หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 1/8/2565

รู้จัก Nothing แบรนด์มือถือน้องใหม่จากผู้ร่วมก่อตั้ง OnePlus ที่ขายหมดเกลี้ยงใน 3 นาที

 

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่กลายเป็นที่สนใจจากสื่อทั่วโลกภายในระยะเวลาอันสั้นสำหรับ Nothing Tech และล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์อย่าง Phone (1) ก็ได้สร้างเสียงชื่นชมจากดีไซน์สุดแปลกตาที่หาไม่ได้ในสมาร์ทโฟนยุคนี้ แบรนด์นี้มีที่มาอย่างไร มีใครอยู่เบื้องหลัง ทำไมถึงเป็นกระแสได้ไวเช่นนี้ วันนี้เรามาทำความรู้จักแบรนด์น้องใหม่ ภายใต้คอนเซปต์สุดล้ำกันครับ

จุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของ Nothing เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 หลัง Carl Pei หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ OnePlus ที่โด่งดังมาจากการปล่อยสมาร์ทโฟนนักฆ่าเรือธง ได้ตัดสินใจถอนตัวจากแบรนด์ หลังมีข่าวลือว่า Carl ไม่ค่อยปลื้มกับทิศทางของแบรนด์ในช่วงหลังนัก 

หลังออกจาก OnePlus ได้เพียงไม่กี่เดือน Carl Pei ประกาศก่อตั้งแบรนด์ Nothing อย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 27 มกราคม ปี 2021 ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะคิดค้นสินค้าที่ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่อกันอย่างไร้ที่ติ และช่วยพัฒนาชีวิตผู้คนได้อย่างง่ายดาย ไม่เป็นอุปสรรค ไม่มีศัพท์เทคโนโลยีเข้าใจยาก ชื่อสินค้าไม่ซับซ้อนชวนงง  มีความเป็นศิลปะ น่าหลงใหล และไว้ใจได้ เป็นสินค้าที่น่าภูมิใจเมื่อแนะนำให้เพื่อนฝูง หรือครอบครัวได้ใช้ โดยมีคำจำกัดความของแบรนด์ว่า 

 

“เพราะเทคโนโลยีที่งดงามไม่ควรซับซ้อน”

 

เมื่อ “Nothing” เกือบไม่ได้ชื่อ “Nothing”

ที่มาของชื่อแบรนด์นั้นเกิดขึ้นจากความบังเอิญขณะที่ Carl Pei เดินเล่นกับน้องสาวของเขา ซึ่ง Carl เองได้นำ 2 ชื่อที่เขากับคนในทีมได้ช่วยกันคิดก่อนหน้านี้ มาขอความคิดเห็นจากน้องสาว โดย 2 ชื่อที่ว่าคือ Stone และ Next 

น้องสาวของ Carl ที่ฟังอยู่ถึงกับออกปากว่าทั้งสองชื่อนั้น มันออกจะน่าอายไปสักหน่อย Carl ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหัวเสียเล็กน้อย จึงเสนอขึ้นมาอีกหนึ่งชื่อคือ Nothing ซึ่งน้องสาวเขาก็เห็นด้วย จึงกลายมาเป็นชื่อแบรนด์สุดแปลกนั่นเอง

 

รวมพาร์ทเนอร์ระดับบิ๊ก

ในเวลาเพียงไม่กี่ปี Nothing สามารถระดมทุนไปได้มากกว่า 144 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสามารถคว้าเงินทุนจากบริษัทระดับยักษ์อย่าง Google Ventures, EQT Ventures และ C ventures ไปมากกว่า 85 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังมีบุคคลระดับบิ๊กในวงการเทคโนโลยี ตบเท้าเข้าร่วมลงทุนกันอย่างคับคั่ง เช่น 

  • Tony Fadell อดีตวิศวกรจาก Apple ผู้ที่ได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาผู้ให้กำเนิด iPod
  • Casey Neistat ยูทูบเบอร์ชื่อดังผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์มัลติมีเดียอย่าง Beme ที่พึ่งส่งต่อกิจการให้กับสำนักข่าวชื่อดัง CNN
  • Kevin Lin ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งเกมชื่อดังอย่าง Twitch
  • Steve Huffman CEO และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บบอร์ดชื่อดัง Reddit ที่มีผู้เข้าชมสูงที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก

นอกจากนี้ Nothing ยังทำสถิติระดมทุนจากคนจำนวนมาก (Crowdfundding) ได้มากถึง 1 ล้านเหรียญ ฯ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 54 วินาทีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นสถิติล้านแตกที่เร็วที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว 

นอกจากพาร์ทเนอร์ด้านเงินทุนแล้ว Nothing ยังได้จับมือกับ Teenage Engineering บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากประเทศสวีเดน ที่มีชื่อเสียงด้านสินค้าเทคโนโลยีด้านเสียงในดีไซน์สุดมินิมอล และได้ดึงตัว Adam Bates อดีตหัวหน้าแผนก Design & Product Experience จากบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Dyson เพื่อเข้ามาร่วมทีมออกแบบสินค้าให้กับ Nothing อีกด้วย

 

