างๆ มีประสิทธิภาพมากพอที่จะผ่านมาตรฐานทดสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth Certification หรือ Wi-Fi SIG 

9.ผู้ให้บริการเครือข่ายบางรายจะมีการเข้ามาช่วยทดสอบซอฟท์แวร์ Android เวอร์ชันใหม่ที่แบรนด์ทำการพัฒนาแล้ว เพื่อช่วยให้มั่นใจว่า จะสามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายนั้นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

10.หลังจากที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการปล่อย Android เวอร์ชันใหม่ล่าสุดให้กับผู้ใช้ทั่วไปได้ทำการอัปเดตใช้งาน

11.แม้ว่ากระบวนการพัฒนา Android เวอร์ชันใหม่จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่งานของแบรนด์ผู้ผลิตมือถือยังไม่จบ เพราะต้องคอยตรวจสอบตามโซเชียลมีเดีย และฟอรั่มต่างๆ ว่าผู้ใช้ประสบปัญหาอะไรหรือไม่ โดยบริษัทจะนำฟีดแบ็คเหล่านี้ไปทำการวางแผนสำหรับปล่อยซอฟท์แวร์ Android เวอร์ชันใหม่ต่อไป

 

ทำไมบางรุ่นถึงไม่ได้อัปเดต Android เวอร์ชันใหม่?

 

กล่าวได้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Android OS ออกมาหลายร้อยรุ่น ด้วยความที่ Android OS เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด (Open source) ที่ใครก็สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ต่างกับทาง iOS ที่เป็นระบบปิด มีให้ใช้งานเฉพาะ iDevice เท่านั้น และอุปกรณ์ iDevice ก็ถือได้ว่ามีจำนวนน้อยกว่าทาง Android อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

จากข้างต้น สมาร์ทโฟน Android OS ในปัจจุบันมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ระดับเรือธงรุ่นท็อปสุดของค่าย รองลงมาในระดับรองเรือธง ระดับกลางที่มีฟีเจอร์ครบครันในราคาสบายกระเป๋า ไปจนถึงระดับเริ่มต้นในงบพันต้นๆ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นเหตุให้ทางผู้ผลิตต้องทำการปรับแต่ง Android OS ให้ใช้งานได้กับทุกรุ่น ทุกระดับ และนั่นยังไม่รวมถึงฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาอีก กล่าวในอีกทางหนึ่งก็สรุปได้ว่า Android OS เป็นระบบปฏิบบัติที่เปิดกว้าง สามารถปรับแก้ไข พร้อมเพิ่มลูกเล่นที่น่าสนใจได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การปรับแต่ง หรือการแก้ไขต่างๆ มีความยุ่งยาก และต้องใช้เวลามากตามไปด้วยนั่นเอง

สำหรับสมาร์ทโฟน Android จากทาง Google และโครงการ Google One ที่เป็นมือถือที่ผลิตขึ้นภายใต้การดูแลของ Google ในลักษณะเดียวกับ iPhone ของ Apple ในปัจจุบันก็คือ Google Pixel Series ที่ Google ได้ออกแบบระบบที่เป็นมิตร และเข้าถึง User Experience ได้ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

 

ทำไมถึงโดนลอยแพ?

ที่มา : Sammobile

 

คำว่า "ลอยแพ" เป็นศัพท์แสลงที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android OS มักหยิบยกมาใช้ในกรณีที่สมาร์ทโฟนของตนไม่ได้รับการอัปเดต Android เป็นเวอร์ชันใหม่นั่นเอง ซึ่งการโดนลอยแพนั้น ต้องย้อนกลับไปถึงกระบวนการพัฒนา และปรับแต่ง Android ในข้างต้น ที่จำเป็นต้องทำให้ใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนที่มีความแตกต่างกันในทุกๆ ด้าน และทางผู้ผลิตเองก็มีการพัฒนา User Interface ที่ต่างกันออกไป โดยมักจะมีการปรับแต่งดีไซน์ และลูกเล่นต่างๆ ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น และเพื่อให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ด้วยนั่นเอง 

ซึ่งการปรับแต่งดังกล่าวจะมีรายละเอียดที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อมีอัปเดตเวอร์ชันใหม่มา ทางแบรนด์ก็ต้องนำเอา Android OS เวอร์ชันใหม่ที่อยู่ในฐานะตัวกลางมาปรับแต่งระบบเพิ่มเติมให้เข้ากับสมาร์ทโฟนภายในค่าย และ UI เฉพาะของตนเอง จึงจะสามารถปล่อยอัปเดตให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ 

ดังนั้นการปล่อยอัปเดตของแต่ละแบรนด์ที่ล่าช้าก็มีจากกระบวนการเหล่านี้นั่นเอง และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ เมื่อมีอัปเดตเวอร์ชันใหม่ สเปกเครื่องขั้นต่ำที่ต้องการก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้มือถือรุ่นเก่าๆ อาจไม่สามารถใช้งานได้ระบบใหม่ได้ดีพอ ทางค่ายจึงตัดสินใจไม่อัปเดตให้ จึงอาจกล่าวได้ว่าสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นมีความเสี่ยงสูงมากที่จะไม่ได้รับการอัปเดตใดๆ เลย 

นอกจากปัจจัยด้านฮาร์ดแวร์แล้ว แผนการตลาด และการดำเนินธุรกิจก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ส่งผลต่อการอัปเดต ให้ลองพิจารณาง่ายๆ ว่าใน 1 ปี ทางแบรนด์ A มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมาทั้งหมด 5 รุ่น ในปีถัดไปก็จะต้องมีการปรับแก้ไข Android OS ให้เหมาะสมกับทั้ง 5 รุ่นนี้ และหากมีการเปิดตัว 5 รุ่นในทุกปีติดต่อกัน 4 ปี นั่นก็หมายถึงการที่แบรนด์ต้องปรับแก้ Android OS ให้เหมาะสมกับสมาร์ทโฟนทั้งหมด 20 รุ่นที่มความแตกต่างกัน 

แน่นอนว่าการปรับแก้ Android OS ให้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นนั้นต้องอาศัยทรัพยากรขององค์กรเป็นจำนวนมากตามไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทางแบรนด์จำเป็นต้องเลือกเฉพาะรุ่นที่มีผู้ใช้เยอะที่สุด หรือขายดีที่สุดมาทำต่อ ส่วนรุ่นอื่นอาจจะไม่อัปเดต เพราะอย่างไรเสียก็มีรุ่นใหม่เปิดตัวในปีต่อไปอยู่แล้ว หรือฮาร์ดแวร์อาจไม่รองรับ Android เวอร์ชันใหม่ เป็นต้น

 

มือถือ Android จะได้อัปเดตกี่ปี่?

ในปัจจุบันการการันตีการอัปเดตเวอร์ชัน Android OS ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดขายของบางแบรนด์ ยกตัวอย่างทาง Samsung ที่ประกาศการันตีอัปเดตให้สมาร์ทโฟนระดับท็อปของค่ายทั้งหมด 3 Generation หรือ Android OS 3 เวอร์ชันใหม่ (ตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่ : รวมมือถือ Samsung ทั้งหมด 31 รุ่น ที่จะได้อัปเดต Android นาน 3 เวอร์ชัน)

หรืออย่างทาง Google ผู้พัฒนา Android เองก็การันตีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ให้กับ Google Pixel อยู่ที่ 2 - 3 ปี แล้วแต่รุ่น แต่ก็มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะซื้อรุ่นใดก็จะไม่โดนลอยแพอย่างแน่นอน รวมไปถึงสมาร์ทโฟนโครงการ Android One ที่การันตีการอัปเดตถึง 2 ปี 

สำหรับแบรนด์อื่นจะมีกำหนดการอัปเดตที่ไม่แน่นอน บางรุ่นอาจจะได้รับการอัปเดต 1 ครั้ง ขณะที่บางรุ่นก็จะไม่ได้รับการอัปเดตเวอร์ชัน Android เลย ซึ่งอาจต้องติดตามการประกาศโดยตรงจากทางค่าย ส่วนการอัปเดต Security Patch จะมีให้ต่อเนื่องในทุกเดือนอยู่แล้ว

 

บทสรุป

หากท่านให้ความสำคัญกับตัวเวอร์ชันระบบปฏิบัติการมากเป็นพิเศษ ทางทีมงานขอแนะนำให้เลี่ยงการซื้อสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ได้รับการอัปเดตเวอร์ชัน Android OS (ได้เฉพาะ Security Patch) และหากต้องการให้มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องก็อาจต้องมองเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นท็อปสุดแทน ที่มั่นใจได้ว่าจะได้รับการอัปเดตอย่างน้อย 1 หรือ 2 ครั้ง และอาจถึง 3 ครั้ง หรืออีกหนึ่งกลุ่มที่จะได้รับการอัปเดตได้แก่สมาร์ทโฟนระดับ Mid-High หรือรุ่นระดับกลางจากซีรีส์ยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากนั่นเอง

แต่ทั้งนี้การที่ไม่ได้รับการอัปเดตเวอร์ชัน Android OS ใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถใช้งานใดๆ อีกต่อไปได้เลย เพราะถึงแม้จะไม่มีการอัปเดต Android OS แต่แอปพลิเคชันต่างๆ ก็ยังใช้งานได้ตามปกติ สำหรับสิ่งที่ควรกังวลหากสมาร์ทโฟนไม่ได้อัปเดตต่อก็คือ ความปลอดภัย เนื่องจากการอัปเดตซอฟท์แวร์แต่ละครั้งจะมีการอุดช่องโหว่ของตัวระบบปฏิบัติการ Android เพื่อป้องกันสมาร์ทโฟนจากมัลแวร์ รวมถึงผู้ไม่หวังดีในการเข้ามาโจรกรรมข้อมูลภายในสมาร์ทโฟนผู้ใช้งาน 

ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ก็อาจต้องพิจารณาถึงในจุดนี้เพิ่มเติมนอกเหนือจากเรื่องสเปก หรือราคาด้วยเช่นกัน สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

 

ที่มา : AVG


วันที่ : 18/11/2563

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy