
เอไอเอสคิดต่างออกบริการคอนเนกต์ ทอล์ก เจาะตลาดโทร.ต่างประเทศแนวใหม่ หนีสงครามราคาโทร.ออกต่างประเทศ เปิดให้ลูกค้าเช่าเบอร์ต่างประเทศนำร่อง 5 ประเทศแรกสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และ สิงคโปร์ ผู้โทร.เข้าจ่ายตามค่าบริการโทรในประเทศ ส่วนผู้ใช้ในประเทศไทยจ่ายเพียงค่าบริการเช่าเบอร์ต่างประเทศเดือนละ 99 บาท เสียค่ารับสายจากมือถือนาทีละบาท หากรับจากคอมพิวเตอร์ไม่ต้องเสียค่ารับสาย
นายฮุย เวง ชอง รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสได้เปิดบริการคอนเนกต์ ทอล์ก (Connect Talk) นำร่อง 5 ประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และ สิงคโปร์เพื่อเจาะตลาดผู้รับสายจากโทรศัพท์ต่างประเทศ ด้วยการเปิดตัวบริการดังกล่าว เป็นการเช่าเบอร์ต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศสามารถโทรกลับมาประเทศไทยในราคาค่าโทร.ภายในประเทศนั้นๆ
บริการดังกล่าวเป็นการเช่าเบอร์ในประเทศที่ลูกค้าเอไอเอสมีเพื่อนหรือทำธุรกิจอยู่ เพื่อให้ผู้ติดต่อจากประเทศนั้นมายังประเทศไทย เสียค่าบริการตามอัตราค่าโทรในประเทศนั้น โดยลูกค้าเอไอเอสจะเสียค่าบริการเช่าเลขหมายละ 99 บาท หากรับสายจากโทรศัพท์มือถือจะมีค่าโอนสายนาทีละ 1 บาท แต่หากรับสายจากโน้ตบุ๊ค หรือ พีซีจะไม่มีค่าบริการโอนสาย
โดยลูกค้าเอไอเอสจะเสียค่าเช่าเบอร์ในต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 แพคเกจ คือ เพอร์ซันนัล นัมเบอร์ คิดค่าบริการเช่าเบอร์ 99 บาทต่อเดือนต่อเบอร์ต่อประเทศ สามารถระบุเลขหมายในต่างประเทศที่ต้องการติดต่อได้ 20 เบอร์ และบิสิเนส นัมเบอร์ ค่าบริการเช่าเบอร์ 500 บาทต่อเดือน รับสายที่โทร.เข้ามาจาก 5 ประเทศได้ไม่จำกัดเลขหมาย ทั้ง 2 แพกเกจกรณีรับสายที่โทรศัพท์มือถือคิดค่าบริการ 1 บาทต่อนาที
อย่างไรก็ดี บริการดังกล่าวทำขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างและเข้าไปให้บริการในตลาดใหม่ คือตลาดผู้รับสายต่างประเทศ โดยตลาดกลุ่มนี้มีประมาณ 1 ล้านคน / เดือน การเข้ามารุกตลาดใหม่ดังกล่าวก็เพื่อหนีการแข่งขันด้านสงครามราคาในตลาดโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (ไอดีดี) และตลาดโทรศัพท์ทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ (วีโอไอพี) มูลค่าตลาดกว่า 1.5 ล้านคนต่อเดือน ที่มีจำนวนผู้ประกอบการค่อนข้างมาก
ทั้งนี้เอไอเอสคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนไทยในต่างประเทศ กลุ่มคนทำงาน ครอบครัวของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และกลุ่มธุรกิจ ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดในระยะแรก 10% ของมูลค่าตลาดรวมผู้รับสายจากโทร.ทางไกลต่างประเทศประมาณ 1 ล้านรายต่อเดือน
ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริม เอไอเอส กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังหวังว่าจะมีรายได้จากบริการเสริม(นอนวอยซ์) เติบโตขึ้น 10-15% คิดเป็นมูลค่า 12,000 ล้านบาท โดยเอไอเอสครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 50% จากมูลค่าตลาดรวมในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 23,000-25,000 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้จากนอนวอยซ์ 11,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 28.2% เมื่อเทียบกับรายได้ 8,628 ล้านบาทในปี 2550 ปัจจัยหลักจากการขยายตัวของการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ผ่านโทรศัพท์มือถือที่เติบโตถึง 75% และบริการดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆ เพิ่มขึ้น 45%
Company Related Links :
AIS
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์