สินค้าชิ้นแรกที่ไม่ใช่มือถือ

27 กรกฎาคม ปี 2021 หลัง Nothing รวบรวมพาร์ทเนอร์ และเงินทุนได้สำเร็จ จึงได้ประกาศเปิดตัว Nothing Ear (1) หูฟังไร้สายแบบ True Wireless อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการชิมลาง และเป็นการทิศทางของแบรนด์เป็นนัย ๆ ก่อนที่จะปล่อยสมาร์ทโฟนเครื่องแรก โดย Ear (1) มาพร้อมกับดีไซน์โปร่งแสงสุดล้ำที่เผยให้เห็นถึงวัสดุด้านใน เพื่อเป็นการยกย่องงานหัตถศิลป์ และเชิดชูความงามของเทคโนโลยี 

นอกจากความสวยงามของดีไซน์แล้ว Nothing ยังได้เคลมว่า Ear (1) ผลิตขึ้นโดยยึดกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Carbon Neutrality เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตหูฟังกว่า 1.78 กิโลกรัม ให้เหลือน้อยที่สุด 

 

ดีไซน์ที่แปลกตา และคอนเซปต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ Nothing Ear (1) ช่วยให้แบรนด์ยิ่งกลายที่เป็นฮือฮาของหลายสื่อ ๆ และบุคคลทั่วไป จนส่งผลให้ Nothing Ear (1) ทำยอดขายได้มากกว่า 400,000 ชิ้นภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือนหลังวางจำหน่าย 

 

เปิดตัว Nothing Phone (1)

หลังสะสมเสียง Hype จนร้อนแรงได้ที่ Nothing ไม่รอช้า เริ่มแผนเดินหน้าโปรโมทสมาร์ทโฟนเครื่องแรกแบบเต็มสูบ โดยค่อย ๆ ปล่อยรูปภาพของตัวเครื่องออกมาทีละส่วนตั้งแต่ต้นปี 2022 จนในที่สุดก็ได้เปิดตัว Nothing Phone (1) ที่มาพร้อมกับดีไซน์ด้านหลังโปร่งใส เห็นชิ้นส่วนด้านในเหมือนกับดีไซน์ของ Nothing Ear (1) ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ โดยมาพร้อมกับไฟ LED Glyph Interface สุดล้ำไม่เหมือนใคร

อ่านสเปก  Nothing Phone (1) โดยละเอียดได้ที่นี่

หากนึกไม่ออกว่ากระแสตอบรับของ Nothing Phone (1) แรงขนาดไหน สามารถอ้างอิงได้จากยอดผู้เข้าชมสเปกมือถือบนเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง GSMArena ที่มียอดผู้เข้าชมเป็นอันดับ 1 กว่า หลายหมื่นคนต่อวัน และในไทยเองที่พึ่งเพิ่งเปิดให้สั่งจองออนไลน์เมื่อไม่กี่วันก่อนผ่าน CARNIVAL ก็ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งสามารถการันตีถึงกระแสความ Hype ของผู้คนได้เป็นอย่างดี 

 

 

เบื้องหลังความสำเร็จ

Nothing ได้ ใช้สูตรสำเร็จในการเรียกกระแส แบบที่เคยใช้กับ OnePlus เช่น แทนที่จะจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ที่เรียกกระแสได้เพียงครู่เดียว Nothing เลือกที่จะค่อย ๆ ปล่อยข้อมูล และเผยรายละเอียดออกมาทีละนิด จนกว่าจะถึงวันเปิดตัว ซึ่งทุกครั้งที่แบรนด์ขยับตัว สื่อในวงการสมาร์ทโฟนก็มักจะรีบข่าวอัปเดตข่าวอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ชื่อของแบรนด์ค่อย ๆ แทรกซึม และกลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันสั้น 

อีกทั้ง Carl Pei ยังได้เล็งเห็นถึงความน่าเบื่อของสมาร์ทโฟน ที่หลายแบรนด์ระดับยักษ์ต่างศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของผู้ใช้ในตลาดชุดเดียวกัน ด้วยวิธีที่เหมือนกัน จนทำให้ขาดความหลากหลายในด้านของดีไซน์ Nothing Phone (1) จึงเลือกที่จะไม่เดินตามความจำเจที่หลายแบรนด์เคยทำมาก่อน และเลือกที่ดีไซน์ตามสัญชาตญาณ ซึ่งสร้างความสดใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนจนเกิดเป็นกระแสแบบปากต่อปากนั่นเอง 

ในระยะเวลาไม่ถึงปีกับสินค้า 2 ชิ้น ก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการสมาร์ทโฟนปี 2022 ได้ถึงขนาดนี้ เดาไม่ถูกเลยว่า ทิศทางในอนาคตของ Nothing จะสามารถสร้างปรากฏการณ์มาปฎิวัติวงการสมาร์ทโฟนที่กำลังอยู่ในช่วงอิ่มตัวได้หรือไม่

 

สำหรับผู้ที่สนใจ Nothing Phone (1) ขณะนี้สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจตัวเครื่องล็อตที่ 2 ได้แล้วที่ DotLife โดยเตรียมเปิดสั่งจองล่วงหน้า เร็ว ๆ นี้

 

อ้างอิงจาก

Nothing, AndroidHeadlines, Engadget, MakeUseOf, GizmoChina, Crowdcube, TechCrunch


วันที่ : 1/8/2565

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy