หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 27/12/2567

รวมมือถือเรือธงตัวท็อปส่งท้ายปี 2024 มีขายในไทย แรงสะใจ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน


ในที่สุดปี 2024 ก็กำลังจะผ่านพ้นไป หลังจากที่เหนื่อยกันมาทั้งปีหลายคนอาจถือโอกาสนี้ให้รางวัลตัวเองด้วยของขวัญดี ๆ สักชิ้น หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือมือถือเรือธงเครื่องใหม่เจ๋ง ๆ สักเครื่อง เอาไว้ทำงาน ดูหนัง เล่นเกมฟิน ๆ ในวันนี้เราจึงรวบรวมมือถือเรือธงส่งท้ายปี 2024 ที่หาซื้อได้ในไทยช่วงสิ้นปีนี้มาให้ลองเลือกกัน (ไม่นับรวมมือถือจอพับ) มีรุ่นไหนที่โดนใจบ้างไปดูกันเลย

 

Samsung Galaxy S24 Ultra

ราคาเริ่มต้น 36,900 บาท

Samsung Galaxy S24 Ultra คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่ได้รับความนิยมเป็นเบอร์ต้น ๆ ของไทย ณ เวลานี้ คุณสมบัติจัดเต็มทุกด้านไม่ว่าจะในด้านของสเปก, ฟีเจอร์ ไปจนถึงกล้อง โดยในรุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงโทนสีของภาพให้ลดความฉูดฉาดลง ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมอัปเกรดกล้องซูมเป็น Periscope 50MP ซึ่งรับแสงได้ดีกว่าเดิม ช่วยเพิ่มคุณภาพของรูปถ่ายขณะซูม ส่วนเอกลักษณ์การซูม 100x SpaceZoom ก็ยังคงมีให้ใช้เหมือนเดิม แต่คราวนี้มี Galaxy AI เข้ามาช่วยประมวลผลภาพ ทำให้คุณภาพของรูปถ่ายโดยรวมดีขึ้น และคมชัดขึ้น นอกจากจะช่วยประมวลผลภาพถ่ายแล้ว Galaxy AI ยังช่วยในการรีทัชรูปด้วย ช่วยให้เราแก้ไขรูปถ่ายได้แบบเนียน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปลงคอร์สแต่งรูป และที่สำคัญยังมีปากกาในตัวด้วย

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Exynos 2400
  • หน้าจอ Dynamic LTPO AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ อัตรารีเฟรช 120Hz
  • ความจุเริ่มต้น 12/256GB สูงสุด 12/1TB
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 200MP + 10MP Telephoto + 50MP Periscope + 12MP Ultrawide
  • กล้องหน้า 12MP
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh ชาร์จไว 45W

 

iPhone 15 Pro Max

ราคาเริ่มต้น 39,900 บาท

iPhone จัดเป็นมือถือยืนพื้นของคนไทยเลยก็ว่าได้ และรุ่นล่าสุดที่มีขายอยู่ในตอนนี้คือ iPhone 15 Pro Max สำหรับรุ่นนี้ไม่ได้ดีกว่ารุ่น Pro แค่ขนาดของจอที่ใหญ่กว่าเท่านั้น แต่สเปกกล้องยังดีกว่าด้วย โดยสามารถซูม Optical ได้ 5x ในขณะที่ Pro ซูมได้แค่ 3x เท่านั้น นอกจากนี้ ระบบกันสั่นก็เป็นระบบ 3D sensor-shift ที่ล้ำกว่ากันสั่น OIS ในรุ่น Pro ดังนั้นถ้าตั้งใจว่าจะซื้อตระกูล Pro อยู่แล้ว และมีงบเหลือ ก็ขยับไปเป็นตัวท็อปอย่าง Pro Max เลยดีกว่า เพราะจะได้สเปกกล้องที่ดีกว่าตัว Pro ธรรมดาพอสมควร

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Apple A17 Pro
  • หน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1290x2796 พิกเซล อัตรารีเฟรช 120Hz
  • RAM 8GB + ความจุ 256GB / 512GB / 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48MP + 12MP +12MP + LiDAR
  • กล้องหน้า 12MP
  • แบตเตอรี่ 4,441 mAh ชาร์จไว 27W

 

OPPO Find X8 Pro

16+512GB : 39,999 บาท

OPPO Find X8 Pro ก็เป็นมือถือเรือธงเรือธงอีกรุ่นที่ชาวไทยถามหากันมาก ครั้งนี้ยังคงมากับกล้อง Hasselblad ที่ถ่ายรูปและวิดีโอได้อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม แต่ปรับปรุงฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และ AI ให้ดียิ่งขึ้น เรื่องประสิทธิภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะแรงจัดเต็ม ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลแน่นอน หนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้คือมีปุ่ม Quick Button ที่ช่วยให้ถ่ายรูปได้สะดวกขึ้น เหมาะกับการถ่ายรูปในทุก ๆ โอกาสครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุ 16+512GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 50MP + 50MP + 50MP + 50MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 32MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 5,910 mAh ชาร์จไว 80W

 

vivo X200 Pro

16+512GB : 39,999 บาท

vivo X200 Pro คือเรือธงตัวท็อปค่ายฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ในราคาที่ชนกับ OPPO Find X9 Pro พอดี ในแง่ของประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานอาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะต่างก็แรงและพรีเมียมทั้งคู่ แต่จะไปต่างกันตรงซอฟต์แวร์ และสไตล์การถ่ายภาพมากกว่า โดย vivo X200 Pro จะใช้เลนส์และเอฟเฟกต์เลนส์ของ Zeiss ที่เน้นการถ่ายภาพพอร์ตเทรต โดยให้อารมณ์ที่ต่างไฟจากสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่น ๆ ครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400
  • หน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุ 16+512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 200MP + 50MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 32MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 6,000 mAh ชาร์จไว 90W

 

realme GT 7 Pro

12+512GB : 28,999 บาท

realme GT 7 Pro คือเรือธงรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน และโดดเด่นด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite รุ่นใหม่ล่าสุดที่เรียกได้ว่าแรงที่สุดแล้วในเวลานี้ พร้อมอัปเกรดฟังก์ชั่น AI แบบเต็มสตรีมโดยนำมาใช้ทั้งในการทำงานภาพรวม การประมวลผลภาพ และการเล่นเกม พร้อมฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น AI Sketch to Image เปลี่ยนภาพสเก็ตช์ให้กลายเป็นภาพที่มีรายละเอียดครบถ้วนสวยงาม รวมถึง AI Motion Deblur และ AI Telephoto Ultra Clarity ช่วยปรับภาพให้คมชัดและสวยงามอย่างง่ายดาย และ AI Game Super Resolution ช่วยเพิ่มความละเอียดภาพได้สูงสุดถึง 1.5K เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องกล้องแม้จะไม่ได้จับมือกับแบรนด์กล้องชื่อดัง แต่เทคโนโลยีก็ไม่น้อยหน้าเรือธงรุ่นอื่น โดยมีกล้องซูม Optical 3x และยังถ่ายภาพใต้น้ำได้ด้วย

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite
  • หน้าจอ LTPO OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุ 12+512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 50MP + 8MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 16MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 6,310 mAh ชาร์จไว 120W

 

iQOO 13 5G

ราคาเริ่มต้น 27,900 บาท

iQOO 13 5G ก็เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่มาพร้อมกับชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 8 Elite นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอความละเอียด 2K อัตรารีเฟรช 144Hz และมีชิปประมวลผลกราฟิกแยกอีกตัว จึงเหมาะกับการเล่นเกมมาก ๆ ส่วนเรื่องกล้องก็น่าประทับใจโดยมากับกล้อง 50MP ถึง 3 ตัว ที่โดดเด่นทั้งการถ่ายภาพกลางคืนและพอร์ตเทรต และที่ขาดไม่ได้คือฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ซึ่งมีมาให้ครบเช่นกัน

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite
  • หน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 2K อัตรารีเฟรช 144Hz
  • รุ่นความจุ 12+256GB / 12+512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 50MP + 50MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 32MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 6,150 mAh ชาร์จไว 120W

 

Xiaomi 14 Ultra

16+512GB : 35,990 บาท

Xiaomi 14 Ultra เรียกได้ว่าเป็นที่สุดเท่าที่ Xiaomi จะจัดให้ได้แล้วในตอนนี้ นอกจากสเปกที่โดดเด่นสมฐานะเรือธงพรีเมียมแล้ว การถ่ายภาพก็เป็นจุดเด่นสำคัญ การถ่ายภาพของ Xiaomi 14 Ultra จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ซึ่งก็คือโปรไฟล์ภาพสไตล์ Leica ที่โดดเด่นในเรื่องของคอนทราสต์ และโทนสีที่สมจริงเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเสมือนว่าเป็นภาพถ่ายจากกล้องโปรจริง ๆ ขณะเดียวกันยังมีระบบ HDR ที่ดี สามารถจัดการแสงเงาเวลาถ่ายย้อนแสงได้ค่อนข้างน่าประทับใจ นอกจากนี้ และยังมีอุปกรณ์เสริม Photograhy Kit ที่ช่วยให้ถ่ายรูปง่ายขึ้น และให้อารมณ์ที่เหมือนกับกล้องจริง ๆ อีกด้วย แต่ต้องซื้อแยกครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 3
  • หน้าจอ C8 AMOLED ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด 2K พิกเซล อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุ 16+512GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 50MP + 50MP + 50MP + 50MP
  • กล้องหน้า 32MP
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh ชาร์จ 90W ชาร์จไร้สาย 80W

 

HUAWEI Pura70 Ultra

16+512GB : 44,990 บาท

แม้จะไม่ใช่ชื่อที่แมสเท่าเมื่อก่อน แต่หลายคนยังจดจำความเทพของกล้องมือถือ HUAWEI ได้เป็นอย่างดี สำหรับเรือธงรุ่นล่าสุดที่ไม่ใช่จอพับของค่ายนี้คือ HUAWE Pura70 Ultra ซึ่งมากับจุดเด่นไม่เหมือนใครนั่นคือกลไกกล้องที่สามารถยืดหดได้ พร้อมชุดกล้องหลัง 3 ตัวที่มีเซนเซอร์หลักขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว รองรับการซูมแบบ Optical 3.5x และฟีเจอร์ถ่ายภาพมาโคร 35x Super Macro Zoom นอกจากนี้ HUAWEI Pura 70 Ultra ยังมีแบตเตอรี่ความจุสูง 5200mAh ที่มากับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 100W HUAWEI SuperCharge กับระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายความเร็วสูงแบบ 80W Wireless HUAWEI SuperCharge และคุณสมบัติระดับไฮเอนด์อื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนเรื่องการใช้งาน Google ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเครื่องที่ขายในไทยจะมาพร้อมแอป GBox ที่ทำให้เราใช้แอปของ Google ได้ง่าย ๆ และใช้ง่ายกว่าแต่ก่อนด้วยครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Kirin 9010
  • หน้าจอ LTPO OLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 2K อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุ 16+512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 40MP + 50MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 13MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 5,200 mAh ชาร์จไว 100W ชาร์จไร้สาย 80W

 

RedMagic 10 Pro+

ราคาเริ่มต้น 31,990 บาท

RedMagic 10 Pro+ คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก คุณสมบัติทุกอย่างพัฒนาขึ้นโดยมีการเล่นเกมเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอใหญ่ 6.85 นิ้ว อัตรารีเฟรช 144Hz ที่กล้องซ่อนหน้าไว้ใต้จอทำให้มีพื้นที่แสดงผลเต็ม ๆ ไม่มีรูกล้องมากวนใจ, ระบบระบายความร้อนด้วยโลหะเหลวแบบคอมโพสิตที่คอมโบกับพัดลมระบายความร้อน, ปุ่ม shoulder trigger มุมเครื่อง, แบตเตอรี่ซิลิกอนคาร์บอน 7050mAh ชาร์จเร็ว 120W และยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้ด้วยสำหรับหูฟังเล่นเกมคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามรุ่นนี้อาจจะหาซื้อยากนิดหน่อยครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite
  • หน้าจอ OLED BOE Q9+ ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 1.5K อัตรารีเฟรช 144Hz
  • รุ่นความจุ 16+512GB / 24+1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 50MP + 2MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 16MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 7,050 mAh ชาร์จไว 120W

 

Pixel 9 Pro XL

ราคาเริ่มต้น 35,500 บาท

Pixel 9 Pro XL คือเรือธงตัวท็อปรุ่นล่าสุดจาก Google จุดเด่นคือความเรียบง่ายของซอฟต์แวร์ที่คลีนขั้นสุด ไม่มีลูกเล่นหวือหวาอลังการใด ๆ แต่มีประสิทธิภาพรอบด้านที่ทัดเทียมมือถือเรือธงรุ่นอื่น ๆ จึงเป็นมือถือขวัญใจสายอินดี้ในบ้านเรา อีกหนึ่งความไม่เหมือนใครของ Pixel 9 Pro XL คือชิปเซ็ต Google Tensor G4 ที่ไม่เน้นความแรงพลังดิบ แต่เน้นการประมวลผล AI ทำให้ฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ Pixel 9 Pro XL ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ แต่ยังมีคนที่รับมาขายอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็น ROM อเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งสามารถใช้งานในไทยได้ตามปกติครับ

สเปกเบื้องต้น

  • ชิปเซ็ต Google Tensor G4
  • หน้าจอ LTPO OLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K อัตรารีเฟรช 120Hz
  • รุ่นความจุเริ่มต้น 16+128GB สูงสุด 16+1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP + 48MP + 48MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 42MP
  • แบตเตอรี่สูงสุด 5,060 mAh ชาร์จไว 37W

 

และทั้งหมดนี้คือสมาร์ทโฟนเรือธงส่งท้ายปี 2024 แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงการแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเท่านั้น ไม่ได้ประเมิน หรือจัดอันดับว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใดดีกว่ากัน สุดท้ายแล้วสมาร์ทโฟนจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้แต่ละคนครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 27/12/2567

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy