ผู้ประกอบการมือถือรับปัญหาเศรษฐกิจมีผลต่อภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเช่นเดียวกับทุกอุตสาหกรรม แต่ยังมั่นใจบริการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็น ดีแทคเผยบริการด้านเสียงลดลง แต่แนวโน้มนอนวอยซ์โตเกือบ 100% ด้านทรูมูฟคาดรายได้โต ด้วยตัวเลขหนึ่งหลัก ด้านทีทีแอนด์ทีครวญ โทรศัพท์บ้านยังซบต่อเนื่องหวังภาครัฐ- กทช. เหลียวแลให้ความช่วยเหลือ
นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ รองประธานอาวุโส ส่วนธุรกิจบริการเสริม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเล็กน้อย โดยในปี 2552 ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากปริมาณการโทร.ผ่านแต่ละเครือข่ายจะมีอัตราลดลง โดยเฉพาะส่วนบริการด้านเสียง แต่บริการด้านข้อมูลจะมีการใช้งานมากขึ้น โดยการเติบโตด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกือบ 100% เนื่องมาจากลูกค้ามีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้จากบริการดังกล่าวทั้งตลาดรวมประมาณ 40%
อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้เทเลเนอร์ผู้ถือหุ้นใหญ่ ระมัดระวังการลงทุน โดยจะเน้นการลงทุนในประเทศที่ยังมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้ เทเลเนอร์จะให้ความสำคัญที่จะลงทุนในประเทศอินเดียมาก เพราะยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าประเทศไทย
นายศุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า ยอมรับบริษัทได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากเนื่องจากบริการโทรคมนาคมมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ และแนวโน้มประชาชนจะหันมาใช้บริการโทรคมนาคมแทนการเดินทางด้วย สำหรับด้านธุรกิจของบริษัทฯ ยังสามารถเติบโตในตัวเลขหนึ่งหลัก และบริการด้านดาต้ายังมีการเติบโตในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 20 %
นายสุเมธ อักษรกิตติ์ รองผู้อำนวยการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร รองผู้อำนวยการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม ประกอบกับที่ผ่านมาธุรกิจ โทรศัพท์พื้นฐานได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ต่อเลขหมายและความต้องการติดตั้งลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะโทรศัพท์พื้นฐานมีลูกเล่นและความสะดวกในการใช้งานน้อยกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบดังกล่าวได้ยากแต่ทีทีแอนด์ที ได้พยายามเพิ่มลูกเล่น แอปพลิเคชัน และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการด้านบรอดแบนด์และอินเทอร์เน็ต
สำหรับการลงทุนใหม่ๆ ยอมรับว่าเป็นไปได้ยากเนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากโทรศัพท์พื้นฐานปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องรับภาระค่าสัมปทาน ซึ่งทางออกสำหรับบริษัทฯ การขอใบอนุญาตใหม่ รัฐควรแก้ไขสัญญาสัมปทาน หรือมีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ไวแมกซ์ ที่ใช้ระยะเวลาการลงทุนไม่นาน และสามารถต่อยอดบริการบรอดแบนด์ได้มากยิ่งขึ้น
การหวังให้รัฐหรือผู้กำกับดูแลเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรศัพท์พื้นฐาน ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากแต่ในประเทศอินเดียปัจจุบันเห็นแล้วว่ารัฐบาลและผู้กำกับดูแลได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมหารือให้สิทธิพิเศษส่วนลดต่างๆ เช่น ลดภาษี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนลดลงและสามารถแข่งขันในตลาดและอยู่รอดได้ นายสุเมธ กล่าว
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยในปีนี้คาดว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) จะมีตัวเลขติดลบประมาณ 3% แต่สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยยังถือว่ามีการเติบโตที่ดีอยู่ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีสภาพคล่องที่ดี โดยธนาคารยังมีอัตราการปล่อยกู้เงินได้ไม่ต่ำกว่า 100%
ขณะเดียวกันธุรกิจด้านโทรคมนาคม ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาการให้บริการโครงข่าย 2 G มีมูลค่าเม็ดเงินสำหรับการลงทุน 30,000 ล้านบาท แต่หากมีการลงทุนโครงข่าย 3 Gก็จะทำให้มีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดีในปีนี้หากไม่มีการลงทุนโครงข่าย 3 G มูลค่าตลาดรวมในธุรกิจโทรคมนาคมจะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท
Company Related Links :
DTAC
Truemove
TT&T
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์