หน้าแรกไทยโมบายเซ็นเตอร์ดอทคอม แค๊ตตาล๊อคมือถือ โทรศัพท์มือถือ ราคามือถือ โทรศัพท์มือถือ ราคาศูนย์ โปรโมชันมือถือ ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนมือถือ โทรศัพท์มือถือ บททดสอบ รีวิว มือถือสุดละเอียด ข่าวมือถือ ไอที ชุมชนผู้ใช้มือถือ forum สอบถามปัญหามือถือ

ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> รู้จักกับระบบกล้องแบบ Full Focus (Fixed Focus) มีดีอย่างไร มือถือ หลายรุ่นจึงเลือกใช้

 

รู้จักกับระบบกล้องแบบ Full Focus (Fixed Focus) มีดีอย่างไร มือถือ หลายรุ่นจึงเลือกใช้

เป็นคำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ สมาร์ทโฟน แบรนด์ โนเกีย ว่าเหตุใด โนเกีย จึงไม่ใส่ ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) มาให้กับกล้องดิจิตอลของ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่หลายๆ รุ่น ทั้งๆ ที่ก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของ โนเกีย ซึ่งรุ่นเหล่านี้ก็มักจะถูกยกไปเปรียบเทียบกับ สมาร์ทโฟน รุ่นขึ้นหิ้งอย่าง Nokia N8 ซึ่งได้รับการลงคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้ใช้ส่วนใหญ่ว่าเป็น โทรศัพท์มือถือ ที่ใช้ถ่ายรูปได้ยอดเยี่ยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในวงการ และแม้ว่า Nokia N8 เองจะเปิดตัวและวางจำหน่ายมาแล้วกว่า 1 ปี แต่ในปัจจุบันเอง ก็ยังยากที่จะหา โทรศัพท์มือถือ รุ่นใดมาเทียบความสามารถในเรื่องนี้กับ Nokia N8 ซึ่งนั่นเองก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้หลายคนรู้สึกขัดใจกับระบบกล้องดิจิตอลที่มีมาให้บน สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ ว่าเหตุใดทาง โนเกีย จึงไม่นำระบบกล้องที่ยอดเยี่ยมเช่น Nokia N8 ใส่มาให้ด้วย แต่กลับไปนำระบบกล้องอีกรูปแบบหนึ่งที่ โนเกีย เรียกว่าระบบกล้องแบบ Full Focus มาใส่ไว้แทน ระบบนี้มีดีอย่างไร เพราะเหตุใด โนเกีย จึงนำมาใช้งานอย่างจริงจัง

 , , , , , , , , ,

ตัวอย่างของการที่ โนเกีย นำระบบกล้องแบบ Full Focus หรือ Fixed Focus ของตัวเองมาใช้งานอย่างจริงจังที่เห็นได้ชัดล่าสุดก็คือ สมาร์ทโฟน ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง Symbian Belle ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ Nokia 701, Nokia 700, Nokia 603 และ Nokia 600 ทุกรุ่นนั้นใช้ระบบกล้องแบบ Full Focus ทั้งหมด ดังนั้น จากภาพที่เห็น ก็บอกได้อย่างชัดเจนว่า โนเกีย นั้นมั่นใจในประสิทธิภาพของระบบกล้องแบบ Full Focus เป็นอย่างมาก ซึ่งแต่เดิมโดยส่วนตัวแล้วก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนักกับระบบกล้องแบบ Full Focus เฉกเช่นเดียวกับผู้ใช้อีกจำนวนมาก ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะแวะไปศึกษาข้อมูลโดยละเอียดของระบบกล้องแบบ Full Focus และนำมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ทราบกัน

ระบบ Full Focus นั้นเป็นชื่อที่ทาง โนเกีย เรียก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะเรียกกันว่าระบบ Fixed Focus นั่นเอง โดยหลักการก็คือ ชิ้นเลนส์และชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบ Full Focus นั้นก็จะถูกล็อกตำแหน่งให้อยู่กับที่ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งของการโฟกัสภาพได้ โดยในกระบวนการผลิตนั้นชิ้นเลนส์นั้นได้ถูกวิเคราะห์และปรับแต่งตำแหน่งของเลนส์และชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ให้เป็นอย่างดี และเหมาะสมที่สุดแล้ว ซึ่งนี่จะไม่เหมือนกับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ หรือ Auto Focus ที่ชิ้นเลนส์ภายในจะมีการเคลื่อนไหวได้ เพื่อปรับความคมชัดของภาพไปตามตำแหน่งที่ผู้ใช้ต้องการโฟกัส

, , , , , , , , ,
ภาพชัดทั่วทั้งภาพ ตั้งแต่ระยะใกล้ ไปจนถึงระยะไกลสุดลูกหูลูกตา
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)

เทคโนโลยีหนึ่งที่ โนเกีย พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า EDoF (Extended Depth of Field) ที่หากแปลให้ตรงตัวก็คือ การขยายขอบเขตของความชัดลึก ซึ่งหากใครที่พอจะคุ้นเคยกับเนื้อหาสาระในวงการกล้องดิจิตอลมาบ้าง ก็น่าจะนึกภาพออก เพราะในวงการกล้องดิจิตอลก็มักจะมีศัพท์เฉพาะว่า ชัดตื้น และ ชัดลึก ให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง คำว่า ชัดตื้น ว่ากันง่ายๆ ก็คือระยะชัดของภาพนั้นจะมีขอบเขตแค่ระยะใกล้ๆ หรือระยะสั้นๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายของนางแบบสาวสวยคนหนึ่งที่มายืนอยู่ใกล้ๆ กับช่างภาพ ซึ่งใบหน้าและตัวแบบนั้นจะมีความคมชัด แต่ในทางตรงกันข้ามรายละเอียดของฉากหลังที่อยู่ห่างออกไปนั้นจะเบลอและมัวกว่ามาก ซึ่งนี่ถือว่าเป็นข้อดี เพราะการถ่ายภาพในลักษณะนี้ต้องการความ ชัดตื้น เนื่องจากเราต้องการมุ่งความสนใจไปที่ตัวแบบมากเป็นพิเศษนั่นเอง ซึ่งการถ่ายภาพในลักษณะนี้ ระบบกล้องแบบ Auto Focus ก็จะได้เปรียบมากกว่า ส่วนคำว่า ชัดลึก ก็จะแตกต่างออกไป ซึ่งก็มีความหมายตรงตัวเช่นกัน คือระยะชัดของภาพนั้นจะมีขอบเขตมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น รูปภาพของถนนร้างที่มีเสาไฟฟ้าเรียงไปจนสุดลูกหูลูกตา ซึ่งภาพในลักษณะนี้ต้องการให้เสาไฟทุกต้นตั้งแต่เสาไฟที่อยู่ใกล้ ไปจนถึงเสาไฟที่อยู่ไกล มีความชัดเจนทุกต้น ดังนั้นในกรณีนี้ ระบบกล้องแบบ Full Focus หรือ Fixed Focus ซึ่งมีเทคโนโลยี EDoF ก็จะได้เปรียบ โดยสรุปแล้วก็อาจจะถือได้ว่าระบบกล้องแบบ Full Focus กับระบบกล้องแบบ Auto Focus นั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่ โนเกีย นำระบบกล้องแบบ Full Focus มาใส่ไว้ใน สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ ก็จะมีข้อดีอยู่ไม่น้อย ซึ่งเท่าที่ได้ไปสำรวจข้อมูลมาก็สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้


หมดปัญหาการหลุดโฟกัส และการเบลอ

, , , , , , , , ,
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)

ข้อดีประการแรกของระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือผู้ใช้ไม่ต้องห่วงหรือกังวลว่าในขณะที่ถ่ายภาพ หรือวิดีโอยู่นั้น จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าการหลุดโฟกัส โฟกัสไม่เข้าเป้า หรือการเบลอของภาพ เพราะรายละเอียดทุกอย่างจะยังคงชัดเจนเสมอ ตราบใดที่องค์ประกอบต่างๆ ที่เราต้องการในภาพนั้น อยู่ในระยะห่างจากเลนส์กล้องตั้งแต่ 50 เซนติเมตร โดยประมาณ ไปจนถึงระยะอนันต์ โดยไม่ต้องสนใจว่าสภาพแสงจะเป็นอย่างไร หรือองค์ประกอบต่างๆ ภายในภาพจะอยู่ ณ ตำแหน่งไหน หรือใกล้ไกลขนาดไหนก็ตาม ภายในระยะดังกล่าว และสำหรับเทคโนโลยี EDoF ใน สมาร์ทโฟน Symbian รุ่นล่าสุดอย่าง Nokia 701 นั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยี EDoF ยุคที่สองที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกขั้นจากเทคโนโลยี EDoF ยุคแรก เช่น มีความสามารถในการถ่ายภาพระยะใกล้ได้ใกล้มากขึ้น มีความคมชัดขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงประสิทธิภาพโดยรวมในด้านอื่นๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น

, , , , , , , , ,
เทคโนโลยี EDoF ในยุคที่สอง ที่พัฒนาขึ้น ช่วยให้ถ่ายระยะใกล้ได้คมชัดมากขึ้น
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)

, , , , , , , , ,
เทคโนโลยี EDoF ในยุคที่สอง ที่พัฒนาขึ้น ช่วยให้ถ่ายระยะใกล้ได้คมชัดมากขึ้น
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)


ชัตเตอร์ไร้ซึ่งการหน่วงเวลา ถ่ายภาพต่อเนื่องได้แบบทันทีทันใด

ข้อดีประการที่สองของระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือไม่มีอาการหน่วงเวลาของการจับภาพแต่ละภาพ สามารถถ่ายภาพถัดไปได้แบบทันทีทันใด ซึ่งแตกต่างจากระบบกล้องแบบ Auto Focus ที่เมื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพไปแล้ว ก็ต้องใช้เวลาประมวลผลมากน้อยแตกต่างกันไป จึงจะสามารถกดชัตเตอร์ถ่ายภาพถัดไปได้ ซึ่งแม้กระทั่งกล้องของ Nokia N8 เอง ที่เป็นระบบ Auto Focus ที่ถือว่าประมวลผลได้เร็วมากๆ แล้ว ก็ยังต้องอาศัยเวลาประมาณ 350 มิลลิวินาที ในการประมวลผล ซึ่งหากให้มาแข่งกันว่าใครจับภาพได้จำนวนมากกว่ากัน หรือใครจับภาพได้เร็วกว่ากัน ฝั่งที่เป็นระบบ Full Focus ก็ย่อมชนะอย่างแน่นอน


รายละเอียดคมชัดทั่วทั้งภาพ ไม่ว่าอยู่ใกล้หรืออยู่ไกล

, , , , , , , , ,
ทดสอบการถ่าย ณ สถานที่ซึ่งมีสภาพแสงที่แตกต่างกัน ทั้งสว่างและมืด ก็ถือว่าทำได้ดี
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)

ข้อดีประการที่สามของระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือ หากนำไปเทียบกับกล้องดิจิตอลทั่วไปที่เป็นระบบ Auto Focus เมื่อจับภาพในมุมมองเดียวกัน แล้วนำภาพที่ได้มาเปรียบเทียบเทียบกัน ก็จะพบว่าสำหรับวัตถุที่อยู่ออกไปไกลๆ นั้น หากเป็นกล้องทั่วไปที่ใช้ระบบ Auto Focus วัตถุที่อยู่ไกลๆ จะเบลอมากกว่าภาพที่ได้จากกล้องแบบ Full Focus ซึ่งแม้ว่าในมุมมองผู้ใช้ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้ต้องการให้วัตถุที่อยู่ไกลๆ นั้นชัดเจนมากอยู่แล้ว แต่ทาง โนเกีย ก็เชื่อว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่นั้นต้องการให้รายละเอียดต่างๆ มีความคมชัดทั่วทั้งภาพ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ หรืออยู่ไกล


ออกแบบตัวเครื่องได้บางเฉียบมากกว่า

ข้อดีประการที่สี่ของระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือ ผู้ผลิตสามารถออกแบบให้ตัวเครื่องมีความบางเฉียบได้มากกว่า ที่ทำได้เช่นนี้ก็เพราะว่า ชิ้นส่วนต่างๆ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบกล้องแบบ Full Focus นั้นจะมีขนาดที่เล็ก และบางกว่าชิ้นส่วนของระบบกล้องแบบทั่วไป ดังนั้นหากต้องการให้ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่บางเฉียบ ซึ่งในปัจจุบันต้องถือว่าตัวเครื่องยิ่งบางก็ยิ่งดี ก็สามารถทำได้ง่ายกว่า


ต้นทุนในการผลิตที่น้อยกว่า ราคาย่อมเยามากขึ้น

ข้อดีประการที่ห้าของระบบกล้องแบบ Full Focus ก็คือ มีต้นทุนในการผลิตน้อยกว่าระบบกล้องแบบ Auto Focus ซึ่งนั่นก็ทำให้ตัวเครื่องนั้นมีราคาที่ย่อมเยามากขึ้น มีราคาที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถจับต้องได้ หรือในอีกด้านหนึ่งก็คือ ในต้นทุนเท่ากัน แทนที่จะมีต้นทุนจำนวนมากในเรื่องของกล้องดิจิตอล ผู้ผลิตก็จะสามารถประหยัดต้นทุนในเรื่องของกล้องดิจิตอล และใส่ความสามารถในด้านอื่นๆ เข้าไปทดแทนในครื่องรุ่นนั้นๆ ให้ดีขึ้นได้

, , , , , , , , ,
การถ่ายภาพในเวลากลางคืนก็ถือว่ามีจุดรบกวน (Noise) ไม่มากนัก
(ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com)

นับข้อดีหลักๆ ได้ถึง 5 ประการ ก็นับว่าไม่ใช่น้อย สำหรับระบบกล้องแบบ Full Focus หรือ Fixed Focus ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม โนเกีย จึงเลือกใช้ระบบกล้องแบบนี้กับ โทรศัพท์มือถือ หลายๆ รุ่น แทนที่จะใช้ระบบกล้องแบบ Auto Focus ตามกระแสนิยม ดังจะเห็นได้จาก สมาร์ทโฟน Symbian Belle รุ่นใหม่ๆ ทุกรุ่นต่างก็เลือกใช้ระบบกล้องแบบ Full Focus แต่อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานก็ต้องพิจารณา และตัดสินใจกันเองว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีแบบใดระหว่าง Full Focus กับ Auto Focus จึงจะเหมาะสมกับสไตล์การใช้งานของตนเองมากที่สุด เพราะระบบกล้องทั้งสองรูปแบบนี้ต่างๆ ก็มีจุดแข็งที่แตกต่างกัน สามารถตอบสนองความต้องการได้แตกต่างกัน และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอก็คือ สำหรับการถ่ายภาพให้ออกมาสวยนั้น เทคโนโลยีก็เป็นเพียงแค่ตัวช่วยอันดับรองเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองของคนหลังกล้อง หรือตัวท่านนั่นเองครับ


-----------------------------------------
นำเสนอบทความโดย
: TMC Editor



วันที่ : 30/11/54

 
แนะนำบทความอื่นที่น่าสนใจ ..!!
เปิดตัวแล้ว Samsung Galaxy S6 สรุปข้อมูลสเปค ฟีเจอร์ และ วันวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นนี้

เปิดตัวแล้ว Samsung Galaxy S6 สรุปข้อมูลสเปค ฟีเจอร์ และ วันวางจำหน่ ...

เปิดตัวแล้ว Samsung Galaxy S6 edge : สมาร์ทโฟน จอโค้งสุดล้ำ พร้อมชิปประมวลผล Octa-core 64-bit แรม 3GB

เปิดตัวแล้ว Samsung Galaxy S6 edge : สมาร์ทโฟน จอโค้งสุดล้ำ พร้อมชิป ...

เปิดตัวแล้ว HTC One M9 มาพร้อมชิป Snapdragon 810 แรม 3GB พร้อม กล้องหลัง คมชัด 20 ล้านพิกเซล

เปิดตัวแล้ว HTC One M9 มาพร้อมชิป Snapdragon 810 แรม 3GB พร้อม กล้อง ...

มาแล้ว! ผลการทดสอบ Asus Zenfone 2 บนโปรแกรม AnTuTu ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1

มาแล้ว! ผลการทดสอบ Asus Zenfone 2 บนโปรแกรม AnTuTu ได้คะแนนมาเป็นอัน ...

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2558

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ประจำเด ...

อัพเดทราคามือถือประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ทั้งราคากลาง และราคาศูนย์ [10-กุมภาพันธ์-2558]

อัพเดทราคามือถือประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ทั้งราคากลาง และราคาศ ...

วิธีลงทะเบียนซิมเติมเงิน ก่อนซิมดับ พร้อมวิธีตรวจสอบซิมเติมเงินของท่านว่าลงทะเบียนแล้วหรือยัง ทำอย่างไร?

วิธีลงทะเบียนซิมเติมเงิน ก่อนซิมดับ พร้อมวิธีตรวจสอบซิมเติมเงินของท่ ...

รีวิว Samsung Galaxy A5 สมาร์ทโฟน All-Metal Unibody สุดบางเฉียบ พร้อมกล้องหน้า 5 ล้าน สำหรับคอเซลฟี่ตัวจริง

รีวิว Samsung Galaxy A5 สมาร์ทโฟน All-Metal Unibody สุดบางเฉียบ พร้อ ...




  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 


darin
  
TMC point : 205
 
 ความคิดเห็นที่ 9 Quote
โฟน wrote :
Full / Fixed Focus มันต้นทุนต่ำกว่าไงล่ะ เดี๋ยวนี้ขายแพงไม่ได้ก็ต้องลดต้นทุนทุกอย่าง ต่อให้ทยอยออกบทความมาลบจุดด้อยของสินค้าแบรนด์ตัวเองยังไงก็น้ำหนักไม่มากพอหรอก หันไปเน้น windows phone จะดีกว่านะ เป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่แล้ว ถ้ายังกั๊กแบบเดิมอยู่ล่ะก็ตามโมโตไปได้เลย


+1 เคยโดนเลย ^^ ถ้ายังเป็น Symbian ก็รอไปเกิดใหม่ได้เลย แต่ตอนนี้มี WP เป็นตัวเป็นตนแล้วนะครับ ^^ หวังว่าคงไปต่อได้

 โพสต์เมื่อ 12/4/2011  เวลา 13:33    ส่งข้อความหา darin   โหวตให้ (1)  โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ

โฟน  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 8 Quote
Full / Fixed Focus มันต้นทุนต่ำกว่าไงล่ะ เดี๋ยวนี้ขายแพงไม่ได้ก็ต้องลดต้นทุนทุกอย่าง ต่อให้ทยอยออกบทความมาลบจุดด้อยของสินค้าแบรนด์ตัวเองยังไงก็น้ำหนักไม่มากพอหรอก หันไปเน้น windows phone จะดีกว่านะ เป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่แล้ว ถ้ายังกั๊กแบบเดิมอยู่ล่ะก็ตามโมโตไปได้เลย

 โพสต์เมื่อ 12/2/2011  เวลา 21:16      โหวตให้   โหวตลบ  

หมีคุง   (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 7 Quote
EDoF (Extended Depth of Field) การขยายขอบเขตของความชัดลึกด้วย Software ครับ

Full Focus ของ Nokia เป็นการรวมเอาเทคโนโลยี Fixed Focus และ EDoF มารวมกัน ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ในระยะชัดลึกและมีความคมชัดเท่ากันทุกภาพ

ทีนี้เรามาดูแนวคิดของระบบ Fixed Focus กันก่อน
ระบบ Fixed Focus นี้เป็นแนวคิดในการลดต้นทุุน โดยการตัดชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว คือ ระบบ Auto Focus ออกไป โดยกำหนดจุดโฟกัสเอาไว้ตายตัว ( คนละแบบกับเลนส์ฟิกซ์ หรือ เลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว ( Fix Focal Length ) ในกล้องดิจิตอลนะครับ ) ซึ่งจุดโฟกัสที่กำหนดเอาไว้นี้จะหวังผลเพื่อให้ได้ DOF ที่ระยะ hyperfocal distance กล่าวคือ ระยะชัดลึกจะถูกกำหนดเอาไว้ตายตัวที่ระยะนึง ไปจนถึงระยะอนันต์ ครับ ทำให้ภาำพที่ได้จากระบบ Fixed Focus จึงมีึความชัดลึกสูง
แต่ข้อเสียของระบบ Fix Focus คือ เมื่อใช้กับกล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กลงอย่าง กล้องมือถือ จะทำให้ระยะ hyperfocal distance แคบลง กล่าวคือ ในระยะอนันต์ภาพจะไม่ชัดลึกจริงตามที่ต้องการ

สำหรับ ระบบ EDoF (Extended Depth of Field) นั้น กลับเป็นแนวคิดที่ต่างออกไป โดยการมุ่งไปที่การแก้ไขทาง Software เป็นหลัก โดยการออกแบบชิ้นเลนส์ เป็นแบบ asymmetrical ซึ่งเลนส์ตัวนี้จะมีความยาวโฟกัสขึ้นกับสีของแสงที่มาตกกระทบบนเลนส์ ก่อนจะรวมแสงมาให้ตกอยู่บนเซ็นเซอร์ เนื่องด้วยปัจจุบัน เรามุ่งเน้นกรรมวิธีในการประมวลผลแบบดิจิตอล ด้วยระบบสี RGB เป็นหลัก โดยตัวชิำพจะืทำการคำนวนปริมาณแสงสีต่างๆที่มาตกกระทบบนเซ็นเซอร์ ก่อนจะประมวลผลออกมาเป็นภาพ ซึ่งระบบ EDoF จะเข้าไปแก้ไข ในจุดที่มีึความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้น และประมวลผลใหม่ให้ภาพออกมาคมชัดสูง ไม่เบลอ หรือ ผิดเพี้ยนไป ซึ่งจะเป็นค่าที่กำหนดเอาไว้โดยเฉพาะของผู้ผลิต

ดังนั้น เมื่อรวมสองระบบ Fixed Focus กับ EDoF ก็จะทำให้ ที่ระยะขอบเขตของ DOF ที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ไปจนถึงระยะอนันต์ ภาพที่ได้ก็จะมีความคมชัดเท่าถึงกันทุกภาพ(ยิ่งกว่าภาพจากเลนส์ทั่วไปเสียอีก) ซึ่งไม่ว่าวัตถุจะอยู่ในตำแหน่งใดๆก็ตาม ก็จะมีความชัดโดยตลอด
แต่ทว่าข้อกำหนดของเลนส์ในระบบ Full Focus ต้องใช้รูรับแสงกว้างๆ และ เซ็นเซอร์ต้องมีขนาดใหญ่ รวมทั้งซอฟท์แวร์ประมวลผลที่ดี
แต่ทว่า ข้อจำกัดของระบบ Ful Focus ก็ยังคงเหมือนกับระบบ Fuxed Focus คือไม่สามารถ ถ่ายภาพ Close up ในระยะไกล้ๆ ได้ เนื่องจากขอบข่ายอยู่นอกเหนือไปจากระยะ DOF ที่กำหนดไว้


สรุป ระบบ Auto Focus ปกติ จะมีชิ้นส่วนเลนส์ปรับโฟกัสได้ ทำให้สามารถถ่ายภาพระยะชัดลึก และ ภาพ Close up ได้ ( ส่วนใหญ่จะค่อนไปในทางชัดลึก เนื่องจากขนาดของเซ็นเซอร์ที่เล็ก )

แต่ระบบ Full Focus ของ Nokia จะสามารถถ่ายภาพออกมาได้คมชัดทั่วทั้งภาพเพราะมี Software แก้ไขความคลาดของเลนส์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ระบบ Full Focus นั้นก็ยังไม่สามารถถ่ายภาพในระยะ Close Up หรือ macro ได้อยู่ดีครับ

เพราะว่าระบบ Full Focus เป็นการล็อคโฟกัสเอาไว้ตายตัว จึงสามารถถ่ายภาพได้เร็วกว่าระบบ Auto Focus และทั้งยังสามารถประมวลผลแก้ด้วยซอฟท์แวร์ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องอิงกับตำแหน่ง Focus ที่ระยะต่างๆ จึงทำให้สามารถถ่ายภาพได้ง่าย และไวกว่า อีกทั้งมีความคมชัดสูง ตราบเท่าที่วัตถุที่ถ่ายนั้นอยู่ในระยะ DOF ที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ( มากกว่า ..... cm ขึ้นไป ) นอกจากนี้ จุดประสงค์เรื่องการลดต้นทุนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ Nokia เลือกนำมาใช้กับ มือถือของ Nokia เกือบทุกรุ่น เพราะไม่ต้องมีกลไกขยับได้ในการผลิตชิ้นส่วนเลนส๋

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตุ Smart Phone ระดับบน ของ Nokia อย่างตระกูล N8 และ N9 ก็ไม่ได้ใช้ระบบ Full Focus แต่อย่างใด นั่นอาจสะท้อนให้เห็นว่า อย่างไรก็ตาม ระบบ Auto Focus ก็ยังคงเป็นที่นิยมกว่าสำหรับมือถือระดับ Hi-End อยู่ดีครับ

 โพสต์เมื่อ 12/1/2011  เวลา 19:00      โหวตให้   โหวตลบ  

iamme
  
TMC point : 18
 
 ความคิดเห็นที่ 6 Quote
ใครใช้กล้องถ่ายภาพระบบ dslr จะรู้ว่าเลนส์ฟิกนั้นมีดีอย่างไร

 โพสต์เมื่อ 12/1/2011  เวลา 14:40    ส่งข้อความหา iamme   โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ

55+  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 5 Quote
ผมว่าจริงเหตุผลจริงๆที่ nokia ใช้ fix focus ก็คือ ต้นทุนในการผลิต อย่างเดียวเท่านั้นแหละ เหตุผลอย่างอื่นเป็นเพียงข้ออ้าง

แค่ตอนนี้ก็จะสู้ราคา บริษัทสัญชาติ อเมริกันกับเอเชียไม่ได้อยู่แล้ว และยิ่งเศรษฐกิจทาง ยุโรปกะลังแย่จนแทบล้มละลายอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่สามารถดัมราคาลงมาได้ใหญ่ ฉนั้นก็เหลือทางรอดเพียงอย่างเด๊ยวคือลดต้นทุนใหม่ได้มากที่สุด และขายให้ได้ราคาสูงที่สุด

พยายามทำ packaging ให้ดูดีและใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีขึ้น แต่ technology ที่ใส่ในเครื่องไม่สูงมากนัก เพื่อลงต้นทุนการวิจัย (เพราะค่าวิจัยมันแพงกว่า ค่าวัสดุที่มีคุณภาพดี)

Nokia พยายามลดและควบคุบต้นทุนการพัฒนา software ให้น้อยลงโดยเฉพาะ team พัฒนา Symbian

เมื่อก่อน team พัฒนา Symbian อยู่ได้และสร้างกำไรให้ Nokia เป็นอย่างมากเพราะ Smartphone หลายๆยี่ห้อ ก็ใช้แต่ Symbian และต้องจ่ายค่า license ให้กับ Nokia ต่อจำนวนเครื่องที่ขายได้

แต่เนื่องตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว Smartphone ยี่ห้ออื่นเขามีทางเลือกมากขึ้น มีทั้งที่ พัฒนาเองอย่าง Bada ของ Samsung หรือจะเป็น WebOS ของ HP
แล้วก็ยังมี OS ที่สามารถนำมาใช้ได้แต่ต้องจ่ายค่า License อื่นๆอีก อย่าง Android จาก Google และ Windows Phone จาก Microsoft (Window Phone ถึงจะไม่เป็นที่นิยมในตอนแรกๆ ก็อยู่ได้ เพราะเงินหนาซะอย่าง แค่ไม่ขาดทุนก็พอ)


 โพสต์เมื่อ 11/30/2011  เวลา 17:56      โหวตให้ (1)  โหวตลบ  

ชอบทำให้เข้าใจผิด  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 4 Quote
จาก พาดหัวข้อว่า "Full Focus (Fixed Focus) มีดีอย่างไร มือถือ หลายรุ่นจึงเลือกใช้"
ควรจะเปลียนคำว่า "มือถือ หลายรุ่นจึงเลือกใช้" เป็น "มือถือ Nokia หลายรุ่นจึงเลือกใช้" มากกว่านะ เพราะมีแต่ Nokia จริงๆที่ใช้




 โพสต์เมื่อ 11/30/2011  เวลา 12:33      โหวตให้ (4)  โหวตลบ  

ต้น  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 3 Quote
มาคอนเฟิร์มครับ ถ่ายใกล้ๆเหมือนกล้องไม่มีอะไรเลย ภาพมัว สั่น ไม่ชัด

มือต้องนิ่งจิงๆภาพถึงจะดูได้แต่ไม่ถึงกับดีเหมือนออโต้โฟกัส

นี่คงจะคิดว่าเอาเลนส์fixของdslrมาใส่ละสินะ มันคนละชั้นกันครับ

 โพสต์เมื่อ 11/30/2011  เวลา 10:38      โหวตให้   โหวตลบ  

เคยใช้  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 2 Quote
กากวะ มิงไม่ใช่dslrสักหน่อยใช้auto เหมือนเดิมดีสุดละ

ไปลองพวกโนเกียกากๆดิ Fixed Focus ภาพห่วยสัส

 โพสต์เมื่อ 11/30/2011  เวลา 10:35      โหวตให้ (1)  โหวตลบ  

gf  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 1 Quote
ยังคงยืนหยัดและมั่นคงในตัวเองได้อย่างสวยงาม

 โพสต์เมื่อ 11/30/2011  เวลา 07:39      โหวตให้ (1)  โหวตลบ  










มาแล้ว! ผลทดสอบ Benchmark ระหว่าง Samsung Galaxy S6 vs HTC One M9 vs iPhone 6 รุ่นไหนแรงกว่า มาดูกัน!
มาแล้ว! ผลทดสอบ Benchmark ระหว่าง Samsung Galaxy S6 vs HTC One M9 vs iPhone 6 รุ่นไหนแรงกว่า มาดูกัน! 
น่าจะเป็นผลการทดสอบที่หลายๆ คนรอคอยกันอยู่ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ กับการทดสอบความแรงของชิปเซ็ต บนโปรแกรม Geekbench 3 กับ มือถือเรือธง ที่เปิดตัวไปเมื่อวานนี้ ทั้ง Galaxy S6 และ HTC One M9
สื่อนอกคาด iOS 8.2 เตรียมปล่อยให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดกันใน สัปดาห์หน้า
สื่อนอกคาด iOS 8.2 เตรียมปล่อยให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดกันใน สัปดาห์หน้า 
หลังจากที่ แอปเปิล ปล่อย iOS 8.2 เวอร์ชัน beta ให้นักพัฒนาทดสอบกันแล้วถึง 5 เวอร์ชัน ล่าสุด ได้มีรายงานออกมาแล้ว iOS 8.2 เวอร์ชันผู้ใช้งานทั่วไป จะปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดกันภายในสัปดาห์หน้านี้
เลอโนโว เปิดตัว Lenovo Vibe Shot สมาร์ทโฟนดีไซน์กล้องถ่ายรูป มาพร้อมกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล!
เลอโนโว เปิดตัว Lenovo Vibe Shot สมาร์ทโฟนดีไซน์กล้องถ่ายรูป มาพร้อมกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล! 
ดูเหมือนว่าในปีนี้ ทาง เลอโนโว จะเน้นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปได้สวยมากขึ้น กับ Lenovo Vibe Shot สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในงาน MWC 2015 โดยมีดีไซน์ที่คล้ายกับ กล้องถ่ายรูป มากขึ้นนั่นเอง
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 ชน HTC One M9 รุ่นไหนจะน่าสนใจกว่ากัน ลองมาชมกันเลย
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S6 ชน HTC One M9 รุ่นไหนจะน่าสนใจกว่ากัน ลองมาชมกันเลย 
สมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S6 นั้น กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในวันเดียวกันนั้นทาง HTC ก็ได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธงออกมาด้วยเช่นเดียวกันนั่นก็คือ HTC One M9
Samsung Galaxy S6 edge เรือธงรุ่นใหญ่ ที่สวยล้ำที่สุดของ ซัมซุง ด้วยจอ Dual Curved Edge และตัวเครื่อง Metal Frame
Samsung Galaxy S6 edge เรือธงรุ่นใหญ่ ที่สวยล้ำที่สุดของ ซัมซุง ด้วยจอ Dual Curved Edge และตัวเครื่อง Metal Frame 
สำหรับ S6 edge เรียกว่าสวยหรูเกินหน้าเกินตา S6 รุ่นมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้น ด้วยขอบจอโค้ง 2 ด้านแบบ Dual Curved Edge บนตัวเครื่อง Metal Frame พร้อมคุณสมบัติที่เร็วแรงครบเครื่องเช่นเดียวกับ S6 รุ่นปกติ
Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ ซัมซุง บนดีไซน์แบบ Dual-Glass และ Metal Frame ที่สวยหรูยิ่งกว่า
Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ ซัมซุง บนดีไซน์แบบ Dual-Glass และ Metal Frame ที่สวยหรูยิ่งกว่า 
ไฮไลท์ของ Galaxy S6 ดูเหมือนจะไม่ใช่สเปคที่เร็วแรงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ที่โดดเด่นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นเรื่องของดีไซน์ใหม่แบบ Dual-Glass และ Metal Frame ที่ดูพรีเมียมสมราคามากขึ้น
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


Acer Iconia Talk S 7,990 บาท
HTC Desire 526G Dual SIM 5,490 บาท
Asus ZenFone C (ZC451CG) 3,490 บาท
Asus Fonepad 7 (FE171CG) 4,190 บาท
Wiko RIDGE FAB 4G 6,990 บาท ราคาคงที่
Asus PadFone S (PF500KL) 9,150 บาท ราคาคงที่
Acer Liquid X1 8,990 บาท ราคาลดลง 3,000 บาท จากราคาเดิม 11,990  บาท
Huawei Ascend G7 9,990 บาท
ZTE Star 1 7,990 บาท ราคาคงที่
Doogee DG900 Turbo2 7,990 บาท ราคาคงที่
Microsoft Lumia 532 Dual SIM 3,590 บาท
Microsoft Lumia 435 Dual SIM 2,990 บาท
vivo Y27 9,990 บาท ราคาคงที่
vivo X5 12,990 บาท ราคาคงที่
vivo Y28 6,990 บาท ราคาคงที่
vivo X5 Max 15,990 บาท
vivo Y22 5,990 บาท ราคาคงที่
vivo Y15 4,990 บาท ราคาคงที่
vivo Xplay 3S 15,990 บาท ราคาคงที่
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

ไมโครซอฟท์เผยโฉม Lumia 640 และ Lumia 640 XL รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 10 พร้อมทำในสิ่งที่คุณต้องการ
ไมโครซอฟท์เผยโฉม Lumia 640 และ Lumia 640 XL รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 10 พร้อมทำในสิ่งที่คุณต้องการ 
วันนี้ที่ Mobile World Congress 2015 ไมโครซอฟท์ เผยโฉม Lumia 640 และ Lumia 640XL สองสมาร์ทโฟนใหม่ที่มอบความหยืดหยุ่นและอิสระในการทำสิ่งต่างๆ ในทุกเวลาและสถานที่ที่ต้องการ
ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 6 และ กาแลคซี่ เอส 6 เอดจ์ นิยามใหม่แห่งวงการสมาร์ทโฟน งดงามล้ำค่าดุจอัญมณี
ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 6 และ กาแลคซี่ เอส 6 เอดจ์ นิยามใหม่แห่งวงการสมาร์ทโฟน งดงามล้ำค่าดุจอัญมณี 
สร้างนิยามใหม่ให้แก่วงการสมาร์ทโฟน กำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการทั้งในด้านการออกแบบ ความประณีต และประสิทธิภาพ ผสมผสานวัสดุชั้นเลิศเข้ากับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดของซัมซุงได้อย่างลงตัว
“แจ๋ว”  บริการทางการเงินรูปแบบใหม่รับประกันโดยดีแทค ช่วยโอน-รับเงิน จ่ายบิล สะดวก รวดเร็วกว่า เพื่อพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ
“แจ๋ว” บริการทางการเงินรูปแบบใหม่รับประกันโดยดีแทค ช่วยโอน-รับเงิน จ่ายบิล สะดวก รวดเร็วกว่า เพื่อพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ 
จำนวนจุดบริการแจ๋ว 7,000 จุดภายในเดือนมีนาคม 2558 ช่องทางการให้บริการแจ๋ว 3 ช่องทางหลักคือร้าน dtac shop จำนวนกว่า 250 จุด ทั่วประเทศ ร้านตัวแทนแจ๋ว จำนวนกว่า 7,000 จุด ทุกตำบลทั่วประเทศ

ดีแทคเปิดบริการ 4G สุราษฎ์ธานีเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวและรองรับธุรกิจภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ดีแทคเปิดบริการ 4G สุราษฎ์ธานีเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวและรองรับธุรกิจภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 
ดีแทคลุยเปิด 4G ภาคใต้ต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดบริการ 4G พร้อมใช้งานแล้วที่ จ.สุราษฎ์ธานี ครอบคลุมเกาะสมุย เกาะพงัน รองรับแนวโน้มท่องเที่ยวภาคใต้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
AIS ร่วมทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Hotspot กับผู้ให้บริการระดับสากล เปิดให้ลูกค้า AIS WiFi ที่เปิด roaming
AIS ร่วมทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Hotspot กับผู้ให้บริการระดับสากล เปิดให้ลูกค้า AIS WiFi ที่เปิด roaming 
ร่วมมือกับผู้พัฒนาเทคโนโลยี Hotspot และผู้ให้บริการเครือข่ายในระดับสากลอีกกว่า 26 แห่ง ทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ hotspot (NGH : next generation hotspot WIFI Network)
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ       Price ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ
ราคามือถือ Nokia
ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ Sony Ericsson
ราคามือถือ i-mobile
ราคามือถือ LG
ราคามือถือ BlackBerry
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com