ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> รู้จักกับ Android L การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแอนดรอยด์บน Material Design พร้อมฟีเจอร์ใหม่อีกเพียบ!


รู้จักกับ Android L การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแอนดรอยด์บน Material Design พร้อมฟีเจอร์ใหม่อีกเพียบ!




สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญบนเวทีในงาน Google I/O เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการเปิดตัวระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android OS) เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ถูกเรียกในชื่อสั้นๆ ว่า Android L แต่ว่าในขณะนี้ Android L ก็ยังคงเป็นเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาอยู่ (Android L Developer Preview) โดย Android L นั้นถูกยกเครื่องปรับโฉมใหม่หมดจดให้อยู่บนการออกแบบดีไซน์ที่เรียกว่า Material Design ซึ่งทีมงานออกแบบของกูเกิลได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระดาษ และน้ำหมึก ดูเหมือนเป็นภาพศิลปะที่ดูเรียบหรูดูน่าเชื่อถือ, มีการเล่นแสงเงา พร้อมสีสันที่สดใสหลากหลาย และรองรับกับการนำไปใช้งานกับอุปกรณ์ในทุกๆ แพลทฟอร์ม และทุกๆ ขนาดของหน้าจอแสดงผล ตั้งแต่นาฬิกา, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, โน๊ตบุ๊ค, คอมพิวเตอร์, โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งหน้าจอแสดงผลในรถยนต์ และมี APIs (Application Programming Interface) ใหม่ๆ สำหรับนักพัฒนาอีกกว่า 5,000 รายการเลยทีเดียว เรียกได้ว่านักพัฒนาจะมีอะไรให้เล่นให้ลองอย่างเต็มอิ่ม รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้งานอีกมากมาย ดังนั้นในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์จึงขอนำฟีเจอร์เด่นต่างๆ ของระบบปฏิบัติการ Android L ที่ถูกนำเสนอในงาน Google I/O มาสรุปให้ทุกท่านได้ทราบกัน

 

Material Design ความเรียบง่าย ที่มาพร้อมสีสัน, แสงเงา, ความเคลื่อนไหว และใช้งานได้บนจอแสดงผลทุกรูปแบบ

หลังๆ มานี้ อินเทอร์เฟซ (ส่วนติดต่อผู้ใช้) ในแอพพลิเคชั่น หรือบริการต่างๆ ของกูเกิลจะถูกออกแบบให้เป็นสไตล์เรียบๆ ดูสบายตา จนล่าสุดบนระบบปฏิบัติการ Android L ก็ยังคงยึดถือแนวทางนี้ต่อไป โดยทีมพัฒนา Material Design นี้ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากกระดาษ และน้ำหมึก ซึ่งแม้ดูผิวเผินจะเป็นดีไซน์ที่เรียบๆ แต่ในทุกขณะที่ใช้งาน ก็จะเผยให้เห็นถึงเอฟเฟคการเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติที่ดูสวยงามลื่นไหล และแสงเงาที่สมจริง ในฝั่งของผู้ใช้งานเมื่อได้เห็นก็จะรู้สึกผ่อนคลาย และใช้งานได้ง่าย ส่วนในฝั่งของผู้พัฒนาก็สามารถนำ Material Design นี้ไปใช้สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของตนเองได้เช่นกัน รวมถึงสามารถเลือกสีสันที่มีอยู่หลากหลายไปใช้งานได้ตามใจชอบ โดยหลักๆ แล้วความพยายามของกูเกิลในการพัฒนา Material Design ขึ้นมาในครั้งนี้ คือการลดความแปลกแยกของส่วนติดต่อผู้ใช้บนอุปกรณ์ต่างๆ กล่าวคือไม่ว่าเราจะนำแอพพลิเคชั่นไปติดตั้งใช้งานบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ในแพลทฟอร์มใด ส่วนติดต่อผู้ใช้ก็ยังคงดูไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่อุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดเล็ก ไปจนถึงอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นหากนำแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟน ไปใช้งานบนแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ก็ยังสามารถให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ไม่แตกต่างกัน

หากดูจากหน้าอินเทอร์เฟซต่างๆ บนระบบปฏิบัติการ Android L ที่ทางกูเกิลนำมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ก็จะเห็นว่ามีหลายๆ ส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เช่น ปุ่มกดต่างๆ ที่ดูเรียบง่ายมากขึ้น, หน้าตาของ Gmail ที่ถูกปรับปรุงใหม่ และไอคอนต่างๆ ที่เปลี่ยนจากไอคอนสี่เหลี่ยม ไปเป็นไอคอนกลมมน ซึ่งทีมงานก็ได้รวมภาพหน้าจอบางส่วนมาให้ทุกท่านได้ชมกันด้วย

