หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/11/2563

รวมมือถือเสียงเทพ คุณภาพเสียง Hi-Res เหมาะกับการฟังเพลงเพลินๆ อัปเดต 2020

 

ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ผู้ใช้แต่ละคนให้ความสำคัญกับคุณสมบัติต่างๆ ไม่เหมือนกัน บางคนเน้นเลือกสมาร์ทโฟนจอใหญ่ สีสวย บางคนเน้นสเปกแรงๆ เอาไว้เล่นเกมลื่นๆ บางคนต้องการกล้องคุณภาพสูงไว้ถ่ายรูปสวยๆ เป็นต้น อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ผู้ใช้บางกลุ่มให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั่นคือระบบเสียง ซึ่งสมาร์ทโฟนบางรุ่นก็มีชิปเสียงเฉพาะ หรือมีมาตรฐานการเล่นไฟล์เสียงที่สูงกว่ารุ่นอื่นๆ ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเอาไว้ฟังเพลงเพลินๆ ในวันนี้เราก็ได้รวบรวมสมาร์ทโฟนเสียงดีประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ

 

Sony Xperia 1 II

หากพูดถึงสมาร์ทโฟนเสียงดี Sony Xperia จะต้องเป็นสิ่งแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงแน่นอน และสมาร์ทโฟนที่เสียงดีที่สุดของ Sony จะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Xperia 1 II ซึ่งมีเทคโนโลยี LDAC ที่ทำให้ฟังเพลงคุณภาพสูงแบบไร้สายได้เมื่อเชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธ พร้อมลำโพงเสียงสเตอริโอ นอกจากนี้ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. ด้วย ยิ่งถ้าได้ใช้ร่วมกับหูฟังดีๆ ของ Sony ด้วยแล้ว ฟังเพลินจนลืมเวลาแน่นอนครับ

สเปกเบื้องต้น

  • หน้าจอแสดงผล 4K HDR OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 21:9 ความละเอียด 1644x3840 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865
  • RAM 8/12GB
  • ROM 256GB UFS 3.0
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
    • กล้องตัวหลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 มีระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical zoom มีระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง Ultra Wide Angle 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • กล้อง ToF 0.3 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 40000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 21W Fast Charging
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
  • ระบบเสียง Dolby Atmos พร้อม High-Resolution Wireless Audio (LDAC)
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

iPhone SE (2020)

ถึงแม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่ iPhone SE ก็เสียงดีไม่แพ้รุ่นใหญ่ในราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ลำโพงเสียงสเตอริโอ Dolby Atmos และความสามารถในการจับคู่กับหูฟังที่มีชิปเสียง Apple H1 ได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหูฟังไฮเอนด์ เช่น Beats Solo Pro และ AirPods Pro อย่างไรก็ดี พอร์ต Lightning ไม่มีเอาต์พุทเสียงแอนาล็อก หากต้องการฟังเพลงคุณภาพสูงผ่านพอร์ต Lightning จำเป็นต้องใช้หูฟังที่มีชิปเสียง DAC ในตัว จึงมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัดครับ

สเปกเบื้องต้น

  • จอแสดงผล IPS LCD Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Apple A13 Bionic
  • RAM 3GB
  • ROM สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 13

 

Samsung Galaxy S20 Series

 

Samsung Galaxy S20 คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีความโดดเด่นรอบด้านทั้งสเปก, กล้อง และระบบเสียง โดยมีคุณภาพเสียงโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี รองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูง DSD 64 / DSD 128 และ PCM 32-bit ได้ พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ช่วยให้เสียงมีมิติ สมจริงยิ่งขึ้น และแถมหูฟัง USB-C คุณภาพสูงจาก AKG มาให้ในกล่องด้วย ส่วนลำโพงเสียงภายนอกก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน โดยมีย่านเสียงกลางและเสียงทุ้มที่นุ่ม ช่วยเพิ่มมวลให้เสียงเบส และเหมาะกับการฟัง Podcast ครับ

สเปกเบื้องต้น

  • หน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X Infinity-O Display ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K QHD+ โดยมี Refresh Rate ระดับ 120Hz และมาตรฐาน HDR10+
  • ชิปเซ็ตประมวลผลExynos 990
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 1TB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
    • กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/1.8 เก็บภาพมุมกว้างสุด 79 องศา รองรับ Super Speed Dual Pixel AF และ OIS
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.2 เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.0 เก็บภาพมุมกว้างสุด 76 องศา รองรับ PDAF และ OIS
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.2 รองรับ DUal Pixel AF และเก็บภาพมุมกว้าง 80 องศา
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

LG V60 ThinQ

 

ถึงแม้จะหาซื้อยากในบ้านเราแต่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับ LG V60 ThinQ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์เพียงไม่กี่รุ่นในตอนนี้ที่ยังมีช่องหูฟังอยู่ และที่สำคัญคือมีชิปเสียง Quad-DAC ที่เปรียบได้กับการรวมชิป DAC 4 ตัวไว้ด้วยกัน ทำให้แปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลไปเป็นแอนาล็อกได้พร้อมๆ กัน 4 ชุด ก่อนจะนำมารวมกัน ทำให้ได้เสียงที่เที่ยงตรงขึ้น คมขึ้น และยังลดความเพี้ยนทางสัญญาณจนเหลือเพียง 0.0002% เท่านั้น นอกจากนี้ มีแอมป์หูฟังที่ทรงพลัง ช่วยเพิ่มความดังของหูฟังได้มากขึ้นอีก เรียกได้ว่า LG V60 ThinQ คือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดสำหรับการฟังเพลงด้วยหูฟังมีสาย ณ เวลานี้เลยทีเดียวครับ

 

สเปกเบื้องต้น

  • หน้าจอแสดงผลแบบคู่ Dual Screen P-OLED FullVision Display ขนาด 6.8 นิ้ว อัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ รองรับมาตรฐาน HDR10+ พร้อมบานพับแบบ 360 Freestop Hinge และหน้าจอรองที่ด้านหน้าสุดแบบ Mono ขนาดเล็ก 2.1 นิ้ว 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB / 256GB พร้อมรองรับ microSD Card สูงสุดที่ความจุ 2TB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
    • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8
    • กล้องตัวที่สองเลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล  รูรับแสงขนาด F/1.9 เก็บภาพกว้างสุด 117 องศา
    • กล้องตัวที่สาม ToF Z Camera
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล  รูรับแสงขนาด F/1.9
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 4+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
  • รองรับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 3.1


Razer Phone 2

 

 

แม้ Razer Phone 2 จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ แต่ก็มากับลำโพงเสียงที่โดดเด่น โดยเป็นลำโพงคู่สเตอริโอแบบหันหน้าเข้า ขอบเครื่องที่หนาทำให้เสียงที่ออกจากลำโพงมีความก้องมากขึ้น จึงให้เสียงที่ดังมากๆ เหมาะสำหรับการเปิดเพลงในปาร์ตี้สุดๆ ครับ

ทั้งนี้ ถึงแม้ Razer Phone 2 จะไม่มีช่องหูฟัง แต่ก็แถมอแดปเตอร์แปลงที่รองรับไฟล์เสียง DAC 24-bit มาให้จึงไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ครับ

สเปกเบื้องต้น

  • หน้าจอแสดงผล IGZO LCD ขนาด 5.72 นิ้ว ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล (2K) พร้อมเทคโนโลยี UltraMotion สำหรับแสดงค่า Refresh Rate ที่ระดับ 120Hz
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
  • ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber
  • RAM 8GB
  • ROM 64GB พร้อมรองรับการเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 1TB
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) โดยแบ่งออกเป็น
    • กล้องตัวหลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.75
    • กล้องรอง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.6 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ QuickCharge+ และระบบการชาร์จไร้สายแบบด่วน (Wireless Fast Charging)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo พร้อมลันเชอร์แบบ Nova Launcher Prime

 

Nokia 3310 3G

หากต้องการมือถือไว้โทรเข้า-โทรออก และฟังเพลงอย่างเดียว Nokia 3310 เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เพราะมีราคาถูก และแบตเตอรี่ที่อึดมากพอให้ฟังเพลงแบบยาวๆ 50 ชั่วโมงเต็ม อีกทั้งตัวเครื่องยังมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก และทนไม้ทนมือกว่าสมาร์ทโฟนด้วยครับ

สเปกเบื้องต้น

  • รองรับการใช้งานโทรศัพท์ และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน โดยทาง HMD กล่าวว่าสามารถ Stand By ได้ยาวนานถึง 744 ชั่วโมง
  • สามารถส่ง และรับข้อความ SMS ได้
  • รองรับการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง 
  • รองรับวิทยุ FM ในตัว
  • ฟังเพลงที่อยู่ภายในเครื่องได้ พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD และช่องสำหรับเชื่อมต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร หรือเชื่อมต่อหูฟังไร้สายผ่าน Bluetooth 3.0 โดยแบตเตอรี่สามารถฟังเพลงได้นานติดต่อกันถึง 51 ชั่วโมง
  • สามารถตรวจสอบวันที่จากเมนู Calender และคิดเลขจากเมนู Calculator
  • รองรับฟังก์ชันการตั้งเวลา และตั้งปลุก
  • รองรับฟังก์ชันการสร้างริงโทน (Ringtone) ด้วยตนเอง
  • สามารถตรวจสอบสภาพอากาศในแต่ละวันได้
  • รองรับเกมเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น เกมงูอันแสนคลาสสิก ที่มีการปรับรูปโฉมไปจากเดิมเล็กน้อย รวมถึงเกมอื่นๆ อีกมากมาย
  • รองรับการท่องโลกอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บบราวน์เซอร์ Opera ด้วยเครือข่าย 2G


 

บทความโดย : thaimobilecenter.com

 

 


วันที่ : 18/11/2563