หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/11/2563

ซื้อ iPhone เครื่องเปล่า vs เครื่องติดโปร ต่างกันอย่างไร แบบไหนคุ้มกว่ากัน ?

 

คำถามแรกๆ ที่มักเกิดขึ้นกับผู้ใช้เวลาเลือกซื้อสมาร์ทโฟน และยังเป็นคำถามที่มีการ Inbox เข้ามาถามเราอยู่บ่อยๆ คือ “ควรซื้อมือถือเครื่องเปล่า หรือซื้อแบบติดโปรกับผู้ให้บริการด้านเครือข่ายดี?” ยิ่งช่วงนี้ก็ยิ่งมีการถามเข้ามาบ่อยเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ iPhone 12 Series ที่กำลังจะเข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับ iPhone รุ่นเก่าที่พากันลดราคาลงมา ทำให้หลายคนเล็งซื้อ iPhone เครื่องใหม่กันในจังหวะนี้ ดังนั้นพวกเราทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone เครื่องเปล่า และเครื่องติดโปร มาให้ทุกท่านได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจครับ

 

เครื่องเปล่า กับ เครื่องติดโปร ต่างกันอย่างไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคอนเซ็ปท์ของเครื่องทั้งสองรูปแบบกันก่อน สำหรับเครื่องเปล่าส่วนมากจะเป็นสมาร์ทโฟนแบบ Unlocked (ไม่ล็อกซิม) ที่วางขายผ่านร้านค้าตัวแทน, ร้านค้าออนไลน์, หรือผู้ให้บริการด้านเครือข่ายรายต่างๆ โดยไม่มีข้อสัญญาผูกมัด ทำให้ผู้ใช้สามารถนำสมาร์ทโฟนไปใส่ซิมการ์ดของค่ายต่างๆ ได้อย่างอิสระ แต่เครื่องเปล่าบางรุ่นบางประเภทก็มีการล็อกซิมให้ใช้ซิมการ์ดของค่ายใดค่ายหนึ่งอยู่ด้วยเช่นกัน

ส่วนเครื่องติดโปร ส่วนมากเป็นสมาร์ทโฟนแบบ Unlocked ที่ไม่มีการล็อกซิมการ์ดเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่เครื่องติดโปรจะมีข้อสัญญาผูกมัด ที่ลูกค้าจำเป็นจะต้องใช้แพ็กเกจรายเดือนที่ผู้ให้บริการเครือข่ายกำหนดเอาไว้จนกว่าจะครบระยะเวลาที่กำหนด ส่วนมากจะมีระยะเวลาของสัญญาอยู่ที่ 6 เดือน หรือ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นสมาร์ทโฟน และแพ็กเกจ ระหว่างนี้จะไม่สามารถย้ายไปใช้เครือข่ายอื่นๆ หรือปรับเปลี่ยนแพ็กเกจรายเดือนให้มีราคาถูกลงได้

ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการซื้อ iPhone 11 เครื่องติดโปรจากเครือข่าย A ก็ต้องสมัครใช้แพ็กเกจรายเดือนของเครือข่าย A ที่กำหนด (สมมติว่าต้องสมัครแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท) เป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้เราจะไม่สามารถย้ายไปใช้เครือข่ายอื่นๆ ที่ไม่ใช่เครือข่าย A ได้ รวมทั้งจะไม่สามารถปรับไปใช้แพ็กเกจที่มีราคาถูกกว่า 699 บาทได้

ทั้งนี้ เราสามารถยกเลิกสัญญากลางคันได้ แต่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับให้แก่ผู้ให้บริการ ซึ่งไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ครับ

 

จุดเด่นของเครื่องเปล่า vs เครื่องติดโปร

สำหรับจุดเด่นของเครื่องเปล่าอย่างที่กล่าวไปด้านต้นว่า เป็นการซื้อสมาร์ทโฟนแบบจ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีข้อสัญญาผูกมัดใดๆ และไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปใส่ซิมการ์ดของเครือข่ายต่างๆ ได้ รวมถึงสามารถเลือกใช้แพ็กเกจมือถือทั้งในรูปแบบเติมเงิน หรือรายเดือน ตามพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละท่าน และยังสามารถปรับเปลี่ยนแพ็กเกจการใช้งาน หรือย้ายไปใช้เครือข่ายอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากไม่มีข้อสัญญาผูกมัด

จุดเด่นของเครื่องติดโปรอยู่ตรงที่ ผู้ใช้จะได้รับส่วนลดพิเศษสำหรับค่าเครื่องเมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่ผู้ให้บริการเครือข่ายกำหนด และหากยิ่งสมัครแพ็กเกจที่มีราคาสูง ก็จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องที่สูงตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น iPhone 11 Pro Max รุ่นความจุ 256GB ของค่าย A มีราคาเครื่องเปล่าอยู่ที่ 40,900 บาทต่หากซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ 1,499 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,200 บาท (ค่าบริการล่วงหน้าจะถูกนำไปแบ่งหักเป็นส่วนลดบริการรายเดือน เป็นเวลา 10-15 เดือน ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ) ก็จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องถึง 13,700 บาท ทำให้รวมๆ แล้ว ค่าเครื่องเปล่า ของ iPhone X แบบติดโปรจากค่าย A เหลือเพียง 27,200 บาทเท่านั้น

แต่ตัวเลขค่าเครื่องที่ลดลงเหลือ 27,200 บาทยังไม่ใช่ราคาสุทธิ เพราะเราต้องบวกค่าบริการล่วงหน้า 6,200 บาทเข้าไปด้วย ทำให้ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องแบบติดโปรครั้งแรกเป็นจำนวน 33,400 บาท และหากลองนำค่าบริการรายเดือน 1,499 บาท ที่เราต้องจ่ายตามระยะเวลาสัญญา (สมมติว่าระยะสัญญา 12 เดือน และค่ายนำค่าบริการล่วงหน้าไปหักเป็นส่วนลดรายเดือน 12 เดือน) มาคำนวณเพิ่มเติม ก็เท่ากับว่าในระยะสัญญา 1 ปี เราจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อ iPhone 11 Pro Max รุ่นความจุ 256GB เครื่องนี้ทั้งหมดเท่ากับ 45,188 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีราคารวมแล้วสูงกว่าเครื่องเปล่าราว 4,000 บาท

อย่างไรก็ดี หลายท่านอาจจะมองว่า การซื้อเครื่องเปล่ามาใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การท่องโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือการติดต่อสื่อสาร ก็เท่ากับว่าเราต้องเสียค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือค่าโทรออกไม่แตกต่างกับการซื้อเครื่องติดโปร และมองแล้วส่วนต่างของเงินสุทธิที่เสียเพิ่มจากการติดโปรอาจดูคุ้มกว่าก็เป็นได้ แต่อย่าลืมว่า ในระหว่างระยะสัญญานั้น ผู้ใช้จะไม่สามารถปรับไปใช้แพ็กเกจที่มีราคาถูกกว่าตอนสมัคร และไม่สามารถย้ายค่ายไปใช้เครือข่ายอื่นๆ ได้ ซึ่งจุดนี้ทำให้ผู้ซื้อเครื่องเปล่า และใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบเติมเงิน รวมถึงผู้ที่มีแพ็กเกจแบบรายเดือนอยู่แล้วอาจดูได้เปรียบกว่า เพราะสามารถย้ายค่าย หรือปรับเปลี่ยนแพ็กเกจได้ง่ายกว่าผู้ซื้อเครื่องติดโปร

และอีกหนึ่งจุดที่อยากให้ผู้ใช้พิจารณาก็คือ หากเราซื้อเครื่องติดโปรแล้ว ในระหว่างสัญญาจะไม่สามารถซื้อมือถือเครื่องติดโปรราคาพิเศษโดยใช้เบอร์เดิมได้อีก เพราะผู้ให้บริการจะจำกัด 1 เบอร์ต่อ 1 สิทธิ (บางค่ายอนุญาตให้ 1 เลขหมายบัตรประชาชนซื้อเครืองติดโปรราคาพิเศษได้ 2 เครื่อง แต่ต้องแยกเบอร์) ทำให้เราต้องรอให้สิ้นสุดระยะสัญญาที่กำหนดไว้ก่อน หรือไม่ต้องเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่หากต้องการซื้อเครื่องราคาพิเศษครับ ซึ่งทำให้การติดโปรเป็นระยะเวลานานๆ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต หรือต้องการย้ายค่ายอยู่บ่อยๆ ทำให้ผู้ที่ซื้อเครื่องเปล่า และมีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ดูจะมีความยืดหยุ่นกว่านั่นเองครับ

 

สรุปแล้วควรเลือกแบบไหน?

เครื่องเปล่าและเครื่องติดโปรต่างก็มีจุดเด่นและตอบโจทย์การใช้งานต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยเครื่องเปล่าจะเหมาะกับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ต หรือโทรออกเป็นครั้งคราว, ชอบใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเป็นรายสัปดาห์ รวมถึงผู้ใช้ที่ใช้ซิมเน็ต Unlimited แบบรายปี เพราะการซื้อเครื่องติดโปรราคาพิเศษเท่ากับว่าเราต้องจ่ายค่าแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตรายเดือนตามที่ผู้ให้บริการกำหนดด้วย ซึ่งหากท่านไม่ค่อยได้ใช้อินเทอร์เน็ต หรือโทรออกอยู่บ่อยๆ ก็อาจดูไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียค่าบริการแต่ละเดือนมากนัก

นอกจากนี้ เครื่องเปล่าจะเหมาะกับผู้ที่ใช้แบบรายเดือนอยู่แล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องเปิดเบอร์ใหม่ สามารถนำซิมเดิมมาใช้ได้ทันที อย่างไรก็ดี แม้ว่าผู้ให้บริการบางเครือข่ายจะมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้ารายเดิมที่ใช้แพ็กเกจแบบรายเดือนอยู่สามารถซื้อเครื่องในราคาพิเศษได้ แต่หากลองเทียบกันดูแล้วจะเห็นว่า ผู้ใช้รายใหม่ที่ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือทำการเปิดเบอร์ใหม่กับผู้ให้บริการเครือข่ายจะได้รับส่วนลดค่าเครื่องเยอะกว่า ซึ่งการแบกรับภาระค่าบริการรายเดือนเพิ่มจากการเปิดเบอร์ใหม่ เพื่อแลกกับส่วนลดค่าเครื่องที่มากขึ้น อาจดูไม่ค่อยคุ้มค่ากับผู้ที่ใช้รายเดือนอยู่แล้ว นอกจากนี้ เครื่องเปล่าที่ซื้อผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก็อาจได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมด้วย อย่างเช่นสิทธิ์ผ่อนชำระนานสูงสุด 24 เดือน หรือประกันจอแตก 1 ปี เป็นต้น


ตัวอย่างโปรโมชันพิเศษจากร้าน Jaymart ที่ให้ผ่อนนานสุดถึง 40 เดือน

สำหรับเครื่องติดโปร ดูจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการส่วนลดค่าเครื่องสมาร์ทโฟน รวมถึงผู้ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต และโทรออกอยู่ตลอดเวลา เพราะแพ็กเกจแบบรายเดือนที่ทางค่ายกำหนดมาจะมีปริมาณดาต้าอินเทอร์เน็ตและค่าโทรที่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เครื่องติดโปรก็ดูเหมาะกับผู้ที่ต้องการย้ายค่าย เนื่องจากผู้ให้บริการด้านเครือข่ายมักจะมอบส่วนลดค่าเครื่องพิเศษจากการย้ายค่ายด้วย ทำให้จ่ายค่าเครื่องถูกลง และในบางครั้งแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากค่ายอื่นก็อาจมีดาต้าที่เยอะกว่าค่ายที่เราใช้ในปัจจุบันก็เป็นได้

หากจะสรุปการเลือกซื้อมือถือระหว่างเครื่องเปล่า และเครื่องติดโปรให้ได้ใจความสั้นๆ นั้นก็อาจจะสรุปได้ว่า ถ้าผู้ใช้ต้องการมือถือใหม่ และได้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น (หรืออยากย้ายค่าย) ในเวลาเดียวกัน ก็อาจเลือกซื้อเครื่องโปรเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดได้ แต่ถ้าตัวผู้ใช้พอใจกับแพ็กเกจ, เครือข่าย และจำนวน Data ในปัจจุบันแล้ว การซื้อเครื่องเปล่ามาใช้งานก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยทางทีมงานก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่กำลังเลือกซื้อมือถือเครื่องใหม่ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกันนะครับ สำหรับวันนี้เราต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 12/11/2563