แนะนำมือถือ 5G จากจีนราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุณสั่งซื้อได้จากเมืองไทย พร้อมข้อควรรู้ก่อนซื้อมือถือจากจีน
สมาร์ทโฟนจีนเปิดตัวออกมาแทบจะวันเว้นวัน หลายรุ่นมีราคาถูกกว่าในไทย แถมยังรองรับ 5G อีกด้วย แต่ก็วางขายเฉพาะในจีนเท่านั้น เราจึงมักจะเห็นคนบ่นกันอยู่บ่อยๆ ว่าสมาร์ทโฟนดีๆ ราคาประหยัดๆ มักจะไม่เข้ามาขายในไทย แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเราสามารถสั่งซื้อสมาร์ทโฟนดีๆ เหล่านี้จากประเทศจีนได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ใครเอาเข้ามาขาย และในวันนี้เราก็มีมือถือ 5G จากจีนราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่คุณสั่งซื้อได้จากที่บ้านมาแนะนำกันครับ
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อมือถือจากจีน
มือถือที่สั่งซื้อจากจีนจะแตกต่างกับมือถือที่ซื้อในไทยในหลายๆ เรื่อง แม้จะเป็นรุ่นเดียวกันก็ตาม ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อครับ
- สมาร์ทโฟนที่สั่งซื้อจากจีนจะเป็น ROM จีน แอปพลิเคชันบางอย่างอาจใช้งานไม่ได้ เช่น Food Panda
- หากสั่งตรงจากจีนจะไม่มี Google ติดมาด้วย แต่เราสามารถติดตั้งด้วยตัวเองได้แบบครบชุด (ยกเว้นมือถือ HUAWEI, Honor)
- ถ้าสั่งซื้อผ่านร้านตัวแทนในไทย ทางร้านจะติดตั้ง Google มาให้เรียบร้อยแล้ว
- ROM จีนมักจะมีโฆษณาฝังมาในตัว UI เลย อาจน่ารำคาญสำหรับหลายๆ คน
- ROM จีนมักจะมีแอปจีนติดมาด้วยหลายตัว และบางตัวอาจลบออกจากเครื่องไม่ได้ แต่ไม่ส่งผลเสียใดๆ นอกจากเปลืองพื้นที่
- ไม่สามารถส่งเคลมกับศูนย์บริการในไทยได้ ต้องส่งกลับไปที่ศูนย์จีนเท่านั้น แต่ถ้าสั่งซื้อผ่านร้านตัวแทนในไทยบางร้านจะสามารถส่งเคลมผ่านทางร้านได้เลย
สั่งซื้อได้จากที่ไหน?
ต้องขออภัยที่เราไม่สามารถบอกร้านหรือตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะเจาะจงได้ แต่คุณสามารถหาร้านเหล่านี้ได้ง่ายๆ บน Shopee, LAZADA และ JD Central ซึ่งมีทั้งร้านมือถือที่หิ้วมาจำหน่ายเอง และร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายจากจีนโดยตรง หากเราสั่งซื้อมือถือจากจีน ราคาที่แสดงไว้บนหน้าเว็บจะเป็นราคาที่รวมค่าส่งและภาษีเรียบร้อยแล้ว เป็นราคาเบ็ดเสร็จไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จึงสะดวกกว่าการสั่งซื้อผ่านบริษัทชิปปิ้งโดยตรง เพราะบริษัทชิปปิ้งบางแห่งอาจไม่รวมค่าภาษีศุลกากรไปกับสินค้า ทำให้เราต้องมาจ่ายเพิ่มทีหลัง นอกจากนี้หากสินค้าที่ได้มาชำรุด เสียหาย หรือไม่ตรงตามออร์เดอร์ ทาง Shopee, LAZADA และ JD Central ก็มีนโยบายคืนสินค้า และนโยบายคุ้มครองลูกค้าอื่นๆ คอยซัพพอร์ตอยู่
อีกทางเลือหนึ่งคือการสั่งซื้อจากหน้าร้านมือถือในไทยโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันมีร้านใหญ่ที่น่าเชื่อถืออยู่ 3-4 เจ้าที่คนในวงการรู้จักกันดี หากมีปัญหาก็ติดต่อได้ทุกเมื่อเพราะมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่ง อีกทั้งบางร้านยังเป็นธุระในการส่งเครื่องเคลมกับศูนย์จีนให้เราได้อีกด้วย แต่โดยรวมแล้วราคาอาจจะแพงกว่าสั่งจากจีนโดยตรงเล็กน้อยครับ
แนะนำสมาร์ทโฟน 5G จากจีนที่น่าสนใจ
realme V5 5G
ประมาณ 7,500 - 9,700 บาท

realme V5 5G เป็นสมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางที่ใช้ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ MediaTek Helio 720 ที่รองรับเครือข่าย 5G ทั้งแบบ SA และ NSA มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอแสดงผลไร้ขอบที่มีอัตรารีเฟรชสูงสุด 90Hz และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 30W Flash Charge พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ช่องหูฟัง และลำโพงเสียงภายนอก Dolby Hi-Res Audio ครบเครื่องทุกฟังก์ชั่นการใช้งานในราคาเบาๆ
ด้านการถ่ายรูป realme V5 มากับชุดกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ได้แก่ กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล, กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล และกล้อง Portrait แบบขาว-ดำ 2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยระบบกันสั่น UIS สำหรับการบันทึกวิดีโอ ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ปรับความเนียนใสของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยระบบ AI Beauty
สรุปสเปก realme V5 5G
- ขนาดตัวเครื่อง 162.13 x 75.02 x 9.1 มม. หนัก 194 ก.
- หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 20:9 อัตรารีเฟรชสูงสุด 90Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 720 5G ความเร็ว 2.0GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM G57 MC3
- RAM 6GB / 8GB LPDDR4x
- ROM 128GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W Flash Charge
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
- ช่องหูฟัง 3.5 มม.
- ระบบเสียง Hi-Res Audio พร้อมเอฟเฟ็กต์เสียง Dolby
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
- กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.1
- กล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :
- กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.3
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัสใกล้สุด 4 ซม.
- กล้อง Portrait แบบขาว-ดำ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
- รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K@30fps / 1080p@60fps พร้อมระบบกันสั่น UIS / UIS Max สำหรับวิดีโอ
- รองรับเครือข่าย 5G SA/NSA
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0
- รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีเขียว สีน้ำเงิน
realme V3 5G
ประมาณ 6,000 - 6,500 บาท

realme V3 5G มาพร้อมความสามารถรองรับ 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 720 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง realme ระบุว่าสามารถ Standby ได้นานสุด 24 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำขนาด 6.5 นิ้ว
ที่ด้านหลังมีการติดตั้งกล้องทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วยกล้องตัวหลักคมชัด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Macro และเลนส์ Depth ความละเอียดเท่ากันที่ 2 ล้านพิกเซล โดยรองรับ Super Night View สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ
สรุปสเปก realme V3 5G
- ขนาดตัวเครื่อง 164.4 x 76 x 8.6 มม. หนัก 189.5 ก.
- หน้าจอแสดงผล LCD Mini-Drop Fullscreen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล (HD+) อัตราส่วน 20:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 720 5G ความเร็ว 2.0GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3
- RAM 6GB / 8GB LPDDR4x
- ROM 64GB / 128GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W Flash Charge
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
- ช่องหูฟัง 3.5 มม.
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
- กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
- กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย :
- กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
- กล้อง B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัสใกล้สุด 4 ซม. รูรับแสง f/2.4
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0
- รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน สีน้ำเงิน
iQOO Z1x 5G
ประมาณ 8,500 - 9,500 บาท (เฉพาะรุ่น RAM 6GB)

iQOO Z1x 5G ชูโรงที่การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G รองรับระบบระบายความร้อนเกรด PC ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้สูงสุด 10 องศาเซลเซียส และเทคโนโลยี Cooling Turbo ในการจัดการความร้อนของตัวเครื่อง จึงมั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะไม่ร้อนจนเกินไปแม้ใช้งานติดต่อกันเป็นเงลานาน รวมถึงเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.5 เวอร์ชันใหม่ที่ช่วยในด้านการประมวลผล ทั้งการใช้งานทั่วไป และการเล่นเกม รวมถึงฟังก์ชัน 4D Game Shock 2.0 พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ สำหรับเกมเมอร์ และผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi AI Assistant นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 1-92% ได้ในเวลา 60 นาที
iQOO Z1x 5G มาในดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ที่มี Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz พร้อมติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) กับกล้องหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล ประกบคู่กับเลนส์ Ultra-Wide และเลนส์ Portrait
สรุปสเปก iQOO Z1x 5G
- ขนาดตัวเครื่อง 164.2 x 76.5 x 9.06 มม. หนัก 199.5 ก.
- หน้าจอแสดงผล Punch-Hole Display ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2408 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 20:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 620
- RAM 6GB / 8GB
- ROM 64GB / 128GB / 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
- กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
- กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย :
- กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.24
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5.0GHz + 5.8GHz, Bluetooth 5.1
- รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีดำ และสีขาว
Xiaomi Redmi K30 5G
ประมาณ 9,000 บาท (เฉพาะรุ่นความจุ 6+64GB)

Redmi K30 5G มาในบอดี้ที่เป็นกระจกโค้ง 3D ทั้ง 4 ด้าน ปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มีหน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว เจาะรูฝังกล้องหน้าทรงแคปซูลขนาด 4.38 มม. ที่มุมขวาบน อัตราส่วนแสดงผล 20:9 รองรับมาตรฐานการแสดงผล HDR10 ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) อัตรารีเฟรช 120Hz ช่วยให้การเลื่อนหน้าฟีด และการเล่นเกมมีความต่อเนื่อง ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ตัวเครื่องใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G ซึ่งมีพลังการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนอย่าง 730G ถึง 10%, หน่วยความจำ RAM 8 GB LPDDR4X, ROM 256 GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม microSD, แบตเตอรี่ 4500 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยท่อทองแดงที่ช่วยลดความร้อนได้ถึง 7 องศาเซลเซียส และมากับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11 เวอร์ชันล่าสุด
สำหรับกล้องหลังของ Redmi K30 5G มาในดีไซน์ที่โดดเด่น โดยเป็นชุดกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) จัดวางกลางตัวเครื่องในแพทเทิร์นวงกลม ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89 เสริมด้วยกล้อง Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 120 องศา, กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช dual LED นอกจากนี้ยังใช้อัลกอริธึมประมวลผลภาพชุดเดียวกับสมาร์ทโฟนกล้องเทพอย่าง Xiaomi Mi CC9 Pro (Mi Note10 Pro) อีกด้วย ส่วนกล้องหน้าเป็นกล้องคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ประกบด้วย Depth Sensor 2 ล้านพิกเซล
สรุปสเปก Redmi K30 5G
- ตัวเครื่องขนาด 165.3x 76.6 x 8.79 มิลลิเมตร หนัก 208 กรัม
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) มีอัตรารีเฟรชสูงสุด 120hz และรับมาตรฐานการแสดงผล HDR10
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G
- RAM 6/8 GB LPDDR4X
- ROM 64/128/256 GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย :
- กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 120 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- รองรับฟีเจอร์ AI Scene Camera, Super Night Scene 2.0, บันทึกวิดีโอ 4K@30fps และอื่นๆ
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า 2 ตัว (Dual Camera) ความละเอียด 20+2 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0, dual-band GPS, IR blaster, NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ระบบเสียง Hi-Res Audio
- ช่องหูฟัง 3.5 มม.
นอกจากสมาร์ทโฟนทั้ง 4 รุ่นข้างต้นแล้ว เราจะอัปเดตรุ่นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกในอนาคต หากต้องการให้เราแนะนำสมาร์ทที่น่าสนใจอื่นๆ หรือมีข้อแนะนำ ติชม สามารถบอกเราได้ตลอดเวลาที่หน้าเพจ Facebook : Thaimobilecenter.com ครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 21/9/2563





