หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/7/2561

รีวิวกล้อง Honor 10 สมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่พลัง AI ผสานกล้องเซลฟี่ 24 ล้าน ในราคา 13,990 บาท ภาพที่ได้จะเป็นอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกัน!

 

สำหรับ Honor 10 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่จากแบรนด์ Honor ที่เปิดราคาวางจำหน่ายเอาไว้ค่อนข้างน่าสนใจที่ 13,990 บาทนั้น นอกเหนือจากจะมีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์กระจกแบบไล่เฉดสีสะดุดตา รวมไปถึงคุณสมบัติระดับท็อปด้วยชิปพลัง AI ที่มีความเร็วแรงแล้ว Honor 10 ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพด้วยการมาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ความละเอียดระดับ 16+24 ล้านพิกเซล ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับช่วยปรับแต่งการถ่ายภาพให้อัตโนมัติ ซึ่งนับว่าช่วยอำนวยความสะดวกด้านการถ่ายภาพสำหรับผู้ใช้งานในทุกๆ ระดับ ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ก็จัดวางความละเอียดมาให้ที่ระดับ 24 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ รวมไปถึงโหมดการถ่ายภาพหน้าสวย (Beauty)

 

ในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้นำ Honor 10 ไปลองถ่ายภาพในโหมดต่างๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รวมไปถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Honor 10 ว่าจะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการถ่ายภาพมากน้อยเพียงใด โดยภาพที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

 

สำหรับระบบกล้องหลังคู่ของ Honor แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักเซ็นเซอร์รับภาพขาวดำ (Monochrome Sensor) ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และกล้องตัวรองเซ็นเซอร์รับภาพสี (RGB Sensor) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งกล้องทั้งสองตัวมีรูรับแสงกว้างเท่ากันที่ F/1.8 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual-Core Phase Detection Auto Focus ทำให้สามารถโฟกัสได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเมื่อลองนำไปถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับน้องหมาตามภาพด้านต้น ก็พบว่ายังสามารถจับโฟกัสได้ค่อนข้างแม่นยำ ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัด

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของกล้อง Honor 10 ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ การมาพร้อมกับกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี Multi-Scence Recognition ซึ่งเป็นการนำเอา AI มาช่วยจำแนกซีนการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ ได้มากถึง 500 ซีนจากทั้งหมด 22 หมวดหมู่ เช่น อาหาร, สัตว์เลี้ยง, คน, ดอกไม้, หรือกลางคืน เพื่อนำไปปรับแต่งการตั้งค่าของกล้อง รวมถึงสีสันภายในภาพให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปปรับแต่งต่อในแอปพลิเคชันอื่นๆ แต่อย่างใด

 

ในบางซีนอย่างเช่น การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง นั้น ตัว AI ของ Honor 10 จะมีการเปิดเอฟเฟ็กต์เบลอฉากหลังให้แบบอัตโนมัติ เพื่อเสริมให้ภาพมีความโดดเด่นขึ้น แต่จุดที่น่าสนใจคือ การตัดขอบตัวแบบสัตว์เลี้ยงที่มักจะเป็นขนปุยๆ Honor 10 ก็ยังสามารถตัดได้อย่างแม่นยำ ไม่ปรากฏการเบลอผิดพลาดให้เห็นมากนัก

 

นอกจากนี้ AI ของ Honor 10 ยังมีความสามารถในเรื่องของ Image Segmentation ซึ่งเป็นการนำเอา AI เข้ามาแยกแยะรายละเอียด ตัวแบบ หรือวัตถุต่างๆ ที่อยู่บนภาพเดียวกันได้สูงสุดถึง 10 Objects เพื่อนำไปปรับแต่งสีสันเฉพาะจุดให้มีความเหมาะสมได้ ซึ่งภายในงานเปิดตัวทาง Honor ได้ยกตัวอย่างภาพถ่ายด้านต้นที่ภายในภาพมีรายละเอียดค่อนข้างหลากหลาย ประกอบไปด้วย คน, ม้า, ใบหญ้าสีเขียว และท้องฟ้า แต่ AI ของ Honor ก็ยังสามารถแยกแยะรายละเอียดเหล่านี้ได้

 


สังเกตภาพด้านบน และภาพด้านล่าง จะเห็นว่าต้นไม้ และท้องฟ้ามีความสดใสขึ้น

จากที่ทีมงานได้ลองทดสอบระบบ Image Segmentation ก็พบว่า Honor 10 ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว ซึ่งจะสังเกตจากภาพด้านต้นที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทั้ง อาคาร, ท้องฟ้า, ต้นไม้ และใบหญ้าสีเขียว แต่ AI ของ Honor สามารถแยกแยะรายละเอียดแต่ละจุด พร้อมกับปรับแต่งสีสันให้อัตโนมัติ ซึ่งจะเห็นได้จาก ท้องฟ้า และต้นไม้ใบหญ้าที่มีความสดใสมากยิ่งขึ้น

 

ลองถ่ายภาพด้วยโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode) กันดูบ้าง ซึ่งในโหมดนี้ตัวซอฟท์แวร์จะทำการแยกแยะตัวแบบออกจากแบ๊กกราวด์ด้านหลัง และทำการละลายฉากหลังเพื่อให้ตัวแบบดูมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากที่ได้ทำการทดสอบก็พบว่า AI ของ Honor 10 สามารถตัดขอบของตัวแบบได้ค่อนข้างแม่นยำ ไม่ค่อยเบลอเส้นผมไปกับฉากหลังมากนัก พร้อมกับสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้ (Bokeh) เป็นดวงกลมให้เห็นแบบเด่นชัด

 

และเมื่อลองนำไปถ่ายในซีนที่แบ๊กกราวด์มีความซับซ้อนเหมือนกับภาพด้านต้น ซึ่งนับว่าเป็นซีนที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ เนื่องจากหากซอฟท์แวร์ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้มีการตัดขอบวัตถุบางส่วนไปกับฉากหลัง หรือในบางครั้งจะไม่มีการเบลอช่องว่างระว่างตัวแบบ หรือฉากหลังอย่างที่ควรจะเป็น แต่จากที่ลองทดสอบด้วย Honor 10 ก็พบว่า AI ยังสามารถตัดขอบของตัวแบบได้อย่างน่าประทับใจ และที่น่าสนใจคือ AI ยังสามารถเบลอช่องว่างระหว่างต้นไผ่ได้ค่อนข้างแม่นยำอีกด้วย

 

ในโหมดถ่ายภาพ Portrait นั้น ยังมีฟังก์ชัน 3D Lighting Effects ซึ่งเป็นการจัดแสงให้แก่ใบหน้าตัวแบบในรูปแบบต่างๆ คล้ายกับการจัดไฟในสตูดิโอ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ประกอบด้วย

 

  • Soft Lighting - จัดแสงแบบนุ่มนวลเข้าหาตัวแบบ
  • Butterfly Lighting - จัดแสงเข้าหาใบหน้าตัวแบบจากมุมสูง โดยจะเน้นแสงไปที่บริเวณหน้าผาก คาง และจมูก ทำให้เกิดเงาเป็นคล้ายกับรูปผีเสื้อบริเวณใต้ปีกจมูก
  • Split Lighting - จัดแสงเข้าหาตัวแบบจากมุมด้านข้างเข้าหาตัวแบบ
  • Stage Lighting - จัดแสงจากด้านบนในแนวเฉียงเข้าหาใบหน้าตัวแบบ คล้ายกับการจัดไฟบนเวที
  • Classic Lighting - จัดแสงเข้าหาใบหน้าตัวแบบโดยตรง พร้อมปรับโทนภาพเป็นสีขาวดำ

 

นอกเหนือจากการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมด Portrait แล้ว Honor 10 ยังมีโหมดการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแยกโดยเฉพาะในชื่อ Aperture ซึ่งเป็นการจำลองค่าการปรับค่ารูรับแสง หรือค่า F ตั้งแต่ F/0.95 ไปจนถึง F/16 (ค่า F ยิ่งน้อย ฉากหลังยิ่งละลาย) เพื่อช่วยสร้างระดับของการเบลอฉากหลังคล้ายกับการถ่ายภาพด้วยกล้อง mirrorless หรือกล้อง DSLR นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับระดับของการเบลอ รวมไปถึงเลือกจุดโฟกัสหลังจากถ่ายภาพไปแล้วได้อีกด้วย

 

Honor ยังมาพร้อมอีกหนึ่งฟังก์ชันเด่นที่เหมาะแก่การนำไปเพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพอย่างโหมด Monochrome หรือการถ่ายภาพในโทนสีแบบ-ขาวดำ โดยใช้ประโยชน์จากเซ็นเซอร์รับภาพขาวดำของกล้องตัวหลัก ซึ่งในโหมด Monochrome นั้น จะมีออปชันให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ประกอบไปด้วย Normal ซึ่งเป็นการถ่ายภาพขาว-ดำ แบบทั่วไป, Apeture ถ่ายภาพโทนสีขาว-ดำ พร้อมปรับค่ารูรับแสง และ Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลในโทนสีแบบขาว-ดำ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ให้แก่ภาพถ่ายได้มากยิ่งขึ้น

 


ขั้นตอนการทำงานของฟังก์ชัน Night Mode

อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ Night Mode ซึ่งเป็นโหมดที่ถูกออกแบบมาสำหรับการถ่ายกลางคืน หรือสภาวะแสงน้อย ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ Honor 10 จะทำการเปิดหน้ากล้องค้างไว้เป็นเวลาประมาณ 3-18 วินาที  (ขึ้นอยู่กับสภาพแสง ณ ช่วงเวลานั้น) จากนั้นจะนำภาพที่ได้มาผสานรวมกัน เพื่อช่วยให้ภาพมีความคมชัด และสว่างมากยิ่งขึ้น

 

ซึ่งจากภาพด้านต้นที่ทีมงานนำมาเปรียบเทียบนั้นจะเห็นได้ว่า ภาพที่ถ่ายด้วยฟังก์ชัน Night Shot จะมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ของตึกด้านหลัง รวมไปถึงท้องฟ้าได้ชัดเจนกว่าภาพที่ถ่ายด้วยโหมดปกติ


ด้านกล้องหน้าเซลฟี่ของ Honor 10 ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กันเนื่องจากจัดวางความละเอียดมาให้ถึง 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 พร้อมรองรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งจากที่ทดสอบนั้นก็พบว่า สามารถตัดขอบได้ค่อนข้างเนียนตาไม่แพ้กล้องหลัง พร้อมกับละลายแบ๊กกราวด์ได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ

 

แต่ในบางครั้งเมื่อถ่ายภาพในซีนที่มีความซับซ้อน ตัวกล้องอาจปรากฏอาการเบลอที่ผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง อย่างเช่นภาพด้านต้นที่กล้องมีการเบลอสายนาฬิกาบางส่วนรวมไปกับฉากหลัง แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากการตัดขอบวัตถุ และการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันยังเป็นการเบลอด้วยซอฟท์แวร์ รวมทั้งสมาร์ทโฟนยังมีข้อจำกัดในเรื่องฮาร์ดแวร์ด้านเซ็นเซอร์รับภาพ และเลนส์ที่มีขนาดเล็ก ทำให้อาจเบลอได้ไม่เนียนตาเหมือนกับกล้องใหญ่นัก แต่คาดว่าภายในอนาคตทาง Honor จะมีการปรับปรุงด้านซอฟท์แวร์ของกล้องถ่ายภาพให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น พร้อมกับปล่อยอัปเดตให้ภายหลัง

 

ซึ่งนอกจากโหมดการถ่ายภาพเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอแล้ว กล้องหน้าของ Honor 10 ยังมาพร้อมกับโหมด Beauty ที่เป็นการนำซอฟท์แวร์เข้ามาช่วยปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้ดูมีความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งลบริ้วรอยใต้ดวงตา และเพิ่มเอฟเฟ็กต์ให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวา ในขณะที่ยังรักษาสีสัน และรายละเอียดแสงเงาบนใบหน้าเอาไว้ ทำให้ภาพดูมีมีติ และไม่แบน

 

อีกทั้ง กล้องหน้าของ Honor 10 ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน 3D Lighting Effects ซึ่งเป็นการจัดแสงให้แก่ตัวแบบเหมือนกับกล้องหลัง โดยสามารถเลือกรูปแบบการจัดแสงได้ทั้งหมด 4 รูปแบบเช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย Soft Lighting, Butterfly Lighting, Split Lighting, Stage Lighting และ Classic Lighting

 

เรียกได้ว่ากล้องของ Honor 10 ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อเทียบกับราคาวางจำหน่ายที่ 13,990 บาท เนื่องจากตัวกล้องถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย พร้อมลูกเล่นการถ่ายภาพต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับช่วยปรับแต่งการตั้งค่า และการปรับแต่งสีสันของภาพถ่ายให้แบบอัตโนมัติ รวมไปถึงโหมดการถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode), โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Apurture Mode) หรือโหมดการถ่ายภาพแบบขาว-ดำ (Monochrome) ที่ช่วยถ่ายทอดอารมณ์ของภาพในรูปแบบต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากความสามารถด้านกล้องแล้ว ด้านประสิทธิภาพการทำงานก็ถือว่าจัดเต็มเช่นเดียวกัน ทั้งชิป AI ตัวท็อป, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) คววามจุ 128GB, แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และการรันด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่อย่าง Android 8.1 Oreo ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งท่านใดที่สนใจ ก็สามารถเข้าไปทดลองใช้ และหาซื้อ Honor 10 ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านครับ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 18/7/2561

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy