หากย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ในปี 2556 ที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวลือที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นข่าวที่โนเกีย (Nokia) ซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟน Nokia ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android OS ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นการภายในว่า Normandy พร้อมภาพสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายกับ Nokia Asha ซึ่งนักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างก็คาดการณ์ว่า Nokia Normandy น่าจะเป็น มือถือตระกูล Asha ที่ใส้ในทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS และออกมาจับกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนตลาดล่าง

และแล้วในที่สุด บรรดาผู้ที่รอคอยก็ได้สมหวังกันถ้วนหน้า เพราะทาง Nokia ได้ออกมาประกาศเปิดตัว มือถือสมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Nokia X, Nokia X+ และ Nokia XL ซึ่งเป็นมือถือสมาร์ทโฟน ตระกูล X ที่มีราคาย่อมเยา และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nokia X Software Platform เวอร์ชัน 1.1 ที่พัฒนาอยู่พื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android OS นั่นเอง

ด้วยเหตุที่แอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ Android นั้น มีอยู่มากมายหลายแสนแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ทุกรูปแบบ และเป็นหนึ่งในแพลทฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนปัจจุบัน ทาง Nokia จึงเล็งเห็นความสำคัญในตลาด Android โดยนำ AOSP (Android Open Source Project) มาเป็นพื้นฐาน และพัฒนา ให้กลายมาเป็น ระบบปฏิบัติการ Nokia X Software Platform เวอร์ชัน 1.1 รวมไปถึงการสร้างสรรค์อินเทอร์เฟซ (User Interface) บน Nokia XL ด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ 3 แพลทฟอร์ม ได้แก่ Nokia Asha, Nokia Lumia และ Android ให้มาอยู่ใน User Interface เดียวกันบน Nokia ตระกูล X พร้อมทั้งแอปพลิเคชัน และบริการเด่นๆ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากโนเกีย และไมโครซอฟท์ อย่าง HERE Maps, HERE Drive, Nokia MixRadio และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเมื่อรวมกับความสามารถของการรองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นแอนดรอยด์ที่มีอยู่มากมายมหาศาลด้วยแล้ว ก็นับว่า Nokia XL รุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความครบเครื่องไม่แพ้ใคร
การผสมผสานของ User Interface จาก 3 แพลทฟอร์ม
1. หน้า Live Tiles ของ Windows Phone
 
หน้า Live Tiles บน Nokia XL และหน้า Live Tiles บน Windows Phone
หน้า Live Tiles นับเป็นเอกลักษณ์เด่นของ Windows Phone เลยก็ว่าได้ มีฟีเจอร์เด่นตรงที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาดของ Live Tiles ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดให้เล็กลง หรือใหญ่ขึ้น รวมไปถึงความสามารถในการเปลี่ยนตำแหน่ง Live Tiles ก็ทำได้อย่างง่ายดาย และนอกจากนี้เมื่อหน้า Live Tiles ถูกนำมาใส่บน Nokia XL ก็ยังมีการเพิ่มความสามารถในการสร้างโฟลเดอร์ เพื่อเลือกเก็บแอปพลิเคชันต่างๆ ตามหมวดหมู่ที่เราต้องการได้อีกด้วย และอีกหนึ่งความสามารถที่ทำได้เหมือนกับแอนดรอยด์ก็คือ การเพิ่มวิดเจ็ต ในหน้า Live Tiles นั่นเอง
2. หน้า Fastlane ของ Nokia Asha
 
หน้า Fastlane บน Nokia XL และหน้า Fastlane บน Nokia Asha
Fastlane นับเป็นจุดเด่นของ Nokia Asha โดยฟีเจอร์นี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชันล่าสุด และการใช้งานทุกๆ อย่างเอาไว้ภายในหน้าเดียวกัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชัน และฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น
3. แถบแจ้งเตือน (Notification Bar) ของ Android
 
Notification Bar บน Nokia XL และ Notification Bar บน Android
Notification Bar บน Android คือฟีเจอร์ที่ช่วยแสดงการแจ้งเตือนสถานะต่างๆ พร้อมทั้งยังเป็นทางลัดสำหรับการ เปิด-ปิด การใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานเช่น WiFi, บลูทูธ, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และโปรไฟล์เสียง ซึ่งก็นับว่าเป็นหนึ่งฟีเจอร์ที่ชาวแอนดรอยด์ได้ใช้ประโยชน์กันอยู่เป็นประจำ
แอปพลิเคชันเด่นบน Nokia XL
แอปพลิเคชัน HERE Map และ HERE Drive
 
HERE Map และ HERE Drive นั้น เป็นแอปพลิเคชันแผนที่ และระบบนำทาง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพมาอย่างยาวนาน มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้แอปพลิเคชันระบบแผนที่นำทางอื่นๆ เลยก็ว่าได้ โดยฟีเจอร์เด่นที่ไม่เหมือนใครนั้นก็คือการใช้งานแผนที่แบบออฟไลน์ และเมื่อผู้ใช้งานขยายแผนที่นำทาง ไปสถานที่สำคัญๆ แอปพลิเคชัน HERE Map ก็จะแสดงผลเป็นแบบ 3 มิติ ให้ได้เห็นกันด้วย
แอปพลิเคชัน Nokia MixRadio
 
Nokia MixRadio นั้น เป็นแอปพลิเคชันในการฟังเพลงศิลปินยอดนิยมจากทั่วทุกมุมโลก แบบออนไลน์ และออฟไลน์ แถมยังให้ฟังกันแบบฟรีๆ อีกด้วย โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกหมวดหมู่เพลง หรือศิลปินที่คุณชื่นชอบ และดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ ได้ รวมไปถึงยังสามารถสร้างสถานีวิทยุส่วนตัว ได้อีกเช่นกัน
แอปพลิเคชันสุดพิเศษ แบบ Exclusive บน Nokia Store
 
Nokia Store นั้นเป็นแอปพลิเคชันสโตร์ ของ Nokia ตระกูล X โดยเฉพาะ โดยเป็นจุดศูนย์รวมแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ที่สามารถติดตั้งลงบนเครื่องได้อย่างปลอดภัย และเชื่อถือได้มากที่สุด เพราะทาง Nokia ได้ทำการคัดสรรแอปพลิเคชันต่างๆ ก่อนที่จะนำมาไว้บน Nokia Store เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดบน Nokia ตระกูล X รวมทั้งยังมีแอปพลิเคชันสุดพิเศษ แบบ Exclusive ที่ไม่เหมือนใครมาให้ใช้งานกันฟรีๆ เลยทีเดียว
แอปพลิเคชันสโตร์อื่นๆ

ถึงแม้ว่าจะมีแอปพลิเคชันบางตัว ที่ทาง Nokia ไม่ได้นำมาใส่ไว้บน Nokia Store ผู้ใช้งานก็ยังสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้เอง ผ่านทาง แอปพลิเคชันสโตร์อื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกับทาง Nokia ไม่ว่าจะเป็น SlideME Market, Aptoide, Mobango และ 1MobileMarket
ยืดหยุ่นเต็มที่ด้วยการรองรับการติดตั้งไฟล์นามสกุล APK (Sideload)
 
อีกหนึ่งความพิเศษบน สมาร์ทโฟน Nokia XL คือสามารถรองรับการติดตั้งไฟล์แอปพลิเคชันแอนดรอยด์นามสกุล APK ได้โดยตรง (ติดตั้งแบบ Sideload) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากภายนอกที่เป็นไฟล์ APK มาใส่ไว้ในเครื่อง Nokia XL แล้วทำการติดตั้งได้ทันที
สรุปความโดดเด่นของ Nokia XL หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีคนเฝ้ารอมากที่สุด

สิ่งที่เห็นได้ชัดบน Nokia XL นั้นคือความพิเศษเฉพาะตัว และสามารถตอบสนองการใช้งานแก่ผู้บริโภคทั่วไปในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น User Interface ที่เกิดจากการผสมผสานของทั้ง 3 แพลทฟอร์ม และยังใช้งานได้ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก พร้อมทั้งแอปพลิเคชัน Exclusive ที่มีเฉพาะ Nokia ตระกูล X อย่าง HERE Map, HERE Drive, MixRadio และบริการอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงความสามารถในการติดตั้งแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ได้อย่างยืดหยุ่นหลากหลายช่องทางทั้งจาก Nokia Store, App Stores อื่นๆ และการติดตั้งด้วยไฟล์ APK โดยตรง (Sideload) ส่วนด้านราคาจำหน่ายนั้นจะอยู่ที่เพียง 5,650 บาท และมีสีสันของตัวเครื่องให้เลือกถึง 6 สี เลยทีเดียว ด้วยราคา และคุณสมบัติพื่นฐานที่กล่าวไปนั้น ก็ทำให้เห็นได้ว่ามือถือสมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ อย่าง Nokia XL เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, จอใหญ่ และมีราคาที่ย่อมเยา โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่เฝ้ารอคอยมานานแรมปี วันนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดการรอคอยแล้วครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม Nokia XL Dual SIM : http://www.thaimobilecenter.com/spec/Nokia-XL-Dual-SIM.asp
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.nokia.com/th-th/phones/phone/nokia-xl/
Thaimobilecenter.com
วันที่ : 15/7/57
|