 

เบราว์เซอร์ Chrome โฉมใหม่

ความโดดเด่นของ Material Design นั้นก็ได้นำมาใช้เพื่อการยกเครื่องเบราว์เซอร์ Chrome ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิคเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลต่อเนื่อง, สีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามรูปภาพที่เรากำลังค้นหา, คำสั่ง New Pages Sliding In และที่สำคัญก็คือกราฟฟิคต่างๆ ที่เคลื่อนไหวในเบราว์เซอร์ Chrome โฉมใหม่นี้ มีความเร็วมากถึง 60 เฟรมต่อวินาที

 

การแจ้งเตือน (Notifications) แบบใหม่

การแจ้งเตือน หรือ Notifications บนระบบปฏิบัติการ Android L นั้นเรียกได้ว่าถูกยกเครื่องใหม่เลยทีเดียว โดยเฉพาะบนหน้า Lock Screen นั้น ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบการแจ้งเตือนต่างๆ จากหลายๆ แอพพลิเคชั่น ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อคหน้าจอ ดังนั้นเมื่อผู้ใช้งานหยิบตัวเครื่องขึ้นมาก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยการแจ้งเตือนบน Android L จะมีการออกแบบให้เป็นลักษณะของแถบแจ้งเตือน (Notifications Panel) หลายๆ แถบ และความพิเศษที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ Android L นั้นจะสามารถเรียนรู้ได้ว่าผู้ใช้งานให้ความสนใจกับอะไรมากเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งนั้นก็จะถูกลำดับความสำคัญไว้ในอันดับต้นๆ ในระบบการแจ้งเตือน รวมถึงผู้ใช้งานก็สามารถกำหนดเองได้เช่นกันว่าจะให้แสดงการแจ้งเตือนประเภทใดบ้าง

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการแจ้งเตือนคือ ข้อมูลการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณส่วนบนของหน้าจอแสดงผล ซึ่งไม่ว่าผู้ใช้จะกำลังเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นใดอยู่ การแจ้งเตือนต่างๆ ก็จะอยู่ที่เพียงบริเวณส่วนบนของหน้าจอ ไม่ส่งผลกระทบกับการใช้งานแอพพลิเคชั่น ดังนั้นการใช้งานแอพพลิเคชั่นก็จะไม่ถูกรบกวน หรือถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือนใดๆ

 

Personal Unlocking การปลดล็อคหน้าจออัจฉริยะ

ความฉลาดอีกอย่างของหน้า Lock Screen ก็คือการปลดล็อคหน้าจอโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม หรืออยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะสม เช่นหากเราได้ตั้งค่าสถานที่ (Location) เอาไว้ และกำลังอยู่ในบริเวณดังกล่าว หรือมีการสวมใส่อุปกรณ์บลูทูธ สมาร์ทโฟนก็จะสามารถรับรู้ได้ และปลดล็อคหน้าจอให้โดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องเสียเวลาใส่รหัส PIN หรือปลดล็อคด้วยวิธีการอื่นๆ เลยทีเดียว

 

ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ด้วย Android Runtime (ART) และเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ 64-bit

แต่เดิมบนระบบปฏิบัติการ Android 4.4 KitKat ตัว Runtime อย่าง ART (Android Runtime) เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งสำหรับนักพัฒนา หรือคนที่ชอบลองของใหม่เท่านั้น แต่พอมาถึงระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง Android L ตัว ART นั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นตัว Runtime มาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ART สามารถทำงานได้เร็วกว่าตัว Runtime ยอดนิยมก่อนหน้านี้อย่าง Dalvik Runtime ถึงสองเท่า ซึ่งนี่ก็คงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Android L นั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานที่เหนือกว่าเดิม รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบ ARM, x86 และ MIPS ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ ART นั้น จะมีการแปลงภาษา (Compilation) ในรูปแบบของ AOT (Ahead-of-Time) ซึ่งเป็นการแปลงไว้ล่วงหน้าครั้งแรกเพียงแค่ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อมีการเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่น ก็จะไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลซ้ำอีก ซึ่งทรัพยากรของระบบ เช่นหน่วยความจำ ก็จะถูกใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า Dalvik Runtime เรียกได้ว่าหากทุกอย่างลงตัวสมบูรณ์เมื่อไหร่ ART ก็น่าจะทำให้อุปกรณ์แอนดรอยด์ ให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลไม่แพ้อุปกรณ์ในฝั่งของไอโอเอส (iOS)

และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ Android L นั้นมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมก็คือการรองรับเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ 64-bit ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์แบบเต็มๆ จากขนาดของหน่วยความจำ Register ที่ใหญ่กว่า, การรองรับกับการทำงานข้ามแพลทฟอร์ม และรองรับการใช้งานกับหน่วยความจำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้นหากดูในภาพรวมแล้วก็จะเห็นว่า ช่องว่าง หรือความแตกต่างระหว่างสมาร์ทโฟน กับอุปกรณ์เฉพาะทางอื่นๆ ก็จะยิ่งแคบลงทุกที หากเทียบกันง่ายๆ ก็เรียกได้ว่าสามารถเข้าใกล้กับประสิทธิภาพของเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้กระทั่งหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคบนเครื่องคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว

 

ประสิทธิภาพด้านกราฟฟิคทีดีขึ้นด้วย Android Extension Pack

อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นคือช่องว่างระหว่างสมาร์ทโฟน กับอุปกรณ์กราฟฟิคเฉพาะทาง นับวันก็ยิ่งแคบลงเรื่อยๆ มีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ห่างกันสุดกู่เหมือนในอดีต และ Android L นั้นก็ได้เพิ่ม Android Extension Pack ที่รองรับมาตรฐาน OpenGL ES 3.1 เอาไว้ให้ จึงเหมือนเป็นการยกเอาประสบการณ์ของการแสดงผลภาพกราฟฟิคบนเครื่องคอมพิวเตอร์ มาใส่เอาไว้ในสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็หมายความว่า Android Extension Pack นั้นจะช่วยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับการแสดงผลภาพกราฟฟิคเกมส์ต่างๆ บนสมาร์ทโฟน ให้สวยงามสมจริงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไล่เฉดเงาในระดับสูง, แสงที่สวยงามขึ้น, การสะท้อนที่สมจริง และเอฟเฟคควันไฟที่ดีขึ้น

 

ประหยัดพลังงานได้มากกว่าด้วย Project Volta

สำหรับ Project Volta นั้นเป็นเครื่องมือ หรือ APIs ตัวใหม่ ที่จะช่วยให้การรันแอพพลิเคชั่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไปพร้อมๆ กับการประหยัดพลังงาน โดยใน Android L นั้นจะมีการติดตั้งโหมดการทำงานแบบ Battery Saver Mode มาให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งหากเทียบกับโหมดการทำงานทั่วๆ ไป ก็จะสามารถยืดระยะเวลาในการใช้งานในแต่ละวันไปได้อีกราวๆ 90 นาที หรือ 1 ชั่วโมงครึ่ง

 

ใช้งานได้หลายโหมดภายในเครื่องเดียว

การใช้งานได้หลายโหมดภายในเครื่องเดียว หรือ Android for Work นั้นนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากๆ ระหว่างการทำงานก็อาจจะใช้งานในรูปแบบหนึ่ง และระหว่างการเล่นการอาจจะเลือกใช้งานในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการใช้งานในลักษณะนี้ หลายท่านก็อาจจะเคยได้เห็นกันมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ใน BlackBerry 10 และล่าสุดกูเกิลก็ขอนำฟีเจอร์แบบนี้มาใส่เอาไว้ใน Android L บ้าง โดยใน Android L จะแยกเก็บข้อมูลสำหรับการทำงาน และข้อมูลส่วนตัวไว้คนละส่วนกัน ซึ่งคุณสมบัติของ Android for Work นี้ไม่ต้องอาศัยการติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด และที่สำคัญก็คือ บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกอย่าง HTC, Samsung, LG, Sony, Huawai และ Motorola ได้ออกมาตอบรับในการสนับสนุนฟีเจอร์ Android for Work นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

หน้า Recent App ในมุมมองใหม่

ฟีเจอร์หนึ่งที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ต้องใช้อยู่เป็นประจำก็คือรายการแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานล่าสุด หรือ Recent App ซึ่งปุ่ม Recent App บน Android L จะดูคล้ายกับ Tab View ในเบราว์เซอร์ Safari บนระบบปฏิบัติการ iOS อยู่ไม่น้อย โดย Recent App ใน Android L นั้นจะมีลักษณะที่ดูเหมือนกับไพ่ที่เรียงซ้อนกัน และไพ่แต่ละใบ ก็จะมีรูปแบบของแสงเงา และสัดส่วนที่แตกต่างกัน เป็นรูปแบบเฉพาะตัว นอกจากนี้ในหน้า Recent App ยังมีช่องสำหรับการค้นหาข้อมูล และแท็บของเบราว์เซอร์ Chrome อยู่ด้วย ดังนั้นจึงสามารถสลับการทำงานในรูปแบบของ Multi-tasking ได้ง่ายกว่า

 

ช่องค้นหาข้อมูลอัจฉริยะบนหน้าโฮม

ช่องค้นหาข้อมูล (Search Box) บนหน้าโฮม ที่ไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพมากนักบนแอนดรอยด์เวอร์ชันเดิมๆ ถูกปรับปรุงให้ฉลาดขึ้นใน Android L โดยช่องค้นหาข้อมูลบนหน้าโฮมนี้จะสามารถจดจำได้ว่าผู้ใช้งานเคยค้นหาอะไรไว้บ้างในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะในแอพพลิเคชั่น หรือบริการต่างๆ หากมีการค้นหาอีกครั้งก็จะสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

เพิ่มความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว

เรื่องของความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวในขณะที่ใช้งานนับว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่า Android L ก็ได้พัฒนาความสามารถในเรื่องนี้ให้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งความปลอดภัยในส่วนของ Google Play Services และฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Kill Switch ซึ่งสามารถควบคุมเครื่องได้ในขณะที่เครื่องถูกโขมย และป้องกันการสั่งคืนค่าเครื่องจากโรงงาน (Factory Reset) นอกจากนี้กูเกิลยังได้แบ่งประเภทของความเป็นส่วนตัวของหน้า Lock Screen และ Notifications เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่สาธารณะ (Public), ส่วนตัว (Private) และความลับ (Secret)

 

สรุปภาพรวมของ Android L ระบบปฏิบัติการที่ชาวหุ่นเขียวตั้งตารอคอย

แม้ว่าการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android L ในงาน Google I/O เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา จะยังเป็นเพียงการเปิดตัวเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนา (Android L Developer Preview) ยังไม่ใช่การเปิดตัวเวอร์ชันสมบูรณ์ แต่ภาพ และข้อมูลต่างๆ ที่ถูกนำเสนอบนเวทีนั้นก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า Android L เป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และยังมีฟีเจอร์ต่างๆ อีกมากมายที่กูเกิลยังไม่ได้พูดถึง ส่วนคำถามสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป จะได้รับการอัพเดทเป็น Android L เมื่อไหร่ ซึ่งจากที่คาดกัน ก็น่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ชื่อที่ใช้อย่างเป็นทางการของ Android L จะเป็นชื่อขนมชนิดใด, จะเป็น Android 5 หรือ Android 4.5 ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน ณ เวลานี้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ก็มีแบรนด์ชั้นนำออกมาประกาศข่าวดีเกี่ยวกับ Android L บ้างแล้ว เช่นล่าสุดทาง HTC ได้ออกมาประกาศเตรียมอัพเดท Android L ให้กับ HTC One M7 กับ HTC One M8 ภายใน 90 วัน หลังจากที่ได้รับซอฟต์แวร์ตัว Final จากทางกูเกิล ส่วนแบรนด์อื่นๆ ณ เวลานี้ ยังไม่ได้มีการออกมาประกาศแผนการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับ Android L แต่อย่างใด สุดท้ายนี้หากมีความคืบหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Android L ทางทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ก็จะทยอยนำมาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบอย่างแน่นอน

 

บทความโดย : Thaimobilecenter.com

วันที่ : 26/6/57


  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 


ken takeda  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 3 Quote
ไม่ผิดหวังที่เป็นสาวกแอนดรอย ใจก็ว่าอยู่ต้องมีอะไรเด็ดๆให้ได้สัมผัส แอปเปิ้ลหนาวมั้ยครับ??? (เคน กบนอกกะลา)

 โพสต์เมื่อ 10/09/2014  เวลา 17:43      โหวตให้   โหวตลบ  

wins  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 2 Quote


 โพสต์เมื่อ 03/08/2014  เวลา 14:24      โหวตให้   โหวตลบ  

สาวกหุ่น  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 1 Quote
น่าสนมากๆ

 โพสต์เมื่อ 26/06/2014  เวลา 23:12      โหวตให้   โหวตลบ  











    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com