หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 21/10/2563

iPhone 12 : สื่อนอกชี้ ถ้า Apple รักโลกจริงต้องเปลี่ยนไปใช้ USB Type-C แทน Lightning

 

ยืนยันแล้วว่า iPhone 12 รวมถึงสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าล็อตใหม่ทุกรุ่นจะไม่แถมหัวชาร์จมาให้อีกต่อไป ภายในกล่องจะมีแค่ตัวเครื่องและสายเคเบิล USB-C to Lightning เท่านั้น ทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย ซึ่ง Apple อ้างว่าที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และประหยัดทรัพยากรในการขนส่ง

แม้จะเป็นเจตนาที่ดี แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายๆ ฝ่าย ว่าสิ่งที่ Apple ทำนั้นอาจจะทำไปเพื่อสร้างกำไรให้ตัวเอง มากกว่าที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมจริงๆ หนึ่งในนั้นคือ Jon Porter จาก The Verge ที่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งกล่าวว่า ถ้า Apple ต้องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริง ก็ต้องเปลี่ยนให้ iPhone ใช้พอร์ต USB Type-C แทน Lightning ได้แล้ว โดยให้เหตุผลใหญ่ๆ 4 ข้อครับ

 

1. USB Type-C คือมาตรฐานของแก็ดเจ็ตยุคใหม่

ปัจจุบันนี้พอร์ต USB Type-C ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในในแก็ดเจ็ตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบ Over-ear, หูฟังไร้สาย TWS, อุปกรณ์ VR, แท็บเล็ต, แล็ปท็อป, แม้กระทั่งเครื่องเล่นเกมอย่าง Nintendo Switch, PS5, X Box Series X รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ยังใช้พอร์ต USB Type-C อีกทั้งหัวชาร์จแบบ USB Type-C ในปัจจุบันได้พัฒนามาจนมีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพสูง บางรุ่นสามารถใช้ชาร์จได้แบบครอบจักรวาลไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน หรือจะชาร์จทั้งหมดพร้อมกันก็ยังได้  


หัวชาร์จ USB Type-C บางรุ่นสามารถชาร์จได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน

 

2. คนส่วนใหญ่น่าจะมีหัวชาร์จ USB Type-C กันอยู่แล้ว

เหตุผลหนึ่งของ Apple ที่ไม่แถมหัวชาร์จมากับ iPhone 12 คือ Apple ไม่ต้องการให้ซ้ำซ้อนกับหัวชาร์จที่ทุกคนมีอยู่แล้ว ซึ่ง Apple ประเมินว่าในตอนนี้น่าจะมีหัวชาร์จของ Apple อยู่บนโลกนี้กว่าสองพันล้านชิ้น และหัวชาร์จ third-party อีกหลายพันล้านชิ้น ซึ่งเป็นจำนวนที่ดูมหาศาลมาก

แต่จริงๆ แล้ว สถิติของ IDC ระบุว่า Apple มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน 13.9 ในปี 2019 ยอดจัดเกือบ 200 ล้านเครื่อง ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ มียอดจัดส่งรวมกันกว่าพันล้านเครื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พอร์ต USB Type-C กันหมด ดังนั้น ถ้า iPhone เปลี่ยนไปใช้พอร์ต USB Type-C คนส่วนใหญ่ก็จะมีอุปกรณ์ชาร์จพร้อมอยู่แล้ว เพราะสามารถเอามาใช้ร่วมกันได้ ถึงตอนนั้น Apple จะขาย iPhone เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียว ไม่แถมหัวชาร์จไม่แถมสายเลยก็ยังได้

 

3. สายชาร์จที่ Apple แถมมาใน iPhone 12 ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นไม่ได้

อย่างทีกล่าวไปแล้วว่า ณ ตอนนี้ โลกของเรามีหัวชาร์จจำนวนมากมายมหาศาลที่กำลังจะกลายเป็นขยะในอนาคต แต่ส่วนใหญ่เป็นหัวชาร์จแบบ USB Type-A ซึ่งใช้กับสาย USB Type-C to Lightning ที่ Apple แถมมาให้ใน iPhone 12 ไม่ได้ อีกทั้ง Apple ก็เพิ่งจะเริ่มขาย iPhone 11 ที่ใช้พอร์ต USB-C to Lightning มาได้แค่ปีเดียวเท่านั้น และยังมีแค่ในรุ่น Pro หมายความว่า iPhone ส่วนใหญ่บนโลกตอนนี้ยังใช้หัวชาร์จแบบ USB Type-A อยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันใช้ร่วมกับสายชาร์จแบบใหม่ไม่ได้

จริงอยู่ที่ผู้ใช้สามารถเอาหัวชาร์จกับสายชาร์จชุดเก่ามาใช้ชาร์จ iPhone 12 ได้ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น สาย USB Type-C ที่มากับ iPhone 12 ก็ไม่มีความหมายอะไร และจะยิ่งไร้ความหมายไปอีกหากเราเปลี่ยนไปใช้แท่นชาร์จแบบ MagSafe อย่างน้อยๆ ถ้า Apple ให้สายชาร์จแบบ USB Type-C 2 หัวมาแทน ยังเอาไปใช้กับอุปกรณ์อื่นได้บ้าง และจะลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่าด้วยซ้ำในระยะยาว

 

4. ข้อโต้แย้งของ Apple ไม่มีน้ำหนักพอ


พอร์ต 30-pin ของ iPhone 4 (บน) และพอร์ต Lightning ของ iPhone 5 (ล่าง)

Apple เคยแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้เมื่อต้นปี 2020 หลังจากที่สหภาพยุโรปพยายามผลักดันให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกเจ้ายึด USB Type-C เป็นมาตรฐานเพื่อลดปริมาณขยะ ซึ่ง Apple โต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะยิ่งสร้างขญะมากกว่าเดิม เพราะอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ต Lightning ทั้งหมดจะล้าสมัย และกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาลทันที

อย่างไรก็ดี Jon Porter มองว่า ข้อโต้แย้งดังกล่าวของ Apple มีน้ำหนักไม่เพียงพอ เพราะในอดีต Apple ก็เคยเปลี่ยนจากพอร์ต 30-pin ใน iPod และ iPhone รุ่นเก่าๆ มาเป็นมาตรฐานเดียวกันคือ Lightning ในปี 2012 ซึ่งในตอนนั้น Apple ได้จำหน่ายสายแปลงพอร์ตเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ชาร์จรุ่นเก่ากับ iPhone รุ่นใหม่ต่อไปได้ ถึงแม้ว่าสายแปลงพอร์ตเหล่านี้จะกลายเป็นขยะล็อตใหญ่ในอนาคตอันใกล้ แต่ก็เกิดขึ้นเพียงระลอกเดียวเท่านั้น นับว่าเป็นผลกระทบระยะสั้นที่ต้องยอมให้เกิดขึ้นเพื่อหยุดยั้งผลกระทบในระยะยาว ซึ่ง Apple ก็น่าจะตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ข้อโต้แย้งของ Apple จึงถือว่าฟังไม่ขึ้น

 

ถึงตรงนี้แน่นอนว่าคงมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความคิดเห็นจากผู้เขียนเท่านั้น ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกันได้ที่เพจ Facebook : Thaimobilecenter.com ครับ

 

ที่มา : The Verge


นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 21/10/2563