หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 21/9/2563

แนะนำมือถือ 5G จากจีนราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุณสั่งซื้อได้จากเมืองไทย พร้อมข้อควรรู้ก่อนซื้อมือถือจากจีน

 

สมาร์ทโฟนจีนเปิดตัวออกมาแทบจะวันเว้นวัน หลายรุ่นมีราคาถูกกว่าในไทย แถมยังรองรับ 5G อีกด้วย แต่ก็วางขายเฉพาะในจีนเท่านั้น เราจึงมักจะเห็นคนบ่นกันอยู่บ่อยๆ ว่าสมาร์ทโฟนดีๆ ราคาประหยัดๆ มักจะไม่เข้ามาขายในไทย แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเราสามารถสั่งซื้อสมาร์ทโฟนดีๆ เหล่านี้จากประเทศจีนได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ใครเอาเข้ามาขาย และในวันนี้เราก็มีมือถือ 5G จากจีนราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่คุณสั่งซื้อได้จากที่บ้านมาแนะนำกันครับ

 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อมือถือจากจีน

มือถือที่สั่งซื้อจากจีนจะแตกต่างกับมือถือที่ซื้อในไทยในหลายๆ เรื่อง แม้จะเป็นรุ่นเดียวกันก็ตาม ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อครับ

  1. สมาร์ทโฟนที่สั่งซื้อจากจีนจะเป็น ROM จีน แอปพลิเคชันบางอย่างอาจใช้งานไม่ได้ เช่น Food Panda
  2. หากสั่งตรงจากจีนจะไม่มี Google ติดมาด้วย แต่เราสามารถติดตั้งด้วยตัวเองได้แบบครบชุด (ยกเว้นมือถือ HUAWEI, Honor)
  3. ถ้าสั่งซื้อผ่านร้านตัวแทนในไทย ทางร้านจะติดตั้ง Google มาให้เรียบร้อยแล้ว
  4. ROM จีนมักจะมีโฆษณาฝังมาในตัว UI เลย อาจน่ารำคาญสำหรับหลายๆ คน
  5. ROM จีนมักจะมีแอปจีนติดมาด้วยหลายตัว และบางตัวอาจลบออกจากเครื่องไม่ได้ แต่ไม่ส่งผลเสียใดๆ นอกจากเปลืองพื้นที่
  6. ไม่สามารถส่งเคลมกับศูนย์บริการในไทยได้ ต้องส่งกลับไปที่ศูนย์จีนเท่านั้น แต่ถ้าสั่งซื้อผ่านร้านตัวแทนในไทยบางร้านจะสามารถส่งเคลมผ่านทางร้านได้เลย

 

สั่งซื้อได้จากที่ไหน?

ต้องขออภัยที่เราไม่สามารถบอกร้านหรือตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะเจาะจงได้ แต่คุณสามารถหาร้านเหล่านี้ได้ง่ายๆ บน Shopee, LAZADA และ JD Central ซึ่งมีทั้งร้านมือถือที่หิ้วมาจำหน่ายเอง และร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายจากจีนโดยตรง หากเราสั่งซื้อมือถือจากจีน ราคาที่แสดงไว้บนหน้าเว็บจะเป็นราคาที่รวมค่าส่งและภาษีเรียบร้อยแล้ว เป็นราคาเบ็ดเสร็จไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จึงสะดวกกว่าการสั่งซื้อผ่านบริษัทชิปปิ้งโดยตรง เพราะบริษัทชิปปิ้งบางแห่งอาจไม่รวมค่าภาษีศุลกากรไปกับสินค้า ทำให้เราต้องมาจ่ายเพิ่มทีหลัง นอกจากนี้หากสินค้าที่ได้มาชำรุด เสียหาย หรือไม่ตรงตามออร์เดอร์ ทาง Shopee, LAZADA และ JD Central ก็มีนโยบายคืนสินค้า และนโยบายคุ้มครองลูกค้าอื่นๆ คอยซัพพอร์ตอยู่

อีกทางเลือหนึ่งคือการสั่งซื้อจากหน้าร้านมือถือในไทยโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันมีร้านใหญ่ที่น่าเชื่อถืออยู่ 3-4 เจ้าที่คนในวงการรู้จักกันดี หากมีปัญหาก็ติดต่อได้ทุกเมื่อเพราะมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่ง อีกทั้งบางร้านยังเป็นธุระในการส่งเครื่องเคลมกับศูนย์จีนให้เราได้อีกด้วย แต่โดยรวมแล้วราคาอาจจะแพงกว่าสั่งจากจีนโดยตรงเล็กน้อยครับ

 

แนะนำสมาร์ทโฟน 5G จากจีนที่น่าสนใจ

realme V5 5G

ประมาณ 7,500 - 9,700 บาท

realme V5 5G เป็นสมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางที่ใช้ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ MediaTek Helio 720 ที่รองรับเครือข่าย 5G ทั้งแบบ SA และ NSA มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอแสดงผลไร้ขอบที่มีอัตรารีเฟรชสูงสุด 90Hz และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 30W Flash Charge พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ช่องหูฟัง และลำโพงเสียงภายนอก Dolby Hi-Res Audio ครบเครื่องทุกฟังก์ชั่นการใช้งานในราคาเบาๆ

ด้านการถ่ายรูป realme V5 มากับชุดกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ได้แก่ กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล, กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล และกล้อง Portrait แบบขาว-ดำ 2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยระบบกันสั่น UIS สำหรับการบันทึกวิดีโอ ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ปรับความเนียนใสของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยระบบ AI Beauty

สรุปสเปก realme V5 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 162.13 x 75.02 x 9.1 มม. หนัก 194 ก.
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 20:9 อัตรารีเฟรชสูงสุด 90Hz
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 720 5G ความเร็ว 2.0GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM G57 MC3
  • RAM 6GB / 8GB LPDDR4x
  • ROM 128GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W Flash Charge
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบเสียง Hi-Res Audio พร้อมเอฟเฟ็กต์เสียง Dolby
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.1
  • กล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :
    • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.3
    • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัสใกล้สุด 4 ซม.
    • กล้อง Portrait แบบขาว-ดำ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K@30fps / 1080p@60fps พร้อมระบบกันสั่น UIS / UIS Max สำหรับวิดีโอ
  • รองรับเครือข่าย 5G SA/NSA 
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด 
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0
  • รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีเขียว สีน้ำเงิน

 

realme V3 5G

ประมาณ 6,000 - 6,500 บาท

realme V3 5G มาพร้อมความสามารถรองรับ 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 720 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง realme ระบุว่าสามารถ Standby ได้นานสุด 24 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำขนาด 6.5 นิ้ว

ที่ด้านหลังมีการติดตั้งกล้องทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วยกล้องตัวหลักคมชัด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Macro และเลนส์ Depth ความละเอียดเท่ากันที่ 2 ล้านพิกเซล โดยรองรับ Super Night View สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ

สรุปสเปก realme V3 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 164.4 x 76 x 8.6 มม. หนัก 189.5 ก.
  • หน้าจอแสดงผล LCD Mini-Drop Fullscreen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล (HD+) อัตราส่วน 20:9
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 720 5G ความเร็ว 2.0GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3
  • RAM 6GB / 8GB LPDDR4x
  • ROM 64GB / 128GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W Flash Charge
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย :
    • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • กล้อง B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัสใกล้สุด 4 ซม. รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด 
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0
  • รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน สีน้ำเงิน

 

iQOO Z1x 5G

ประมาณ 8,500 - 9,500 บาท (เฉพาะรุ่น RAM 6GB)

iQOO Z1x 5G ชูโรงที่การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G รองรับระบบระบายความร้อนเกรด PC ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้สูงสุด 10 องศาเซลเซียส และเทคโนโลยี Cooling Turbo ในการจัดการความร้อนของตัวเครื่อง จึงมั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะไม่ร้อนจนเกินไปแม้ใช้งานติดต่อกันเป็นเงลานาน รวมถึงเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.5 เวอร์ชันใหม่ที่ช่วยในด้านการประมวลผล ทั้งการใช้งานทั่วไป และการเล่นเกม รวมถึงฟังก์ชัน 4D Game Shock 2.0 พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ สำหรับเกมเมอร์ และผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi AI Assistant นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 1-92% ได้ในเวลา 60 นาที

iQOO Z1x 5G มาในดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ที่มี Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz พร้อมติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) กับกล้องหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล ประกบคู่กับเลนส์ Ultra-Wide และเลนส์ Portrait

สรุปสเปก iQOO Z1x 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 164.2 x 76.5 x 9.06 มม. หนัก 199.5 ก.
  • หน้าจอแสดงผล Punch-Hole Display ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2408 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 20:9
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 620
  • RAM 6GB / 8GB
  • ROM 64GB / 128GB / 256GB 
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย :
    • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79
    • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.24
    • กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5.0GHz + 5.8GHz, Bluetooth 5.1
  • รองรับระบบดาวเทียม GPS / Glonass / Beidou / Galileo
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีดำ และสีขาว

 

Xiaomi Redmi K30 5G

ประมาณ 9,000 บาท (เฉพาะรุ่นความจุ 6+64GB)

Redmi K30 5G มาในบอดี้ที่เป็นกระจกโค้ง 3D ทั้ง 4 ด้าน ปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มีหน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว เจาะรูฝังกล้องหน้าทรงแคปซูลขนาด 4.38 มม. ที่มุมขวาบน อัตราส่วนแสดงผล 20:9 รองรับมาตรฐานการแสดงผล HDR10 ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) อัตรารีเฟรช 120Hz ช่วยให้การเลื่อนหน้าฟีด และการเล่นเกมมีความต่อเนื่อง ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ตัวเครื่องใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G ซึ่งมีพลังการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนอย่าง 730G ถึง 10%, หน่วยความจำ RAM 8 GB LPDDR4X, ROM 256 GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำเสริม microSD, แบตเตอรี่ 4500 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยท่อทองแดงที่ช่วยลดความร้อนได้ถึง 7 องศาเซลเซียส และมากับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11 เวอร์ชันล่าสุด

สำหรับกล้องหลังของ Redmi K30 5G มาในดีไซน์ที่โดดเด่น โดยเป็นชุดกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) จัดวางกลางตัวเครื่องในแพทเทิร์นวงกลม ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89 เสริมด้วยกล้อง Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 120 องศา, กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช dual LED นอกจากนี้ยังใช้อัลกอริธึมประมวลผลภาพชุดเดียวกับสมาร์ทโฟนกล้องเทพอย่าง Xiaomi Mi CC9 Pro (Mi Note10 Pro) อีกด้วย ส่วนกล้องหน้าเป็นกล้องคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ประกบด้วย Depth Sensor 2 ล้านพิกเซล

สรุปสเปก Redmi K30 5G

  • ตัวเครื่องขนาด 165.3x 76.6 x 8.79 มิลลิเมตร หนัก 208 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) มีอัตรารีเฟรชสูงสุด 120hz และรับมาตรฐานการแสดงผล HDR10
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G
  • RAM 6/8 GB LPDDR4X
  • ROM 64/128/256 GB UFS 2.1 รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย :
    • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
    • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 120 องศา
    • กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • รองรับฟีเจอร์ AI Scene Camera, Super Night Scene 2.0, บันทึกวิดีโอ 4K@30fps และอื่นๆ
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้า 2 ตัว (Dual Camera) ความละเอียด 20+2 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0, dual-band GPS, IR blaster, NFC
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • ระบบเสียง Hi-Res Audio
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.


นอกจากสมาร์ทโฟนทั้ง 4 รุ่นข้างต้นแล้ว เราจะอัปเดตรุ่นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกในอนาคต หากต้องการให้เราแนะนำสมาร์ทที่น่าสนใจอื่นๆ หรือมีข้อแนะนำ ติชม สามารถบอกเราได้ตลอดเวลาที่หน้าเพจ Facebook : Thaimobilecenter.com ครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 21/9/2563