หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 10/11/2560

15 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ iPhone X สมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษของ Apple พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำกับหน้าจอไร้ขอบ 19.5:9, กล้อง TrueDepth Camera และระบบสแกนใบหน้า Face ID มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร เราสรุปมาให้แล้ว!

 


 

เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการกันแล้วในกลุ่มประเทศแรกสำหรับ iPhone X (ไอโฟนเท็น) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำอย่างกล้อง TrueDepth Camera และฟีเจอร์ Face ID ที่ใช้การสแกนใบหน้าแทนการสแกนลายนิ้วมือแบบรุ่นก่อนๆ รวมไปถึงฟีเจอร์สุดล้ำอื่นๆ อีกมากมาย และยังเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้งานหน้าจอแบบไร้ขอบในสัดส่วน 19.5:9 อีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ iPhone X กันให้มากยิ่งขึ้น กับ 15 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ iPhone X จะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

 

iPhone X ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้ลื่นสุดๆ

 


จากคลิปข้างต้นจะเห็นว่าได้ การถ่ายวิดีโอด้วย iPhone X ในความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD แบบ 60fps ให้ภาพที่คมชัด, ลื่นไหล และเนียนตาเป็นอย่างมาก ทำให้ iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายวิดีโอได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในขณะนี้เลยทีเดียว

 

iPhone X ใช้งานได้ทุกที่ทั่วโลก


iPhone X รองรับคลื่นความถี่ LTE ได้ทั้งหมด 27 คลื่น ซึ่งก็เรียกได้ว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็สามารถใช้งาน iPhone X ได้ทุกสถานการณ์

 

อ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนในหน้าเดียว


ด้วยการที่ iPhone X ใช้งานหน้าจอในอัตราส่วน 19.5:9 ทำให้หน้าจอของ iPhone X นั้นมีพื้นที่แสดงผลเพิ่มมากขึ้น (ทั้งในด้านสูง และด้านกว้าง) ส่งผลให้เนื้อหา หรือคอนเทนท์ต่างๆ ที่อยู่บนหน้าจอสามารถแสดงได้มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากรูปเปรียบเทียบกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ข้างต้น

 

ใช้งานกลางแจ้งได้สะดวก ไม่ต้องกลัวแสงสะท้อน


หน้าจอ OLED บน iPhone X ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงสะท้อนต่างๆ ที่จะทำให้หน้าจอมองไม่เห็น แม้ว่าจะส่องกับแสงอาทิตย์ตรงๆ ก็ตาม

 

ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น


iPhone X ใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มความจุมากยิ่งขึ้น โดยใช้งานได้ยาวนานใกล้เคียงกับ iPhone 8 Plus เลยทีเดียว

 

หน้าจอ OLED แสดงค่าสีได้แม่นยำ


หน้าจอ OLED ของ iPhone X สามารถแสดงผลสีได้อย่างเที่ยงตรง และแม่นยำ แทบจะไม่มีอาการสีเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งจุดเด่นส่วนนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับ Apple ที่สามารถ Calibrate สีสันออกมาได้แม่นยำมากที่สุด

 

เร็วแรงทุกการใช้งานด้วยชิปเซ็ต Apple A11 Bionic


สำหรับไอโฟนแทบทุกรุ่นมักทำคะแนนทดสอบจากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้สูงเป็นอันดับแรกๆ เกือบทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ก็เช่นกัน เพระา iPhone X สามารถคว้าคะแนนทดสอบระดับสูงสุดเกือบทุกแอปพลิเคชัน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า iPhone X เร็วแรงแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ

 

ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วย Face ID และกล้อง TrueDepth Camera


เทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นจุดขายหลักบน iPhone X ก็คือ Face ID และกล้อง TrueDepth Camera ที่สามารถสแกนใบหน้าของผู้ใช้ได้แบบ 3D พร้อมสร้างเป็นโมเดลที่ละเอียด และแม่นยำเป็นอย่างมาก เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานให้มากขึ้น ส่วนกล้อง TrueDepth Camera ก็มีฟังก์ชัน Animoji ให้ใช้งาน โดยใบหน้าของ Emoji จะขยับตามใบหน้าของผู้ใช้แบบ Real-Time ด้วย

 

ลำโพงสเตอริโอเสียงกระหึ่ม


แม้ว่า Apple จะไม่ได้เพิ่มระดับเสียงของ iPhone X ให้ดังมากเทียบเท่ากับ iPhone 8 Plus แต่ iPhone X ได้รับการปรับจูนความสมดุลของลำโพง เพื่อให้แสดงผลเสียงได้คมชัด และมีมิติมากกว่า ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบชมภาพยนตร์บนสมาร์ทโฟนก็รับรองว่าจะได้ฟังเสียงที่ทรงพลังอย่างแน่นอน

 

iPhone X กับความเป็น Limited Edition และขายต่อราคาไม่ตก


iPhone X ถูกผลิตขึ้นมาในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ผลิตภัณฑ์ไอโฟน ทำให้ iPhone X มีลักษณะคล้ายกับการเป็นของสะสมไปโดยปริยาย ซึ่งผู้ใช้บางส่วนก็อาจจะใช้ iPhone X เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรสำหรับขายต่อให้กับนักสะสม ซึ่งแน่นอนว่า Apple คงจะไม่ผลิต iPhone X ออกมามากมายเพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้ทุกคนเหมือนกับ iPhone 8 และ 8 Plus ก็ยิ่งทำให้สถานะของ iPhone X กลายเป็นของหายากไปอีกด้วย

 

แม้ว่า iPhone X จะดูมีจุดเด่น และความน่าใช้งานอยู่มาก จนทำให้ใครหลายคนอาจจะอยากจับจองเป็นเจ้าของ แต่เราลองมาดูจุดที่ต้องพิจารณาของ iPhone X กันบ้างว่าจะคุ้มค่าน่าซื้อจริงหรือไม่

 

iPhone X เปราะบางมาก และค่าซ่อมแพงพอๆ กับซื้อเครื่องใหม่


เนื่องจากการเปลี่ยนดีไซน์มาใช้งานวัสดุแบบ Metal-Glass ทำให้ iPhone X มีความเปราะบางมากกว่าไอโฟนรุ่นก่อนหน้าที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นหลัก ถ้าหากผู้ใช้เผลอทำตก ตัวเครื่องจะแตกง่ายมาก และค่าซ่อมก็สูงถึง 549 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,200 บาท) เลยทีเดียว

 

แอปพลิเคชันส่วนใหญ่ยังไม่รองรับการแสดงผลบนหน้าจอ iPhone X


หน้าจอของ iPhone X มีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งก็คือ แถบเซ็นเซอร์ และกล้องด้านหน้าที่ยื่นลงมาจากขอบหน้าจอด้านบน ซึ่งผู้ใช้หลายคนก็ไม่เห็นด้วยกับการออกแบบเช่นนี้ เพราะเป็นการทำให้เสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ก็ยังไม่รองรับการแสดงผลแบบ iPhone X ด้วยเช่นกัน

 

มีสีให้เลือกน้อยมาก


iPhone X เปิดตัวมาพร้อมกับสีสันตัวเครื่องที่มีให้เลือกเพียง 2 สี เท่านั้น คือ สีขาว และสีดำ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยมากถ้าหากเทียบมือถือรุ่นอื่นๆ ในตลาด

 

สีหน้าจอเปลี่ยนทันทีเมื่อมองผิดมุม และอาจเกิดปัญหาจอเบิร์น


แม้ว่าการที่ Apple เลือกใช้งานหน้าจอ OLED บน iPhone X จะช่วยให้มีการแสดงสีสันที่แม่นยำ และภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาของ OLED ก็มีอยู่บ้าง นั่นก็คือ ปัญหาหน้าจอเบิร์น ถ้าหากเปิดใช้งานหน้าจอเดิมเป็นเวลานาน หรือการมองหน้าจอผิดมุมก็จะทำให้สีสันบนจอเปลี่ยนไปทันที

 

ดีไซน์กล้องนูน


แม้ตัวเครื่องของ iPhone X จะเปลี่ยนไปใช้งานดีไซน์แบบ Metal-Glass ที่ดูมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น แต่ดีไซน์ในส่วนของกล้องถ่ายภาพยังคงสร้างคำถามให้กับผู้ใช้หลายๆ คนว่า ทำไม Apple ต้องออกแบบให้กล้องด้านหลังมีความนูนออกมาเยอะถึงเพียงนี้ เพราะกล้องที่นูนออกมาจะส่งผลเวลาวางตัวเครื่องกับโต๊ะ หรือพื้นผิวต่างๆ และอาจเสี่ยงต่อการทำให้เลนส์กล้องแตกได้อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า iPhone X จะมีทั้งจุดเด่น และจุดที่ต้องพิจารณาอยู่หลายส่วน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีผู้ใช้หลายคนที่รอคอยการมาของ iPhone X และพร้อมจับจองเป็นเจ้าของกันในวันแรกๆ อย่างแน่นอน ซึ่งการเลือกมือถือประจำกายก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคล เพราะมือถือที่ขึ้นชื่อว่าดีสำหรับบุคคลหนึ่ง อาจจะไม่ได้ดีสำหรับอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้น ผู้ใช้ควรเลือกซื้อมือถือที่เหมาะกับการใช้งาน และตรงตามความต้องการของเราก็เป็นอันเพียงพอแล้วครับ

 

ที่มา : phonearena


วันที่ : 10/11/2560

Tags :