สวัสดีครับ
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้รับเกียรติจากทาง Samsung ให้ไปร่วมงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ซึ่งแท็บเล็ต ตระกูล Galaxy Note รุ่นนี้ได้เผยโฉมอยางเป็นทางการครั้งแรกภายในงาน
Samsung Unpacked 2013 Episode 2 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2013 ที่ผ่านมา เรียกว่าเปิดตัวมาคู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง
Samsung Galaxy Note 3 และนาฬิกาอัจฉริยะ
Samsung Galaxy Gear เลยทีเดียว
โดย Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) มีแนวคิดในการออกแบบโดยรวมที่คล้ายคลึงกับ
Samsung Galaxy Note 3 เช่นฝาหลังใช้วัสดุแบบหนังเทียม
(Faux Leather), ใช้ชิปเซ็ต Exynos 5
Octa 5420 เป็นหน่วยประมวลผลหลัก
และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean
นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition)
ยังมีการออกแบบตัวเครื่องให้บางเฉียบลงกว่า Samsung Galaxy Note 10.1 รุ่นแรกอีกด้วย
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปชมพร้อมกันดีกว่า ว่า Samsung Galaxy Note
10.1 (2014 Edition) นั้นจะมีจุดเด่นอะไรน่าสนใจบ้าง
การออกแบบดีไซน์เป็นอย่างไร และเหมาะกับผู้ใช้งานแบบไหน ไปชมพร้อมกันได้เลยครับ 
พิธีกรสาวสวยออกมากล่าวเปิดงานก่อนที่จะได้ยลโฉม Samsung Galaxy Note 10.1 (2014
Edition) 
Samsung
Galaxy Note 10.1 (2014 Edition)
นั้นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ดบลูทูธ,
เมาส์, USB Connector, AllShare Cast Dongle, HDTV Connection
และ Docking Station 
Samsung
Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) มาพร้อมกับจอแสดงผลขนาด 10.1
นิ้ว แบบ Super Clear LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด
2560x1600 Pixels (WQXGA) ซึ่งนับว่าเป็นความละเอียดที่สูงเป็นพิเศษ ดูเนียนตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต
Exynos 5 Octa
5420 (1.9 GHz Quad-Core + 1.2 GHz Quad-Core Processor) 
ส่วนฝาหลังของ Samsung
Galaxy Note 10.1 2014 Edition ใช้วัสดุแบบหนังเทียมหุ้ม เช่นเดียวกันกับ
Samsung Galaxy Note 3 และมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 243.1x171.4x7.9 มิลลิเมตร โดย Samsung Galaxy Note
10.1 (2014 Edition) จะใช้แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ
8220 mAh 
และยังมาพร้อมกับหน่วยความจำแรมขนาด 3 GB และหน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด
32 GB (มีวางจำหน่ายเพียงรุ่นเดียว คือ รุ่นความจุ 32
GB) โดยสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้ สามารถรองรับได้สูงสุดขนาด 64 GB 
ที่ด้านหน้าส่วนบน จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Proximity Sensor สำหรับการตรวจจับท่าทางต่างๆ
ของผู้ใช้งาน และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2
ล้านพิกเซล 
ที่ด้านหน้าส่วนล่าง จะมีปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส (Touch Panel) ได้แก่
ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ 
ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีพอร์ตอินฟราเรด สำหรับการใช้งานแทนรีโมทคอนโทรล, ปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง และปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ 
ด้านล่างของตัวเครื่อง จะมีไมโครโฟน และช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ (microUSB) 
ด้านข้างทางขวาของตัวเครื่อง จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด, ช่องสำหรับเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ
microSD, ลำโพงแบบสเตอริโอ และช่องเก็บปากกา S Pen 
ด้านข้างทางซ้ายของตัวเครื่อง จะมีลำโพงแบบสเตอริโอ
และช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร 
ด้านหลังของตัวเครื่องส่วนบน มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
ความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor
(BSI) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด และไฟแฟลชแบบ LED 
สำหรับปากกา S Pen บน Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) นั้นจะมีความยาวกว่าปากกา
S Pen ของ Samsung Galaxy Note 3 ประมาณ
1 เซนติเมตร 
Samsung
Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) มาพร้อมกับฟังก์ชัน Air
Command เช่นเดียวกันกับ Samsung Galaxy Note 3 
และ Samsung Galaxy Note 10.1 (2014
Edition) มีโหมดในการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น อัตโนมัติ,
หน้าสวย, รูปที่ดีที่สุด และใบหน้าที่ดีที่สุด
เป็นต้น 
ด้วยฟังก์ชัน Group
Play ทำให้สามารถเปิดดูไฟล์มัลติมีเดียได้พร้อมๆ กันหลายเครื่อง
ซึ่งก็ไม่เว้นแม้กระทั่งไฟล์วีดีโอความละเอียดสูง 
นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 10.1
(2014 Edition) ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Samsung Galaxy Gear ได้ในอนาคต (ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบการใช้งานร่วมกันจึงต้องรอการประกาศจากทาง
Samsung อีกครั้ง) หลังจากที่ทีมงานได้ลองสัมผัส
และลองใช้งาน Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) มาพอประมาณ ก็พอจะสรุปในเบื้องต้นได้ว่า Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) นี้ เป็นแท็บเล็ตรุ่นต่อยอดอีกรุ่นหนึ่งในตระกูล
Galaxy Note ที่น่าสนใจไม่น้อย กับความสามารถที่ครบเครื่องในระดับไฮเอนด์ ที่สามารถนำไปใช้งานได้ทุกประเภท
ไม่โดดเด่นแค่เฉพาะฟังก์ชันที่เกี่ยวกับการใช้งานปากกา S Pen
ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความบาง และความโค้งมน
กับวัสดุที่มีความพรีเมียมมากขึ้น, หน้าจอที่มีความละเอียดมากขึ้นอย่างชัดเจน, สามารถโทรออก-รับสายได้
และยังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของลำโพงสเตอริโอ จากที่เคยอยู่ด้านหน้า
ก็เปลี่ยนมาเป็นอยู่ด้านข้างทั้งฝั่งซ้าย และฝั่งขวาแทน นอกจากนี้
ยังมีการเพิ่มขุมพลังจากเดิม Samsung Galaxy Note 10.1 ใช้หน่วยประมวลผลแบบ
Quad-Core พอมาถึง Samsung Galaxy Note 10.1 2014
Edition ได้เปลี่ยนมาใช้หน่วยประมวลผล Exynos 5 Octa 5420 แทน
ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความเร็วแรงแบบเท่าตัวเลยทีเดียว
และยังเพิ่มหน่วยความจำแรมให้มีขนาด 3 GB เรียกว่าเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นที่บริโภคทรัพยากรสูงๆ
ได้อย่างสบายๆ และเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวที่ 20,900 บาท ก็ถือว่าไม่สูงจนเกินไป โดยการพรีวิวในครั้งนี้เป็นเพียงการทดสอบแบบคร่าวๆ
เท่านั้น ซึ่ง Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ยังมีความพิเศษ
และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังนั้นทางทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์
ก็จะกลับมานำเสนออย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในการรีวิว Samsung
Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ฉบับสมบูรณ์ อดใจรอกันอีกไม่นาน เพราะตอนนี้ทีมงานกำลังเร่งทดสอบกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายนี้
ก็ต้องขอขอบคุณ ทางบริษัท ซัมซุง ประเทศไทย ที่ได้เปิดโอกาสให้ทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้ไปร่วมงานเปิดตัว
Samsung Galaxy Note 10.1 2014 Edition
พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
Thaimobilecenter.com
วันที่ : 31/10/56
|