
วิเชียร เมฆตระการ (ซ้าย)ผู้บริหารเอไอเอส จับมือ ตำรวจนครบาล สวพ.91 เครือข่ายรถแท็กซี่ มอบบริการดีๆตอบแทนสังคม
เอไอเอสผวาพิษศก.ส่งผลบริษัท โรงงานปลดพนักงาน อาจกระทบรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนลดลง เปิดบริการใหม่ด้านซีเอสอาร์จับมือ ตำรวจนครบาล สวพ. 91 และเครือข่ายรถแท็กซี่หวังตอบแทนสังคมและมัดใจลูกค้า ด้วยแท็กซี่อุ่นใจของหายได้คืน หวังช่วยเหลือด้านของหายและความปลอดภัยผู้โดยสาร
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้หากบริษัท หรือโรงงานมีการปลดหรือเลย์ออฟพนักงานอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนได้ เนื่องจากรายได้ของเอไอเอสขึ้นอยู่กับอัตราการใช้งานของผู้บริโภคนอกเหนือจากลูกค้าใหม่ที่เอไอเอสมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันเอไอเอสมีฐานลูกค้าประมาณ 27 ล้านราย เป็นโพสต์เพด 2.45 ล้านราย หรือประมาณ 9% ที่เหลือเป็นพรีเพด ส่วนปริมาณผู้ใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ประมาณ 8 ล้านราย เอไอเอสตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้กว่า 50%
จากภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นเอไอเอสได้เตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้าประมาณ 2-3 ปี โดยลดการลงทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น แต่จะเน้นในส่วนที่เกี่ยวกับการบริการลูกค้าเป็นหลัก หรือลงทุนในหลัก 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ใช่เป็นเม็ดเงินระดับหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ผู้บริหารตั้งแต่รองระดับหนึ่งหรือวีพีขึ้นไปจะไม่มีการปรับเงินเดือนเพิ่ม
ส่วนการให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ก็ยังมีการขยายสถานีฐานอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้มีการติดตั้งไปแล้ว 412 สถานีทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี และจะติดตั้งอีก 2-3 จังหวัดในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้เดินหน้าโครงการที่เป็นกิจกรรมคืนกำไรให้สังคม หรือซีเอสอาร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 แกนที่เอไอเอสจะดำเนินการคือ เน็ตเวิร์ก การบริการลูกค้า บริการใหม่ๆ สิทธิประโยชน์ลูกค้า และช่วยเหลือสังคม หรือซีเอสอาร์ ล่าสุดร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลและ สวพ.91 ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยของคนเมืองโดยตรง พัฒนาบริการ แท็กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน *1644 ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเมืองที่ใช้บริการรถแท็กซี่เป็นยานพาหนะในการเดินทาง
นอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของการให้บริการให้ดีที่สุดแล้ว เรายังมองถึงการอยู่เคียงข้างสังคมไทยอีกด้วย ดังนั้นในส่วนที่เอไอเอสมีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งครอบคลุมสูงสุด อันเปรียบเสมือนสะพานที่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือ ด้วยแนวคิด เครือข่ายอุ่นใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้อีกทางหนึ่ง
บริการแท็กซี่อุ่นใจเอไอเอสได้นำเทคโนโลยี IVR (Interactive Voice Response) ให้ลูกค้าที่โดยสารรถแท็กซี่สามารถโทร.เข้าไปที่หมายเลข *1644 แล้วฝากข้อความทะเบียนรถแท็กซี่พร้อมรายละเอียดอื่นๆได้ฟรี หากมีการลืมทรัพย์สินหรือเกิดเหตุร้ายขึ้น ก็จะทำให้สามารถค้นข้อมูล รายละเอียดรถแท็กซี่คันที่โดยสารและสามารถนำส่งของหรือติดตามข้อมูลอื่นๆได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์มากกว่าเดิม
ด้านพลตำรวจโทวรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในฐานะที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนที่มีถิ่นพำนักอาศัยอยู่ในเขตของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีรูปแบบใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบแข่งกับเวลา ดังนั้น พาหนะเดินทางที่จะเข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิตดังกล่าวได้คือ แท็กซี่ ที่ปัจจุบันวิ่งให้บริการอยู่มากมาย ซึ่งที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอันดับต้นๆ คือ กรณีที่ผู้โดยสารลืมทรัพย์ไว้บนรถ โดยแต่ละเดือนมีทั้งเจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้ขับรถแท็กซี่เข้ามาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผ่านช่องทางอื่นๆอย่าง สวพ. 91อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น นอกจากการเร่งติดตามการได้คืนมาของทรัพย์สิน รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนไม่ลืมทิ้งทรัพย์สินไว้ในรถแท็กซี่ด้วยวิธีการต่างๆแล้ว บช.น.จึงได้ร่วมมือกับเอไอเอส และ สวพ.91 ในการพัฒนาบริการ แท็กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน*1644 ผ่านการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ติดตัวผู้โดยสาร ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้การติดตามส่งคืน และค้นหาข้อมูลของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดจากการโดยสารรถแท็กซี่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลถึงความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินทั้งของผู้โดยสารและตัวผู้ขับขี่แท็กซี่
นางไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุ สวพ.เอฟเอ็ม91 ผู้ดำเนินรายการสวพ.91 สถานีวิทยุเพื่อการจราจรและความปลอดภัย กล่าวว่า ในฐานะสถานีวิทยุที่เป็นสื่อกลางรายงานจราจรรวมถึงการเป็นเครือข่ายช่วยเหลือประชาชน พบว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนท้องถนนไม่ได้มีแต่เรื่องการจราจรเพียงอย่างเดียว การลืมทรัพย์สินบนรถแท็กซี่ก็ถือเป็นเหตุอันดับต้นๆ โดยจากสายที่โทร.เข้ามาที่สถานีประมาณ 3,000 สายต่อวัน ราว 30-40% เป็นเรื่องของการลืมทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมา สวพ.91 ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนเครือข่ายรถแท็กซี่ เพื่อนำส่งทรัพย์สินคืนเจ้าของมาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ เอไอเอส ต่อยอดการส่งมอบความช่วยเหลือไปยังลูกค้าเอไอเอสกว่า 27 ล้านราย ผ่านบริการ แท็กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน*1644 โดยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นการสร้างความมั่นใจเรื่องของหายได้คืนรวมไปถึงความปลอดภัยด้านอื่นๆได้อย่างครบถ้วน
Company Related Links :
AIS
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์