หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 22/1/2569

ColorOS 16 Stable ปล่อยอัปเดตแล้วบน OPPO Reno 11 Pro, OPPO Reno 11, OPPO Reno 10 Pro Plus, OPPO F25 Pro มาพร้อม Android 16 และฟีเจอร์ AI

 

ColorOS 16 เวอร์ชันเสถียร ปล่อยอัปเดตแล้วสำหรับ OPPO Reno 11 Pro, OPPO Reno 11, OPPO Reno 10 Pro Plus, OPPO F25 Pro

OPPO เริ่มปล่อยอัปเดต ColorOS 16 เวอร์ชัน Global ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยช่วงแรกมุ่งไปที่ OPPO Find N5, OPPO Find N3 Flip และตระกูล OPPO Find X8 ก่อน หลังจากอัปเดตให้กับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของปี 2025 แล้ว ล่าสุดบริษัทได้เริ่มนำอัปเดตที่อิงบน Android 16 ไปยังรุ่นที่เก่าลงด้วย

 

รุ่นที่เริ่มได้อัปเดต ColorOS 16 เวอร์ชันเสถียรแล้ว (Stable)

อ้างอิงจากโพสต์บน Oppo Community ระบุว่า ขณะนี้ ColorOS 16 Stable พร้อมให้อัปเดตสำหรับรุ่นต่อไปนี้ พร้อมหมายเลขเวอร์ชันเฟิร์มแวร์

  • OPPO Reno 11 Pro (CPH2607_16.0.2.401)

  • OPPO Reno 11 (CPH2599_16.0.2.400)

  • OPPO Reno 10 Pro Plus (CPH2521_16.0.2.400)

  • OPPO F25 Pro (CPH2603_16.0.2.400)

ทั้งนี้ การปล่อยอัปเดตจะทยอยเป็นลำดับ และอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าจะครอบคลุมทุกเครื่องในแต่ละภูมิภาค

วิธีตรวจสอบอัปเดตด้วยตนเอง

ผู้ใช้สามารถเช็กอัปเดตได้ที่: Settings > System & Updates > Software Update

 

ฟีเจอร์เด่นของ ColorOS 16 (Global Version)

ColorOS 16 (Global) พัฒนาบน Android 16 โดยเน้น “ความเร็ว”, ฟีเจอร์ที่ฉลาดขึ้น และการใช้งานที่ลื่นไหลมากขึ้นในหลายอุปกรณ์ แกนหลักของระบบอยู่ที่ Luminous Rendering Engine ตัวใหม่ และ Trinity Engine เวอร์ชันอัปเดต ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มเสถียรภาพระบบโดยรวมขึ้น 37% และทำให้แอนิเมชันลื่นขึ้นอย่างรู้สึกได้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้นหรือเรือธง

 

ดีไซน์และการใช้งานหน้าจอ

  • แนวคิดดีไซน์ “Luminous” ถูกนำมาใช้กับอินเทอร์เฟซด้วย

  • เพิ่ม Flux Home Screen แบบใหม่ ไอคอนปรับขนาดได้และปรับตามเลย์เอาต์ได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • Always-On Display ขยายเป็นเต็มหน้าจอ และเปลี่ยนผ่านไปยังล็อกสกรีนได้อย่างลื่นไหล ช่วยให้ประสบการณ์ปลดล็อกต่อเนื่องมากขึ้น

 

AI และ Google Gemini ที่ผสานลึกกว่าเดิม

  • ผสาน Google Gemini มากขึ้น

  • AI Mind Space เป็นศูนย์กลางสำหรับเก็บ รวบรวม จัดระเบียบ และกลับมาทบทวนโน้ตหรือข้อมูลที่บันทึกไว้

  • ฟีเจอร์สายสร้างสรรค์อย่าง AI Portrait Glow และ Master Cut ช่วยให้การแต่งภาพ/ตัดต่อวิดีโอง่ายขึ้น โดยไม่ต้องปรับแบบแมนนวลมาก

 

การเชื่อมต่อและความเป็นส่วนตัว

  • O+ Connect ปรับปรุงการทำงานร่วมกับระบบ Mac และ Windows ให้ดีขึ้น

  • Touch to Share เวอร์ชันปรับปรุง ช่วยให้โอนไฟล์ไปยังอุปกรณ์ iOS ได้ง่ายขึ้น

  • ด้านความเป็นส่วนตัว ใช้ Private Computing Cloud เพื่อประมวลผลงาน AI ที่อ่อนไหวอย่างปลอดภัย

 

โดยรวมแล้ว อัปเดตนี้ถูกวางตำแหน่งให้ “เร็วขึ้น ใช้งานจริงได้มากขึ้น” และเหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานข้ามหลายอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม

 

 

ที่มา: gizmochina


วันที่ : 22/1/2569

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy