หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 8/11/2565

10 วิธีตั้งค่า iPhone ให้ประหยัดแบตบน iOS 16

 

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ iPhone จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแบตแล้ว แต่สำหรับบางคนที่มีการใช้งานหนักหน่วงก็ยังคงต้องการให้แบต iPhone ใช้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงพยายามประหยัดแบตด้วยวิธีต่าง ๆ สำหรับวันนี้เราก็มี 10 วิธีการตั้งค่าบน iOS 16 ที่ช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี iPhone มากยิ่งขึ้นมาฝากกัน มีอะไรบ้างไปดูกันครับ

 

10 วิธีตั้งค่า iPhone ให้ประหยัดแบตบน iOS 16

  1. ปิด Always-On Display
  2. ปิด Live Activities
  3. ใช้ภาพนิ่งเป็นพื้นหลัง
  4. ปิดระบบสั่นของแป้นพิมพ์
  5. ตรวจสอบแอปกินแบต
  6. ปิดการแชร์รูปภาพบน icloud
  7. จำกัดการขอตำแหน่งจากแอป
  8. จำกัดการขอใช้ Bluetooth จากแอป
  9. จำกัดกิจกรรมพื้นหลัง
  10. ต่อ Wi-Fi เสมอ

 

1. ปิด Always-On Display

Always-On Display เป็นฟีเจอร์พิเศษที่มีเฉพาะใน iPhone 14 Pro กับ iPhone 14 Pro Max เท่านั้น ฟีเจอร์นี้จะทำให้ภาพบนหน้าจอล็อกแสดงอยู่ตลอดเวลาโดยหรี่แสงให้มืดลง และลดค่า Refresh Rate ให้ต่ำที่สุด ทำให้เราดูเวลา, วิดเจ็ต และกิจกรรมสดได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องหยิบตัวเครื่องขึ้นมาเปิดจอ แต่การเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ก็กินแบตกว่าการไม่เปิดอยู่ดี หากเราต้องการปิด ให้ไปที่ Settings > Display & Brightness > Always On

 

2. ปิด Live Activities

Live Activities หรือกิจกรรมสดเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องบน iOS 16.1 ที่อนุญาตให้แอปแสดงการแจ้งเตือนของกิจกรรมแบบสด ๆ บนหน้าจอล็อก เช่น ผลกีฬา เที่ยวบิน หรือสภาพอากาศ เป็นต้น แต่การแจ้งเตือนที่อัปเดตทุกวินาทีแบบนี้ก็กินแบตเตอรีไม่น้อย ถ้าไม่จำเป็นใช้ก็ปิดไปก่อนดีกว่า โดยเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Face ID & Passcode จากนั้นเลื่อนลงมาแล้วปิด Live Activities

 

3. ใช้ภาพนิ่งเป็นพื้นหลัง

ใน iOS 16 เราสามารถตั้งภาพพื้นหลังให้เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ ภาพพื้นหลังบางแบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานะของแอป เช่น ภาพพื้นหลังท้องฟ้าที่แสดงสภาพอากาศ และกลางวัน-กลางคืนแบบ real-time ตามข้อมูลในแอปสภาพอากาศ เป็นต้น จริง ๆ แล้วภาพพื้นหลังแบบเคลื่อนไหวกินแบตไม่มากนัก แต่ถ้าต้องการประหยัดแบตขั้นสุดก็เปลี่ยนเป็นภาพนิ่งดีกว่าครับ

 

4. ปิดระบบสั่นของแป้นพิมพ์

ระบบสั่นเมื่อกดปุ่มบนแป้นพิมพ์ ช่วยให้การพิมพ์รู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่แน่นอนว่ามันก็ต้องใช้พลังงานจากแบตเพื่อสั่นในทุก ๆ ครั้งเช่นกัน ถ้าไม่ได้ชอบมันมากขนาดนั้น สามารถเข้าไปปิดได้ที่ Settings > Sounds & Haptics > Keyboard Feedback > Haptic

 

5. ตรวจสอบแอปกินแบต

เราสามารถดูสถิติการใช้งานแบตเตอรีของ iPhone รวมถึงอัตราการกินแบตเตอรีของแอปพลิเคชันแต่ละตัวได้ โดยเข้าไปที่ Settings > Battery ซึ่งในบางครั้งเราอาจพบว่าแอปพลิเคชันบางตัวมีการใช้แบตมากกว่าปกติ และเป็นตัวการที่ทำให้ไอโฟนของเราแบตหมดไว ถ้าไม่ได้จำเป็นใช้ขนาดนั้นก็ลบทิ้งไปได้เลย

 

6. ปิดการแชร์รูปภาพบน icloud

 

 

iCloud Shared Photo Library เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดโอกาสให้เราแชร์อัลบั้มภาพบน iCloud กับคนอื่น ๆ อีกสูงสุด 5 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเลือกแชร์กันในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนสนิท ปกติฟีเจอร์นี้จะไม่ได้เปิดใช้งานมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าใครกำลังใช้อยู่ ฟีเจอร์นี้จะทำให้อัลบั้มของเราซิงค์รูปภาพทุกครั้งที่มีใครอัปโหลดรูปเข้ามา ส่งผลให้แบตหมดไวไปตามระเบียบ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงฟีเจอร์นี้ไว้จะดีกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องใช้จริง ๆ แนะนำให้ตั้งค่าซิงค์รูปภาพผ่าน Wi-Fi เท่านั้น โดยไปที่ Settings > Photos > Cellular Data > ปิด Cellular Data

 

7. จำกัดการขอตำแหน่งจากแอป

แอปพลิเคชันบางตัวจะมีการขอตำแหน่งของเราทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลังเพื่อฟังก์ชันการทำงานบางอย่าง เช่น นำทาง หรือแสดงเส้นทางการจัดส่งสินค้า เป็นต้น แต่บางแอปก็ขอตำแหน่งเราไปด้วยเหตุผลที่ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ และยังเปลืองแบตโดยใช่เหตุ ซึ่งเราสามารถเข้าไปปิดการขอตำแหน่งได้ที่ Setting > Privacy > Location Services จากนั้นเลือกแอปที่ต้องการปิดการขอตำแหน่งได้เลย

 

8. จำกัดการขอใช้ Bluetooth จากแอป

นอกจากตำแหน่งแล้ว บางครั้งแอปก็เรียกใช้ Bluetooth อยู่เบื้องหลังด้วยเหมือนกัน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตหมดเร็ว สามารถเข้าไปเลือกปิดได้ที่ Settings > Privacy > Bluetooth

 

9. จำกัดกิจกรรมพื้นหลัง

แอปพลิเคชันทุกตัวจะมีการอัปเดตการทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นพัก ๆ แม้เราจะไม่ได้เปิดแอปอยู่ก็ตาม แต่ละแอปก็จะมีความถี่ในการทำงานเบื้องหลังแตกต่างกันไป ซึ่งแน่นอนว่าการดึงข้อมูลเบื้องหลังทุกครั้งย่อมใช้พลังงานจากแบตเตอรี

ทั้งนี้ เราสามารถตั้งค่าการดึงข้อมูลเบื้องหลังของแต่ละแอปได้ โดยไปที่ Settings > General > Background App Refresh ในหน้าเมนูนี้เราจะสามารถเลือกปิดการดึงข้อมูลเบื้องหลังทุกแอป หรือเฉพาะบางแอป และเลือกให้มีการดึงข้อมูลเฉพาะเวลาที่ต่อ Wi-Fi อยู่ได้ด้วย

 

10. ต่อ Wi-Fi เสมอ

การเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้โดยไม่ใช้คือการปล่อยแบตให้ไหลไปแบบสูญเปล่า แต่หากเราเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ จะประหยัดแบตกว่าการใช้งานเน็ตมือถือ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรต่อ Wi-Fi เสมอ เพราะนอกจากจะประหยัดแบตแล้ว ยังช่วยประหยัดเน็ตมือถือของเราได้ด้วย


และทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับการตั้งค่า iPhone ให้ประหยัดแบตยิ่งขึ้นบน iOS 16 นอกเหนือไปจากการเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งน่าจะช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกหน่อย สำหรับคราวหน้าเราจะมี How To อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 8/11/2565

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy