TMC Point

  8.33

การออกแบบดีไซน์

  9.0

ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

  7.5

คุณสมบัติเครื่อง

  9.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

 9.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  7.5

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.0

 
   

Nokia N93 Review & Focus
Optical Power for Your Shots
Review Date (06-July-2006)

หลังจากทางโนเกียได้ปล่อยโทรศัพท์มือถือตระกูล Nseries ออกมาวางจำหน่ายก่อนหน้านี้หลายรุ่น ไล่มาตั้งแต่ N70, N90, N91, N71, N80 และ N72 ซึ่งความสามารถที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นในตระกูล Nseries ก็คือกล้องดิจิตอล เนื่องจากสามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูง และมีคุณภาพที่ดี แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพหรือคุณสมบัตินั้นก็ยังห่างไกลกับกล้องดิจิตอลจริงๆ อยู่มาก และแล้วในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ากล้องดิจิตอลในโทรศัพท์มือถือจะเริ่มก้าวเข้าใกล้กล้องดิจิตอลจริงๆ มาอีกก้าวหนึ่ง ดังที่เห็นอยู่ใน Nokia N93 รุ่นนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดของกล้องดิจิตอลใน N93 ก็คือการนำการซูมขยายภาพโดยใช้เลนส์ (Optical Zoom) เข้ามาใช้ หลังจากที่ใช้การซูมขยายภาพแบบดิจิตอลมานาน ซึ่งหากใครได้พอมีความรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอลบ้าง ก็คงจะทราบดีกว่าการ Optical Zoom นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า Digital Zoom อย่างมาก เนื่องจากเป็นการซูมโดยใช้เลนส์จริงๆ ไม่ใช่การซูมด้วยซอฟต์แวร์ ส่วนประสิทธิภาพของ Optical Zoom ใน N93 นี้จะน่าประทับใจเพียงใดนั้น คงต้องติดตามกันต่อในเนื้อหา

สำหรับกระแสของ N93 ตอนนี้นั้นถือว่ามาแรงไม่น้อย มีผู้ถามถึงอยู่มากเนื่องจากความสามารถอันครบเครื่องที่มีอยู่ใน N93 โดยรูปลักษณ์โดยทั่วไปของ N93 นั้นมีส่วนคล้ายกับโทรศัพท์มือถือค่ายเดียวกันบางรุ่น เช่น N90 หรือ N92 ซึ่งคล้ายกันมากที่สุดตรงที่หน้าจอสามารถหมุนปรับเปลี่ยนทิศทางตามลักษณะของการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และขนาดของตัวเครื่องที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และหนานั่นเอง สำหรับคุณสมบัติที่น่าสนใจของ N93 ก็มีตั้งแต่ สามารถรองรับระบบ 3G ได้, หน้าจอความละเอียดระดับ QVGA และหมุนปรับเปลี่ยนทิศทางได้, รองรับ miniSD Card, รองรับระบบ Wi-Fi/EDGE/GPRS, ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.1, HTML Browser, วิทยุ FM Stereo, รองรับการเชื่อมต่อแสดงผลผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ และสุดท้ายที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเห็นกล้องดิจิตอล Optical Zoom ที่สามารถถ่ายภาพได้ละเอียดมากถึง 3.2 ล้าน Pixels นั่นเอง ซึ่งประสิทธิภาพของการใช้งานในด้านต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตามต่อในเนื้อหาข้างในได้เลยครับ

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง

อุปกรณ์ที่มีมาให้พร้อมชุดขายมาตรฐานของ Nokia N93 จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง Nokia N93, แบตเตอรี่แบบ Lithium Ion Polymer รุ่น BP-6M ขนาดความจุ 1,100 mAh จำนวน 1 ก้อน, หูฟังแบบ Stereo รุ่น HS-23 จำนวน 1 เส้น, Adapter ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น AC-4U จำนวน 1 เส้น, Adapter แปลงหัวแจ็ครุ่น CA-44 เพื่อแปลงหัวแจ็คของ Adapter ชาร์จแบตเตอรี่จากขนาด 2 มิลลิเมตร ให้กลายเป็นขนาด 3.5 มิลลิเมตร จำนวน 1 เส้น, การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD Card ขนาด 512 MB จำนวน 1 การ์ด, แผ่น DVD ซอฟต์แวร์ และโปรแกรม PC Suite จำนวน 1 แผ่น, สาย USB Data Cable รุ่น CA-53 จำนวน 1 เส้น, สาย Video Out Cable รุ่น CA-64U สำหรับเชื่อมต่อแสดงผลผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ จำนวน  1 เส้น และสุดท้ายคือ คู่มือการใช้งานภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ จำนวน 1 เล่ม ซึ่งจากอุปกรณ์ที่แถมมาพร้อมกับชุดขายมาตรฐานนี้ก็ถือว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง

ครั้งแรกที่ได้เห็นรูปโฉมของ Nokia N93 ตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็รู้สึกว่าเป็นโทรศัพท์มือถือฝาพับรุ่นหนึ่งที่ดูสวยเข้มทันสมัย แต่ดูจากภาพแล้วขนาดก็น่าจะใหญ่พอสมควร ซึ่งเมื่อได้พบเห็นกับตัวจริงของ N93 ก็พบว่าขนาดใหญ่มากกว่าที่คิดอยู่นิดหน่อย ซึ่งก็ทำให้แปลกใจได้อยู่เหมือนกันเนื่องจากไม่นึกว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ทั้งในมุมมองจากทางด้านหน้า และความหนาของตัวเครื่อง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษก็คงจะเป็นส่วนของกล้องดิจิตอลที่อยู่ทางด้านบนซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการจัดวางอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้อง ปุ่มควบคุมการทำงาน หรือแกนหมุน แต่ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ ก็ถือว่าดูดี สวยเข้ม ทันสมัย แข็งแรงหนักแน่น วัสดุเท่าที่ได้เห็นและสัมผัสก็ถือว่าเป็นวัสดุเกรดสูง การประกอบก็ดูประณีตแข็งแรงแน่นหนาดี และมีลักษณะบางอย่างที่คล้ายกับโทรศัพท์มือถือ Nseries บางรุ่นเช่น N90 หรือ N92 โดยเฉพาะความสามารถของหน้าจอที่สามารถพับปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตามลักษณะของการใช้งาน เป็นต้น


เมื่อมองดูที่ด้านหน้าของตัวเครื่องนอกจากจะเห็นถึงขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เป็นพิเศษแล้ว ก็จะรู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งบึกบึน และการออกแบบที่ดูคอนข้างทันสมัย จนผู้ใช้บางคนอาจนึกไปถึงยานอวกาศในภาพยนตร์บางเรื่องก็เป็นได้ โดยเฉพาะตัวเครื่องที่เป็นสีดำนี้ก็จะสื่อถึงความเข้มแข็งบึกบึนได้มากเป็นพิเศษ หากเป็นผู้ใช้ที่เป็นผู้ชายก็น่าจะเข้ากันได้ดี ส่วนผู้ใช้ที่เป็นผู้หญิงก็ใช้ได้แต่อาจจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อย แต่อย่างไรก็ดีนอกจากตัวเครื่องสีดำแล้วก็ยังมีสีบรอนซ์เงินอีกสีหนึ่ง ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเหมาะกับผู้ใช้ที่เป็นผู้หญิงมากกว่า ส่วนทางศูนย์ในประเทศไทยจะนำเครื่องสีบรอนซ์เงินเข้ามาจำหน่ายด้วยหรือไม่นั้นคงต้องติดตามดูกันอีกครั้งหนึ่ง สำหรับองค์ประกอบที่เห็นจากทางด้านหน้าของตัวเครื่องนี้ก็จะประกอบไปด้วย ส่วนของกล้องดิจิตอลที่อยู่ด้านบนสุด, หน้าจอขนาดเล็กที่แสดงผลได้ 2 บรรทัด ซึ่งวางอยู่บริเวณตรงกลางของด้านหน้า และลำโพง Loudspeaker ซึ่งวางอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าจอ


ที่ส่วนของกล้องดิจิตอลด้านบน จะมีข้อความเขียนไว้ว่า Carl Zeiss Vario-Tessar 3x Optical Zoom 3.2 Megapixel ซึ่งแสดงถึงจุดเด่นของกล้องดิจิตอลตัวนี้อย่างชัดเจน ตั้งแต่คำว่า Carl Zeiss ที่แสดงให้เห็นว่า N93 ใช้เลนส์กล้องคุณภาพสูง, คำว่า Vario-Tessar ที่แสดงให้เห็นถึงระบบภายในที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกล้องแบบ Optical Zoom, คำว่า 3x Optical Zoom ที่แสดงให้เห็นว่า N93 สามารถซูมขยายภาพโดยใช้เลนส์ได้ 3 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับของกล้องดิจิตอลแบบ Compact ตามท้องตลาดเลยทีเดียว และสุดท้ายคือคำว่า 3.2 Megapixel ที่แสดงให้เห็นว่า N93 สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึง 3.2  ล้าน Pixels นั่นเอง


หน้าจอขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่องล้อมรอบด้วยกรอบพลาสติกใสสีดำ ซึ่งขนาดของหน้าจอดูแล้วมีขนาดค่อนข้างเล็ก ดังนั้นการแสดงผลคงจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนลำโพง Loudspeaker ที่นำมาติดตั้งไว้ด้านหน้านี้ เป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนวางไว้ แต่อย่างไรก็ตามในการใช้งานทั่วๆ ไป ก็คงจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งดูจากขนาดแล้ว ก็เป็นลำโพง Loudspeaker ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ส่วนคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น จะกล่าวถึงในเนื้อหาถัดไป


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ก็จะพบว่า N93 นอกจากมองดูที่ด้านหน้าจะมีความกว้างยาวมากแล้ว เมื่อดูที่ด้านข้างยังมีความหนาค่อนข้างมากอีกด้วย โดยโทนสีนั้นเน้นไปทางสีดำเข้มเช่นกัน แต่ก็มีขอบสีบรอนซ์เงินตัดผ่านเป็นแนวตรงบริเวณฝาพับ เพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป องค์ประกอบของด้านซ้ายของตัวเครื่องนี้จะประกอบไปด้วย ส่วนของเลนส์กล้องดิจิตอลขนาดใหญ่ พร้อมไฟแฟลช, ส่วนของช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD Card, ส่วนเชื่อมต่อแบบ Pop-Port และช่องสำหรับเสียบสาย Adapter ชาร์จแบตเตอรี่


ส่วนของเลนส์กล้องจะถูกปิดตายไว้ด้วยแผ่นพลาสติกใสซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้มีฝุ่นละอองเข้าไปได้ รวมไปถึงรอยขีดข่วนหรือแรงกระแทกต่างๆ และเมื่อมองดูตัวเลขที่เขียนกำกับเอาไว้คือ 3.3/4.5-12.4 ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงขนาดของรูรับแสงหน้ากล้อง (Aperture size) ของการซูมทางกว้าง (Wide) และขนาดของรูรับแสงหน้ากล้องของการซูมทางยาว (Tele) ที่กล้องดิจิตอลของ N93 สามารถทำได้นั่นเอง โดยขนาดของรูรับแสงหน้ากล้องของการซูมทางกว้าง (Wide) สูงสุดจะอยู่ที่ 3.3 ถึง 4.5 มิลลิเมตร ส่วนขนาดของรูรับแสงหน้ากล้องของการซูมทางยาว (Tele) สูงสุดจะอยู่ที่ 12.4 มิลลิเมตร นั่นเอง และเมื่อมองถัดมาด้านล่างก็จะเห็นเป็นไฟแฟลชซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งตามข้อมูลไฟแฟลชนี้จะมีรัศมีทำการอยู่ที่ประมาณ 1.5 เมตร


ถัดลงมาจะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD ซึ่งถูกปิดไว้ด้วยแผ่นยางสีดำ โดยแผ่นยางสีดำนี้จะปิดไม่สนิทซะทีเดียว จะมีงอโค้งขึ้นมาจากแนวระนาบอยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจจะดูไม่สวยงามเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ก็อาจจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ก็เป็นได้


ขอเกี่ยวสำหรับล็อคฝาปิดช่องใส่การ์ดหน่วยความจำนั้นจะเกี่ยวอยู่ด้านใต้ขอบของไฟแฟลช ซึ่งการเลื่อนฝาปิดช่องใส่การ์ดหน่วยความจำนี้ออกมาก็สามารถทำได้โดยง่าย เพียงใช้ปลายนิ้วแงะที่ขอบด้านบนของฝาแล้วดันเลื่อนลงมา ฝาปิดก็จะหมุนเลื่อนออกมาและปรากฏเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD ดังภาพ โดยแกนหมุนของฝาปิดช่องใส่การ์ดหน่วยความจำนี้จะเป็นยางชิ้นเดียวกันกับฝา ซึ่งดูแล้วก็น่าจะมีความแข็งแรงทนทานอยู่พอประมาณ แต่ทางที่ดีที่สุดก็ควรจะใช้อย่างระมัดระวังและทะนุถนอม


ถัดมาจากช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD ก็จะเป็นช่องเชื่อมต่อแบบ Pop-Port ซึ่งจะถูกปิดไว้ด้วยแผ่นวัสดุกึ่งยางกึ่งพลาสติกสีดำขนาดเล็ก โดยการเปิดฝานี้ออกมานั้นก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงใช้เล็บงัดขอบของฝาในด้านที่ติดกันกับรูเสียบ Adapter ชาร์จไฟ เพียงงัดให้ฝางอขึ้นมาเล็กน้อย ก็จะสามารถดึงฝานี้ออกมาได้โดยง่าย


ฝาปิดนี้จะช่วยป้องกันฝุ่นละอองที่อาจจะเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับขั้วโลหะภายใน แต่เมื่อถอดออกมาแล้วผู้ใช้ก็คงจะต้องเก็บรักษาไว้ให้เป็นที่เป็นทาง เนื่องจากฝานี้เมื่อเปิดออกมาแล้วก็ไม่ได้ยึดติดกับตัวเครื่อง และมีขนาดค่อนข้างเล็ก การสูญหายก็อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากเป็นพิเศษ 


หัวแจ็ค Adapter สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ของ N93 จะเป็นหัวแจ็คขนาดเล็กหรือขนาด 2 มิลลิเมตร แต่ถ้าหากผู้ใช้ต้องการนำ Adapter สำหรับชาร์จแบตเตอรี่นี้ไปใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ ของโนเกียที่ใช้หัวแจ็คขนาด 3.5 มิลลิเมตร ก็สามารถทำได้ เนื่องจากในชุดขายมาตรฐานของ N93 นั้นมี Adapter แปลงหัวแจ็ครุ่น CA-44 สำหรับแปลงหัวแจ็คของ Adapter ชาร์จแบตเตอรี่จากขนาด 2 มิลลิเมตร ให้กลายเป็นขนาด 3.5 มิลลิเมตร แถมมาให้ด้วย ส่วนการเชื่อมต่อสายเข้าทาง Pop-Port กับสายชาร์จแบตเตอรี่นั้นสามารถทำได้พร้อมกันตามปกติ แต่การที่ทั้งช่องเชื่อมต่อ Pop-Port และรูเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่มาอยู่ที่ด้านข้างของตัวเครื่องแบบนี้ก็อาจจะทำให้การใช้งานบางลักษณะไม่ค่อยสะดวกหรือคล่องตัวมากเท่ากับอยู่ที่ด้านล่างหรือด้านบน


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ก็จะมีการออกแบบดีไซน์โดยรวมที่คล้ายกันกับที่ด้านซ้าย เพียงแต่จะมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน โดยที่ด้านขวาของตัวเครื่องนี้จะประกอบไปด้วย ปุ่มไฟแฟลช, ปุ่มกล้องดิจิตอล, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทาง และปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพพร้อมวงแหวนสำหรับการซูมขยายภาพ


ปุ่มชัตเตอร์สำหรับกดถ่ายภาพมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงสามารถกดได้ง่าย นอกจากนั้นที่ด้านนอกยังมีวงแหวนสำหรับซูมขยายภาพติดตั้งไว้ให้ด้วย ซึ่งก็สามารถกดใช้งานได้คล่องตัวพอสมควร ส่วนความแข็งแรงนั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีอาการโยกคลอนแบบผิดปกติให้เห็น โดยที่ปุ่มควบคุมทั้ง 2 ปุ่มนี้ทำมาจากวัสดุที่เคลือบผิวด้วยโครเมียมมันวาว ซึ่งดูสวยงามหรูหราทันสมัย แต่ก็เกิดรอยเปื้อนหรือคราบมันได้ง่ายเช่นเดียวกัน


ถัดลงมาจะเป็นปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทาง ซึ่งมักถูกใช้งานควบคุมหรือสั่งงานขณะถ่ายรูปภาพ หรือถ่ายวีดีโอ แต่เท่าที่ทดลองกดใช้งานดูก็ถือว่ากดได้ค่อนข้างยาก ไม่ค่อยถนัดมือสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่าปุ่มมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กนั่นเอง และยังไม่มีความนุ่มนวลมากเท่าที่ควร รู้สึกออกไปทางแข็งๆ เสียมากกว่า ส่วนปุ่มกด 2 ปุ่มถัดมาก็คือปุ่มกดสำหรับเข้าใช้งานกล้องดิจิตอล และปุ่มกดสำหรับใช้งานไฟแฟลช ซึ่งทั้ง 2 ปุ่มนี้แม้จะดูมีขนาดที่ไม่ใหญ่นัก แต่ก็สามารถกดใช้งานได้ง่าย และมีความนุ่มนวลอยู่พอสมควร โดยทั้ง 3 ปุ่มนี้ทำมาจากวัสดุที่เคลือบผิวโครเมียมมันวาว จึงช่วยทำให้ดูสวยงามหรูหรามากขึ้น หรือไม่ดูเรียบจนเกินไป แต่ก็จะเกิดรอยเปื้อนหรือคราบมันได้ง่ายกว่าพื้นผิวประเภทอื่นๆ


เมื่อมองดูที่ด้านบนของตัวเครื่อง ก็จะมีดีไซน์แบบเรียบๆ ไม่มีองค์ประกอบอะไรมากนอกจากปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง, เลือก Profiles หรือล็อคปุ่มกด และเมื่อมองดูที่ด้านนี้ก็คงจะรู้สึกได้ถึงความหนาของ N93 อย่างค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว


ปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง, เลือก Profiles หรือล็อคปุ่มกด มีการออกแบบที่ดูสวยงามทันสมัย โดยเป็นลักษณะของพื้นที่สีดำมีขีดตรงกลางล้อมรอบด้วยวงแหวนโครเมียมมันวาว ซึ่งจากการทดลองกดใช้งานก็สามารถกดใช้งานได้ง่าย และคล่องมือมากพอสมควร อาจเป็นเพราะมีขอบร่องด้านนอกที่เข้ามาช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสให้มากขึ้นอีกนั่นเอง


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ก็จะพบกับดีไซน์ที่ดูเรียบๆ และดูเข้มขรึม มีองค์ประกอบหลักอยู่ 2 ส่วนคือ ที่ด้านบนตรงปลายของฝาพับจะเป็น Infrared Port ส่วนถัดมาที่ด้านล่างซึ่งเป็นส่วนของตัวเครื่องจะมีห่วงสำหรับร้อยสายคล้องอยู่ตรงกลาง ซึ่งห่วงนี้ดูมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และดูแปลกตากว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่ก็ดูสวยงามทันสมัยไม่น้อย ส่วนเรื่องความแข็งแรงแน่นหนาก็ถือว่าไว้ใจได้ น่าจะสามารถรองรับน้ำหนักของตัวเครื่องได้อย่างสบายๆ


สำหรับ Infrared Port ที่ติดตั้งอยู่ใน N93 นั้นออกแบบสไตล์เรียบง่าย เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้าสีดำซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร ติดตั้งอยู่ที่ปลายด้านล่างของฝาพับ คั่นกลางระหว่างบริเวณขอบนอกสีบรอนซ์เงิน ส่วนการใช้งานก็คงจะสะดวกคล่องตัวดีตามปกติ


ห่วงสำหรับร้อยสายคล้องมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีการออกแบบที่ดูแปลกตากว่าปกติพอสมควร และทำมาจากพลาสติกเกรดดี เพราะฉะนั้นจึงน่าจะมีความแข็งแรงทนทาน และสามารถรองรับกับน้ำหนักของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะพบกับพื้นที่สีดำเรียบขนาดใหญ่ ไม่มีลวดลายใดๆ เป็นพิเศษ ซึ่งที่ด้านหลังนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากฝาหลังที่ปิดช่องสำหรับใส่แบตเตอรี่กับซิมการ์ดเอาไว้ โดยจะมีสลักล็อกโครเมียมมันวาวอยู่ที่ด้านบน และรูไมโครโฟนรับเสียงสำหรับการถ่ายวีดีโอ


สลักล็อคฝาหลังทำมาจากวัสดุเคลือบผิวด้วยโครเมียมมันวาว ซึ่งก็ทำให้พื้นที่สีดำด้านหลังดูไม่เรียบจนเกินไป และเมื่อได้ลองใช้งานดูก็สามารถกดได้ง่ายดีตามปกติ ส่วนนานๆ ไปโครเมียมที่เคลือบไว้จะลอกออกหรือไม่ ก็คิดว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้นหากไม่เกิดอุบัติอะไรรุนแรงจริงๆ


หลายคนหากได้เห็นรูเล็กๆ รูหนึ่งที่มุมด้านบนของฝาหลัง ที่มีตัวอักษร R เขียนกำกับไว้ ก็อาจจะสงสัยว่ารูนี้คืออะไร หรือใช้ทำอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วรูนี้ก็คือรูไมโครโฟนที่เอาไว้สำหรับอัดเสียงขณะถ่ายภาพวีดีโอนั่นเอง โดยตัวอักษร R ที่เขียนกำกับไว้นี้ก็คือการบ่งบอกว่าเป็นไมโครโฟนสำหรับรับเสียงที่มาจากทางด้านขวา (Right) และหากเปิดฝาพับออกมา ที่ด้านในก็จะมีรูนี้อยู่ด้วยเช่นกัน แต่จะพิมพ์ตัวอักษร L เอาไว้ซึ่งก็คือโมโครโฟนสำหรับรับเสียงที่มาจากทางด้านซ้าย (Left) สรุปแล้ว การถ่ายภาพวีดีโอของ N93 นั้น จะมีการบันทึกเสียงเป็นแบบ Stereo นั่นเอง


เมื่อกางฝาพับของ N93 ออกมาแล้ว ที่ด้านในนี้ก็จะพบกับรูไมโครโฟนรับเสียงด้านซ้าย (L : Left) สำหรับการถ่ายภาพวีดีโอ ถัดมาที่ตรงกลางจะพบกับส่วนของปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ที่ล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหรา โดยส่วนนี้จะประกอบไปด้วย ปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวา, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งทำมาจากวัสดุเคลือบโครเมียม, ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มปฏิเสธการรับสาย, ปุ่ม Edit, ปุ่มเมนู, ปุ่ม Multimedia Key และปุ่มลบ และถัดมาที่ด้านล่างจะเป็นชุดปุ่มกดตัวเลขซึ่งล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหราเช่นกัน ซึ่งเป็นปุ่มกดตัวเลขที่มีการจัดวางตำแหน่งตามปกติเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ และเมื่อดูถึงขนาดของตัวเครื่องเมื่อกางฝาพับออกมาแล้วก็พบว่ามีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ดังภาพ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เนื่องจากแม้ว่าขณะปิดฝาพับตัวเครื่องก็มีขนาดใหญ่มากพอสมควรอยู่แล้ว


ฝาพับของ N93 สามารถกางทำมุมได้ 2 ระดับคือในมุมฉาก 90 องศา ดังภาพ และมุมประมาณ 160-170 องศา ซึ่งมุมขนาดนี้เหมาะสำหรับการใช้งานกล้องดิจิตอลเป็นพิเศษ โดยผู้ใช้ก็ต้องบิดหน้าจอเข้ามาในทิศทางหาตัวเองด้วย


การกางทำมุมประมาณ 160-170 องศา นั้นเหมาะกับการใช้งานสนทนา ซึ่งจากที่ได้ทดลองใช้งานสนทนา ก็พบว่าเป็นมุมกางที่กำลังดี ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป สามารถถือแนบหูขณะสนทนาได้ถนัด แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม


เมื่อพลิกตัวเครื่องมาดูที่ด้านซ้าย ขณะที่กางฝาพับทำมุมตั้งฉาก 90 องศาบ้าง ก็จะเป็นดังภาพ


เมื่อพลิกตัวเครื่องมาดูที่ด้านซ้าย ขณะที่กางฝาพับทำมุมประมาณ 160-170 องศาบ้าง ก็จะเป็นดังภาพ


ที่ด้านบนของหน้าจอหลักด้านในจะพบกับส่วนควบคุมการทำงาน และอุปกรณ์หลายส่วน ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่ม Softkeys ด้านบนและด้านล่างสำหรับควบคุมการทำงานของเมนูขณะใช้งานกล้องดิจิตอล, เลนส์กล้องดิจิตอลขนาดเล็ก ความละเอียดระดับ CIF (352 x 288 Pixels) สำหรับการใช้งาน Video Calling (สนทนาพร้อมภาพวีดีโอ), ลำโพงหูฟังสำหรับสนทนา และเซนเซอร์วิเคราะห์สภาพแสงในสภาพแวดล้อมสำหรับควบคุมการเปิด-ปิดไฟ Backlight ของแผงปุ่มกด


ส่วนของปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหรา ปุ่มกดแต่ละปุ่มทำมาจากวัสดุคุณภาพสูง โดยส่วนนี้จะประกอบไปด้วย ปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวา, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งทำมาจากวัสดุเคลือบโครเมียม, ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มปฏิเสธการรับสาย, ปุ่ม Edit, ปุ่มเมนู, ปุ่ม Multimedia Key และปุ่มลบ ซึ่งจากการทดลองใช้งานเบื้องต้นก็พบว่าปุ่มกดแต่ละปุ่มข้างต้นสามารถกดใช้งานได้ง่าย และค่อนข้างมีความนุ่มนวลพอสมควร


ชุดปุ่มกดตัวเลขล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหราเช่นกัน ปุ่มกดแต่ละปุ่มทำมาจากพลาสติกคุณภาพสูงสีดำ ซึ่งเป็นปุ่มกดตัวเลขที่มีการจัดวางตำแหน่งตามปกติเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ ปุ่มกดตัวเลขแต่ละปุ่มแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งจากการทดลองใช้งานเบื้องต้นก็พบว่าปุ่มกดแต่ละปุ่มข้างต้นสามารถกดใช้งานได้ง่าย คล่องมือ และค่อนข้างมีความนุ่มนวลค่อนข้างมาก


แกนหมุนสำหรับหน้าจอของ N93 นั้นจะมีความพิเศษกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไปตรงที่มีแกนหมุน 2 แกน เพื่อรองรับรูปแบบของการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสนทนา, การใช้งานโปรแกรม, การเปิดดูหน้าเว็บ, การถ่ายภาพ หรืออื่นๆ ซึ่งสำหรับแกนหมุนหลักที่อยู่ส่วนเดียวกับกล้องดิจิตอลนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ดูแล้วมีความแข็งแรงหนักแน่นดีมาก หมุนได้มั่นคงไม่มีอาการโยกเยกแบบผิดปกติให้เห็น ดังนั้นหากไม่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงอะไรกับตัวเครื่อง ก็ไม่น่าจะเกิดความเสียหายกับส่วนของแกนหมุนนี้ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน และสำหรับแกนหมุนอีกแกนก็คือแกนหมุนขนาดเล็กตรงส่วนของหน้าจอ ซึ่งมีไว้สำหรับพลิกให้หนาจอหมุนทำมุมต่างๆ เพื่อการใช้งานในลักษณะที่หลากหลาย โดยแกนหมุนนี้ทำมาจากโลหะซึ่งมีความแข็งแรงทนทานสูง จากการทดสอบพบว่าสามารถหมุนได้อย่างมั่นคงดีไม่มีอาการโยกคลอนแบบผิดปกติให้เห็น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายได้ง่ายๆ สรุปแล้วแกนหมุนทั้ง 2 แกนหมุนของ N93 นั้นสามารถทำออกมาได้ดีมีคุณภาพหายห่วง


สำหรับแกนหมุนขนาดเล็กของ N93 นั้นทำให้หน้าจอสามารถหมุนปรับเปลี่ยนทิศทางได้ทั้งหมดประมาณ 270 องศา ดังภาพ ทั้งการหมุนขึ้นไปทิศทางบน เช่นหากต้องการให้แสดงผลในแนวนอน อย่างการเปิดดูหน้าเว็บหรือการเปิดดูวีดีโอเป็นต้น และการหมุนลงมาในทิศทางด้านล่าง เช่นหากต้องการใช้งานกล้องดิจิตอล เป็นต้น


มุมมอง หรือสไตล์การใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและน่าสนใจอย่างหนึ่งของ N93 คือมุมมองดังภาพ ซึ่งในมุมมองนี้มีความเหมาะสมในการใช้งานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดดูหน้าเว็บ, การดูไฟล์วีดีโอ, การเปิดดูรูปภาพ, การเล่นเกมส์ หรือใช้งานโปรแกรมอื่นๆ ที่เหมาะสมที่จะแสดงผลในแนวนอนนั่นเอง

เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่


หากต้องการใส่ SIM Card หรือแบตเตอรี่ก็จะต้องทำการเปิดฝาหลังเสียก่อน ซึ่งวิธีการเปิดก็ค่อนข้างง่ายคล้ายกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ โดยให้นำนิ้วกดลงไปที่สลักล็อคที่ด้านบนของฝาพับเพื่อปลดล็อคเสียก่อน จากนั้นก็ให้ค่อยๆ ดึงฝาหลังออกมาอย่างระมัดระวัง ไม่ควรรีบร้อนหรือออกแรงมาก เนื่องจากดูแล้วฝาหลังของ N93 นั้นออกจะบอบบางอยู่สักหน่อย หากไม่ระมัดระวังก็อาจจะเกิดความเสียหายได้อยู่เหมือนกัน


เมื่อเปิดฝาหลังออกมาเรียบร้อยแล้ว ที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีลักษณะดังภาพ ซึ่งจะประกอบไปด้วยช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และช่องสำหรับใส่ก้อนแบตเตอรี่ ส่วนที่ด้านในของฝาหลังจะมีการสกรีนรูปภาพแนะนำวิธีการใส่การ์ดหน่วยความจำ miniSD และวิธีการใส่ซิมการ์ดเบื้องต้นให้เห็น


ฝาหลังของ N93 โดยรวมแล้วดูบอบบางไปสักหน่อย แต่หากใช้งานตามปกติอย่างระมัดระวัง ก็คงจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด


ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดของ N93 มีลักษณะที่ผู้ใช้หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เนื่องจากมีลักษณะที่เหมือนกันกับโทรศัพท์มือถืออีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ โดยฐานใส่ซิมการ์ดทำมาจากพลาสติกสีดำ พร้อมถาดโลหะที่เปิดปิดได้


วิธีการใส่ซิมการ์ดนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด เนื่องจากมีลักษณะเหมือนกับที่พบเห็นได้ในโทรศัพท์มือถืออีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ โดยก่อนอื่นให้เปิดถาดโลหะออกมาเสียก่อน จากนั้นก็ให้ใส่แผ่นซิมการ์ดลงไปในร่องของถาดโลหะในทิศทางที่ถูกต้อง โดยสังเกตรอยบากที่มุมด้านหนึ่งของซิมการ์ดและฐานใส่ซิมการ์ดให้มีความสอดคล้องกัน


เมื่อใส่ซิมการ์ดในถาดโลหะในทิศทางที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็ให้พลิดถาดโลหะมาปิดเอาไว้เช่นเดิม โดยการล็อคให้อยู่กับที่ก็ทำได้ง่าย เพียงแค่ดันถาดโลหะไปตามแนวระนาบทางซ้ายด้วยแรงพอประมาณ สวนทางกับทิศทางในตอนที่เปิดถาดโลหะออกมา


ขั้วสัมผัสโลหะของแบตเตอรี่ของ N93 นั้นอยู่ที่ด้านล่าง ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เมื่อได้เห็นแล้วก็คงทราบได้ทันทีว่าจะต้องใส่ก้อนแบตเตอรี่ในทิศทางใดหรือด้านใดจึงจะถูกต้อง 


แบตเตอรี่ที่ใช้กับ N93 นั้นเป็นแบบ Lithium Ion Polymer รุ่น BP-6M ขนาดความจุ 1100 mAh ซึ่งแบตเตอรี่รุ่นนี้สามารถพบเห็นได้ในโทรศัพท์มือถือบางรุ่นของโนเกีย เช่น 6280, 3250 หรือ 9300 เป็นต้น


การใส่แบตเตอรี่นั้นทำได้ไม่ยาก โดยให้ดันก้อนแบตเตอรี่เข้าไปทางขั้วสัมผัสโลหะที่อยู่ทางด้านล่างด้วยแรงพอประมาณดังภาพ แล้วจัดวางก้อนแบตเตอรี่ให้ลงไปอยู่ในกรอบให้เรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการใส่ก้อนแบตเตอรี่ ส่วนการนำก้อนแบตเตอรี่ออกนั้นก็ไม่ยากเช่นกัน เนื่องจากมีร่องสำหรับให้นิ้วสอดเข้าไปงัดก้อนแบตเตอรี่ออกมาอยู่ทางด้านบนซ้ายไว้ให้ด้วยดังภาพ และเมื่อได้ทำการใส่ซิมการ์ดและแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ปิดฝาหลังให้เรียบร้อย เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดใช้งานต่อไป

ความเหมาะมือและน้ำหนัก


อย่างที่ได้กล่าวเกริ่นไว้ในช่วงแรกๆ ว่าตัวเครื่อง N93 นั้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และหนา ซึ่งเมื่อได้ลองจับถือดูจริงๆ แล้วก็พบว่าค่อนข้างเต็มไม้เต็มมือเกินไปสักหน่อยแม้จะเป็นผู้ที่มีฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ตาม ประกอบกับน้ำหนักตัวมากถึง 180 กรัม ซึ่งหนักมากกว่าโทรศัพท์มือถือประเภท PDA Phones บางรุ่นเสียด้วยซ้ำ ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้ N93 เป็นโทรศัพท์มือถือฝาพับที่มีค่อนข้างใหญ่เทอะทะและอาจจะพกพาไปไหนมาไหนได้ไม่สะดวกคล่องตัวมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม N93 ก็สามารถจับถือได้กระชับเหมาะมืออยู่พอประมาณ ในการใช้งานปกติทั่วไป คงจะไม่ร่วงหลุดมือไปได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องของสัมผัสที่ได้นั้นก็ต้องยอมรับว่า N93 มีการประกอบที่ดี ใช้วัสดุเกรดสูง ทุกส่วนมีความแน่นหนาแข็งแรงเป็นอย่างดี ไม่มีส่วนใดโยกคลอนได้แบบผิดปกติ โดยเฉพาะเรื่องที่ผู้ใช้หลายคนเป็นห่วงกันคือส่วนของแกนหมุนหรือฝาพับ ว่าจะมีความทนทานหรือบอบบางหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่า N93 ทำออกมาได้ดีหายห่วงเลยทีเดียว


ขนาดของตัวเครื่อง N93 เมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ามือขนาดใหญ่ของผู้ชาย จะเห็นว่ามีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่หากเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับทั่วๆ ไป แต่ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์นั้นถือว่ามีความสวยงามหรูหราทันสมัย ไม่ใช่ใหญ่โตแบบดูไม่ดี และโดยเฉพาะความสามารถอันครบเครื่องในตัวของ N93 จึงอาจจะทำให้เรื่องของขนาดตัวเครื่องถูกหักล้างไปได้อยู่เหมือนกัน


เมื่อดูกันที่ความหนาของตัวเครื่อง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 28.2 มิลลิเมตร ก็ถือว่า N93 เป็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับอีกรุ่นหนึ่งที่ค่อนข้างหนามากพอสมควร ดังนั้นหากใครกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือที่เน้นความบางเฉียบเพื่อการพกพาที่สะดวกคล่องตัว ก็คงต้องมองผ่าน N93 ไปโดยปริยาย


เมื่อกางฝาพับออกมาแล้วค่อนข้างดูดีไม่น้อย รู้สึกถึงความทันสมัยบวกกับความหรูหรา ติดเพียงแค่ตรงขนาดของตัวเครื่องที่ค่อนข้างใหญ่ไปซักหน่อยเท่านั้นเอง หากเป็นผู้ใช้ที่มีฝ่ามือค่อนข้างใหญ่ ก็คงจะไม่รู้สึกใช้งานติดขัดอะไรมากนัก แต่ถ้าหากเป็นผู้ใช้ที่มีฝ่ามือค่อนข้างเล็ก เช่นสุภาพสตรีทั้งหลาย ก็คงจะจับถือได้ไม่ถนัดมือสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วผู้ใช้ที่สนใจแต่ละคนก็คงจะต้องไปสัมผัสตัวจริงดูอีกครั้งด้วยตนเอง อาจจะได้ความรู้สึกที่ดีเมื่อได้สัมผัสกับ N93 ก็เป็นได้


ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่ค่อนข้างมาก และมีขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นเวลาจับถือใช้งานก็ควรจะจับถืออย่างระมัดระวังมั่นคง มิเช่นนั้นอาจจะเผลอทำหลุดมือได้อยู่เหมือนกัน เช่นขณะที่นำมาแนบข้างหูขณะสนทนา หรือกดใช้งานเมนูต่างๆ เป็นต้น


เมื่อผู้ใช้หมุนหน้าจอให้อยู่ในทิศทางดังภาพ เครื่องก็เริ่มเปิดการใช้งานกล้องดิจิตอลโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีส่วนคล้ายกับโทรศัพท์มือถือที่เน้นการถ่ายภาพก่อนหน้านี้รุ่นหนึ่งอย่าง N90 โดยลักษณะท่าทางการจับยึดตัวเครื่องที่เหมาะสมที่สุดก็คือให้นิ้วชี้สัมผัสเอาไว้ที่แผ่นยางที่เป็นฝาปิดช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ ส่วนนิ้วมืออื่นๆ และอุ้งมือก็ใช้ช่วยประคองตัวเครื่องไว้ และเมื่อต้องการกดถ่ายภาพ, ซูมภาพ หรือกดปุ่มควบคุมการทำงาน ก็ให้ใช้นิ้วโป้งเป็นหลัก ซึ่งเท่าที่ได้ลองใช้งานดูก็พบว่าการควบคุมการใช้งานกล้องดิจิตอลด้วยมือข้างเดียวดังในภาพนั้นยังไม่ค่อยถนัดมือหรือคล่องตัวเท่าที่ควร มักจะกังวลอยู่เสมอว่าจะจับตัวเครื่องได้มั่นคงพอหรือยังที่จะไม่ให้เครื่องหลุดมือ จึงมักจะต้องใช้มืออีกข้างช่วยประคองเอาไว้อยู่เป็นระยะ เช่นตอนที่ต้องการกดถ่ายภาพ หรือกดปุ่มควบคุมที่ด้านข้าง หากต้องการให้มือนิ่ง ก็อาจจะต้องใช้มืออีกข้างช่วยประคองเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางที่ด้านข้างของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างกดได้ยาก เช่นต้องออกแรงกดเยอะไปสักหน่อย ดังนั้นหากออกแรงมากไปก็อาจจะเผลอทำเครื่องหลุดมือได้ง่ายๆ อยู่เหมือนกัน


การเลือกใช้การแสดงผลแบบแนวนอนก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ใช้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของ N93 เนื่องจากการใช้งานบางอย่างอาจจะเหมาะสมกับการแสดงผลแบบแนวนอนมากกว่า เช่น การเปิดดูหน้าเว็บไซต์, การเปิดดูไฟล์เอกสาร, การเล่นเกมส์, การดูวีดีโอ, การเปิดดูรูปภาพ และอีกมากมาย โดยเมื่อพลิกหน้าจอในทิศทางดังภาพ การแสดงผลหรือเมนูต่างๆ จะปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้เป็นแบบแนวนอนโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อได้ลองจับถือใช้งานในลักษณะท่าทางแบบนี้ดูแล้ว ก็ค่อนข้างน่าประทับใจ เนื่องจากรู้สึกว่ากำลังเหมาะมือดีสำหรับการจับถือโดยใช้มือ 2 ข้างดังภาพ การกดปุ่มต่างๆ ก็สามารถกดได้ง่าย และคล่องตัวอยู่ไม่น้อย


เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับขนาดในมุมมองด้านหน้าของโทรศัพท์มือถือ Smartphone ยอดนิยมรุ่นหนึ่งจากค่ายเดียวกันอย่าง 6630 ก็พบว่า N93 มีขนาดที่ยาวกว่าเสียอีก ซึ่งด้วยภาพนี้ หากเป็นผู้ที่เคยเห็น 6630 มาก่อน ก็คงจะพอมองเห็นได้ชัดเจนว่า N93 นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับมีขนาดใหญ่มากเพียงใด และยิ่งไปกว่านั้นความหนาของ N93 ก็ยังมากกว่าอีกด้วย แต่สำหรับผู้ใช้ที่เน้นในเรื่องของความสามารถในการใช้งานเป็นหลัก ก็อาจจะไม่ติดใจในเรื่องขนาดของ N93 ก็เป็นได้


เมื่อนำตัวเครื่อง N93 มาเปรียบเทียบขนาดกับบัตรทั่วไปดังภาพ ก็จะเห็นว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่ามากพอสมควร จากการทดลองพกพาเครื่องในกระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋าเสื้อ ก็พบว่าไม่ค่อยจะคล่องตัวนัก แม้จะทำได้ก็ตาม เนื่องจากนอกจากตัวเครื่องจะมีความกว้างยาวที่มากกว่าปกติแล้ว ก็ยังมีความหนาที่มากกว่าปกติอีกด้วย เช่นหากนำใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็จะเกิดการรัดตัวแน่นเกินไป หากนานๆ ไปอาจจะเกิดความเสียหายต่อตัวเครื่องได้ ดังนั้นหากเลือกวิธีการพกพาวิธีอื่นก็น่าจะเหมาะสมกว่า

เริ่มเปิดเครื่อง


เมื่อใส่ซิมการ์ด และก้อนแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะเปิดเครื่องใช้งานได้ โดยวิธีการเปิดเครื่องของ N93 นั้นก็ทำได้โดยง่าย ผู้ใช้เพียงแค่กดลงไปที่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่องค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะทำการเปิดตัวเองขึ้นมา อาจจะใช้เวลารอสักพักหนึ่งตามปกติของโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS (รวมถึงระบบปฏิบัติการอื่นๆ ด้วย) แต่สำหรับ N93 แล้วก็ถือว่าทำเวลาได้ค่อนข้างดี หากเทียบกับโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นอื่นๆ ทั้งการเริ่มระบบ ไปจนถึงการสแกนหาสัญญาณเครือข่าย ส่วนการปิดเครื่องนั้นก็ให้ทำคล้ายกันกับการเปิดเครื่องก็คือกดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หรืออาจะเลือกจากเมนูที่แสดงขึ้นมาก็ได้เช่นกัน 

ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล


หน้าจอแสดงผลด้านนอกของ N93 นั้น เป็นหน้าจอแบบ 65,536 สี ที่มีความละเอียด 128 x 36 Pixels ซึ่งเป็นหน้าจอที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ด้วยความละเอียดระดับ 128 x 36 Pixels นี้ก็ช่วยให้การแสดงผลดูค่อนข้างละเอียดคมชัดอยู่พอสมควร ส่วนความสว่างก็ถือว่าสว่างกำลังดี และสีสันก็มีความสดใสในระดับพอใช้ได้ แต่อย่างไรก็ดี ก็เป็นน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ N93 มีความสามารถครบเครื่องในทุกๆ ด้าน ก็น่าจะทำให้หน้าจอแสดงผลด้านนอกมีขนาดที่ใหญ่กว่านี้ด้วย แต่ก็ไม่แน่ว่าที่ทางโนเกียตัดสินใจทำหน้าจอเล็กแบบนี้ออกมา อาจจะเป็นเพราะเรื่องของการออกแบบดีไซน์ก็เป็นได้


สำหรับหน้าจอแสดงผลหลักด้านในของ N93 นั้นเป็นหน้าจอแบบ TFT LCD ที่แสดงสีสันได้ 262,144 สี และมีความละเอียด 240 x 320 Pixels หรือระดับ QVGA ซึ่งเท่าที่ได้ทดลองใช้งานดูก็พบว่าหน้าจอของ N93 นี้สามารถแสดงผลได้ละเอียดคมชัดมากสมกับเป็นหน้าจอที่มีความละเอียดระดับ QVGA ส่วนเรื่องของสีสัน แม้ว่าจะไม่ใช้ 16 ล้านสีเหมือนกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ จากค่ายเดียวกันบางรุ่น แต่เท่าที่เห็นก็ถือว่ามีสีสันที่สดใสสมจริงดีในระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าอาจจะสู้หน้าจอแบบ 16 ล้านสีไม่ได้ก็ตามที และสำหรับความสว่างก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติดี แม้ว่าจะปรับความสว่างอยู่แค่ในระดับปานกลางก็สว่างเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว สรุปแล้วหน้าจอแสดงผลของ N93 นี้ก็น่าจะทำให้ผู้ใช้เกิดความประทับใจได้ไม่ยาก

ปุ่มกด และการตอบสนอง


ปุ่มกดของ N93 มีการจัดวางให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถทำความเข้าใจ และใช้งานได้ง่าย โดยส่วนของปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ จะล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหรา ปุ่มกดแต่ละปุ่มทำมาจากวัสดุคุณภาพสูง โดยส่วนนี้จะประกอบไปด้วย ปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวา, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งทำมาจากวัสดุเคลือบโครเมียม, ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มปฏิเสธการรับสาย, ปุ่ม Edit, ปุ่มเมนู, ปุ่ม Multimedia Key และปุ่มลบ ซึ่งจากการทดลองใช้งานเบื้องต้นก็พบว่าปุ่มกดแต่ละปุ่มข้างต้นสามารถกดใช้งานได้ง่าย และค่อนข้างมีความนุ่มนวลพอสมควร


ส่วนชุดปุ่มกดตัวเลขจะล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมมันวาว ดูสวยงามหรูหราเช่นกัน ปุ่มกดแต่ละปุ่มทำมาจากพลาสติกคุณภาพสูงสีดำ ซึ่งเป็นปุ่มกดตัวเลขที่มีการจัดวางตำแหน่งตามปกติเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ ปุ่มกดตัวเลขแต่ละปุ่มแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งจากการทดลองใช้งานเบื้องต้นก็พบว่าปุ่มกดแต่ละปุ่มข้างต้นสามารถกดใช้งานได้ง่าย คล่องมือ และค่อนข้างมีความนุ่มนวลค่อนข้างมาก สรุปแล้วเรื่องปุ่มกดทุกปุ่มที่อยู่ด้านในฝาพับของ N93 นั้นจะไม่ทำให้ผู้ใช้ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน แต่หากเป็นปุ่มกดที่อยู่ทางด้านข้างของตัวเครื่องบางปุ่มอาจจะยังกดใช้งานได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางที่ด้านข้างของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างแข็ง และมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก จึงกดใช้งานได้ไม่สะดวกนัก ต้องออกแรงกดมากเป็นพิเศษ และสำหรับเรื่องความรวดเร็วในการประมวลผลนั้น ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี มีการทำงานที่รวดเร็วทันใจ ไม่รู้สึกว่าเครื่องหน่วงแต่อย่างใด แต่เรื่องของความเสถียรเท่าที่ใช้งานก็ยังพบกับอาการเครื่องค้าง ,อาการรีสตาร์ทตัวเอง หรืออาการไม่ตอบสนองแบบผิดปกติเกิดขึ้นอยู่บ้าง ซึ่งหากเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายจริงอาจจะมีการปรับปรุงเรื่องนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้


สำหรับความชัดเจนของแผงปุ่มกดขณะใช้งานในที่มืด หรือเวลากลางคืน ก็มีความชัดเจนปกติดีทุกปุ่ม ด้วยไฟ Backlight สีขาวสว่างสดใส และ N93 ยังมีเซนเซอร์วิเคราะห์ระดับแสดงตามสภาพแวดล้อม (Ambient Light Sensor) ติดตั้งไว้ด้วย ซึ่งเซนเซอร์ดังกล่าวอยู่ ณ ตำแหน่งด้านบนของหน้าจอแสดงผลหลักนั่นเอง โดยที่เซนเซอร์นี้จะช่วยวิเคราะห์ระดับความสว่างของแสงตามสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่ หากมีแสงสว่างเพียงพอก็จะไม่เปิดไฟ Backlight ของแผงปุ่มกด แต่หากมีแสงสว่างไม่เพียงพอก็จะสั่งให้เปิดไฟ Backlight โดยอัตโนมัติ ซึ่งก็เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

เมนูและฟังก์ชันการทำงาน

สำหรับ Nokia N93 นั้นทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.1 และมีรูปแบบของการแสดงผลหรือ User Interface เป็นแบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 3rd Edition ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ Nseries รุ่นใหม่บางรุ่น เช่น Nokia N71 เป็นต้น และการแสดงผลโดยรวมนั้นคล้ายกันกับ Series 60 เวอร์ชันก่อนหน้านี้ แต่จะมีหน้าตาที่สวยทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งมีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม


ขณะที่ผู้ใช้อยู่ ณ หน้าจอ Standby หรือไม่ว่าจะใช้งานโปรแกรมใดอยู่ หากกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องก็จะมีเมนูสำหรับปิดเครื่อง, ล็อคปุ่มกด หรือเลือกใช้งาน Profiles แสดงขึ้นมาให้เห็น 


ที่หน้าจอ Standby ของ Nokia N93 ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงเมนูแบบ Active Standby หรือไม่ ซึ่งเมนู Active Standby นี้ก็มักจะมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ จากค่าย Nokia อีกหลายๆ รุ่น และช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานเมนูต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น รวมถึงสามารถตรวจสอบสถานะของการใช้งานต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย 



เมื่อเครื่องอยู่ในหน้าจอ Standby ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานเมนูหรือฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วจากปุ่มกดต่างๆ หรือจากเมนู Active Standby ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ โดยสามารถกดเพื่อเข้าสู่เมนูรายชื่อ, ข้อความ, ปฏิทิน, เครื่องเล่นเพลง, คลังภาพ หรือเว็บได้อย่างรวดเร็ว แต่ผู้ใช้ก็สามารถปรับเปลี่ยนรายการเมนูเหล่านี้ได้ด้วยตนเองเช่นเดียวกันหากไม่ชอบรายการเมนูที่เครื่องตั้งเอาไว้ให้ นอกจากนั้นหากไม่ได้มีการตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติมเมื่อกดปุ่ม Softkey ทั้ง 2 ปุ่มก็จะเป็นการเข้าสู่เมนูคลังภาพ และกล้อง ตามลำดับ 


ลักษณะหน้าตาเมนูหลักของ N93 หากผู้ใช้ไม่ได้ตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม ก็จะเป็นเมนูแบบตารางไอคอนพร้อมชื่อกำกับแต่ละเมนู ซึ่งก็มีลักษณะเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ Smartphone จากโนเกียรุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่น โดยผู้ใช้สามารถเลือกมุมมองการแสดงผลเมนูให้เป็นแบบตารางกริด หรือแบบรายการก็ได้ และเมื่อกดดูที่ตัวเลือกในเมนู ก็จะปรากฏเมนูย่อยให้ผู้ใช้เลือกใช้งานได้ เช่น ย้าย, ย้ายไปโฟลเดอร์, โฟลเดอร์ใหม่ รวมถึงการแสดงข้อมูลพื้นที่ของหน่วยความจำภายในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำ



ความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ N93 ก็คือการแสดงผลแบบแนวนอน ซึ่งสำหรับการใช้งานบางฟังก์ชัน หรือบางโปรแกรม การแสดงผลแนวนอนก็จะมีความเหมาะสมมากกว่า เช่นการเปิดดูเว็บ, การเปิดดูไฟล์เอกสาร, ใช้งานกล้องดิจิตอล, การเปิดดูวีดีโอ หรือดูรูปภาพ เป็นต้น และนอกจากนั้นการควบคุมการทำงานยังออกแบบมาให้ใช้ปุ่ม Softkeys ทั้ง 2 ปุ่มทางด้านบนของหน้าจอแสดงผลด้านในเป็นหลักอีกด้วย

เมนูข้อความ

เมนูข้อความ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรับส่งข้อความเอาไว้ ได้แก่การสร้างข้อความใหม่, การเรียกดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา, โฟลเดอร์ส่วนตัว, ศูนย์ฝากข้อความ, ฉบับร่าง, ข้อความที่ส่ง, ถาดออก และรายงานสถานะการส่งข้อความ


การสร้างข้อความใหม่มีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลักคือ ข้อความตัวอักษร, ข้อความมัลติมีเดีย และข้อความอีเมล 



สำหรับข้อความตัวอักษรหรือที่รู้จักกันในชื่อของ SMS ซึ่งพิมพ์ข้อความได้สูงสุด 160 ตัวอักษรนั้นก็มีฟังก์ชันสำหรับใช้งานพื้นฐานให้มาอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเลือกใส่ผู้รับ, ระบบสะกดคำอัตโนมัติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, การแทรกตัวอย่างข้อความ และการใส่สัญลักษณ์พิเศษ 


หากผู้ใช้ต้องการปรับแต่งค่าเกี่ยวกับการใช้งานรับส่งข้อความ ก็สามารถทำได้ เช่น ศูนย์ข้อความที่ใช้, การเข้ารหัสอักขระ, การรับรายงาน, อายุข้อความ หรือการเลือกรูปแบบของการส่งความให้เป็นแบบ ข้อความ, แฟ็กซ์, เพจตามตัว หรืออีเมล เป็นต้น 


แต่ละข้อความจะมีรายละเอียดเฉพาะของตนเองที่ผู้ใช้สามารถเรียกดูได้ เช่น หัวข้อ, วันที่, เวลา, ประเภท, ชื่อผู้รับ หรือหมายเลขของผู้รับ เป็นต้น 



ยังมีส่วนหลักอื่นๆ อีกหลายส่วนของเมนูข้อความที่มีให้ใช้งาน เช่น ถาดเข้าซึ่งเก็บข้อความที่ถูกส่งเข้ามา, โฟลเดอร์ส่วนตัวซึ่งเก็บตัวอย่างข้อความเอาไว้, ฉบับร่างซึ่งเก็บข้อความที่ยังสร้างไม่เสร็จเอาไว้, ถาดออกซึ่งเก็บข้อความที่ส่งเรียบร้อยแล้วเอาไว้ และรายงานซึ่งเก็บบันทึกรายงานสถานะต่างๆ ของการรับส่งข้อความ 


รูปแบบของข้อความที่ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้งานกันก็คือข้อความมัลติมีเดีย หรือที่เรียกกันว่า MMS ซึ่งใน Nokia N93 ก็มีฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานให้เลือกใช้ครบถ้วนทั้งการ เพิ่มผู้รับ, สร้างการนำเสนอ, ใส่รูปภาพ, ใส่คลิปเสียง, ใส่วีดีโอคลิป, ใส่ตัวอย่างข้อความ และผู้ใช้สามารถตั้งค่าใช้งานของข้อความมัลติมีเดียได้ เช่น การเลือกรับรายงาน, อายุข้อความ หรือการแสดงข้อมูลเฉพาะของข้อความมัลติมีเดีย 



นอกจากข้อความตัวอักษร และข้อความัลติมีเดียแล้ว N93 ยังรองรับการรับ-ส่งข้อความแบบอีเมลได้ด้วย โดยรองรับประเภทศูนย์ฝากข้อความแบบ IMAP4 และ POP3 ซึ่งก่อนที่จะใช้งานได้นั้นผู้ใช้จะต้องทำการระบุข้อมูลบางอย่างสำหรับการใช้งานให้เรียบร้อยเสียก่อน เช่น ที่อยู่อีเมล, เซิร์ฟเวอร์รับอีเมล, จุดเชื่อมต่อที่ใช้ หรือชื่อของศูนย์ฝากข้อความ เป็นต้น




นอกจากจะสามารถปรับแต่งค่าใช้งานสำหรับข้อความตัวอักษร และข้อความมัลติมีเดียได้แล้ว ยังสามารถปรับแต่งค่าใช้งานได้อีกหลายอย่าง เช่น อีเมล, ข้อความบริการ, ข้อความจากระบบ, จำนวนของข้อความที่บันทึก หรือการเลือกประเภทของหน่วยความจำสำหรับการบันทึกข้อความ เป็นต้น ซึ่งสำหรับประเภทของหน่วยความจำที่สามารถเลือกได้จะมีอยู่ 2 ประเภทคือ หน่วยความจำภายในของโทรศัพท์ และการ์ดหน่วยความจำ

เมนูรายชื่อ

เมนูรายชื่อ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน หรือการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายชื่อเอาไว้ เช่น การค้นหารายชื่อ, การเพิ่มรายชื่อ, การเพิ่มกลุ่มผู้โทร, การแก้ไขรายชื่อ, การเพิ่มรายละเอียดของรายชื่อ, การคัดลอกรายชื่อ, การซิงโครไนซ์ หรือการพิมพ์ เป็นต้น



ฟังก์ชันพื้นฐานของการจัดการกับรายชื่อมีมาให้อย่างครบถ้วน ทั้งการค้นหารายชื่อ, การโทรสายสนทนา, สร้างการโทร 1 ต่อ 1, สร้างการโทรกลุ่ม, ส่งคำขอโทรกลับ, แสดงข้อมูลของรายชื่อ หรือเลือกรูปแบบของการแสดงรายชื่อ เป็นต้น และยังสามารถเลือกโทรแบบสายวีดีโอได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามระบบเครือข่ายในประเทศไทยยังไม่สามารถรองรับการใช้งานฟังก์ชันนี้ได้ 


ผู้ใช้สามารถกำหนดรูปแบบของการแสดงผลรายชื่อได้ด้วย เช่นการ แสดงนามสกุลก่อนชื่อ หรือแสดงชื่อก่อนนามสกุล 


การสร้างรายชื่อใหม่ หากใครได้เคยใช้ Symbian Smartphone ของ Nokia มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งแต่ละรายชื่อจะสามารถใส่รายละเอียดปลีกย่อยได้มากมาย ซึ่งได้แก่ คำนำหน้า, ชื่อ, คำต่อท้าย, บริษัท, ตำแหน่ง, ชื่อเล่น, มือถือ, มือถือ (บ้าน), มือถือ (ที่ทำงาน), โทรศัพท์, โทรศัพท์ (บ้าน), โทรศัพท์ (ที่ทำงาน), สายวีดีโอ, สายวีดีโอ (บ้าน), สายวีดีโอ (ที่ทำงาน), โทรศัพท์มือเน็ต, โทรศัพท์เน็ต (บ้าน), โทรศัพท์เน็ต (ที่ทำงาน), สนทนา, มุมมองร่วม, SIP, แฟ็กซ์, แฟ็กซ์ (บ้าน), แฟ็กซ์ (ที่ทำงาน), วิทยุติดตามตัว, อีเมล, อีเมล (บ้าน), อีเมล (ที่ทำงาน), ที่อยู่เว็บ, ที่อยู่เว็บ (บ้าน), ที่อยู่เว็บ (ที่ทำงาน), ที่อยู่, ที่อยู่ (บ้าน), ที่อยู่ (ที่ทำงาน), DTMF, วันเกิด และหมายเหตุ 


การกำหนดกลุ่มของรายชื่อก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดหมวดหมู่ของผู้ติดต่อแต่ละกลุ่มได้ตามต้องการ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น 


สำหรับการแสดงภาพของผู้โทร หรือ Picture Caller ID นั้นก็สามารถแสดงได้เช่นเดียวกันเมื่อมีสายเข้า หรือมีการโทรออก แต่คงจะไม่ถูกใจผู้ใช้เท่าไหร่นัก เพราะภาพที่แสดงมีขนาดที่เล็กมาก ซึ่งหากผู้ใช้ที่ต้องการใช้รูปภาพแสดงขนาดใหญ่กว่านี้ก็คงจะต้องหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติมเอาเองในภายหลัง

เมนูปฏิทิน

เมนูปฏิทิน คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิทินหรือตารางนัดหมายเอาไว้ เช่นการสร้างบันทึกนัดหมายการประชุม, สร้างบันทึกช่วยจำ, สร้างบันทึกวันครบรอบ หรือสร้างบันทึกสิ่งที่ต้องทำ เป็นต้น


ผู้ใช้สามารถเลือกมุมมองสำหรับแสดงรายละเอียดของปฏิทินได้หลายรูปแบบ ทั้งการแสดงเป็นเดือน, แสดงเป็นสัปดาห์, แสดงเป็นวัน หรือแสดงสิ่งที่ต้องทำ รวมถึงสามารถค้นหารายการที่บันทึกไว้จากวันที่ได้ด้วย 


การสร้างรายการใหม่ของปฏิทิน สามารถสร้างได้ 4 รูปแบบหลักคือ การประชุม, บันทึก, วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ 


การใช้งานปฏิทิน ผู้ใช้ก็สามารถปรับแต่งตั้งค่าสำหรับการใช้งานได้ เช่น เสียงปลุกปฏิทิน, มุมมอง, วันที่เริ่มสัปดาห์ หรือหัวเรื่องสัปดาห์ เป็นต้น 

เมนูกล้อง

เมนูกล้อง คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงานหรือการจัดการเกี่ยวกับการใช้งานกล้องดิจิตอลเอาไว้ และหากเทียบความหลายหลายของฟังก์ชันการทำงาน หรือความสามารถกับโทรศัพท์มือถือรุ่นที่โดดเด่นเรื่องการถ่ายภาพรุ่นอื่นๆ ก็ถือว่าสู้ได้อย่างสบาย เนื่องจาก N93 นี้เน้นความสามารถทางด้านการถ่ายภาพให้โดดเด่นมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว



หากเป็นการใช้งานเลนส์กล้องขนาดเล็กที่ด้านในฝาพับ การแสดงผลของเมนูต่างๆ ขณะใช้งานกล้องก็จะเป็นแบบแนวตั้ง ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งการถ่ายภาพวีดีโอ และภาพนิ่ง แต่ความละเอียด หรือฟังก์ชันการทำงานจะน้อยกว่าการใช้งานเลนส์กล้องตัวหลักที่ด้านข้างของตัวเครื่อง


หากเป็นการใช้งานเลนส์กล้องตัวหลักที่อยู่ด้านข้างของตัวเครื่อง เมนูใช้งานก็จะปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้เป็นแบบแนวนอนโดยอัตโนมัติ ซึ่งการใช้งานก็จะใช้งานควบคู่กับปุ่ม Softkeys 2 ปุ่มที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลหลักที่ด้านใน โดยที่หน้าจอหลักก็จะมีไอคอนแสดงสถานะของการทำงานอยู่หลายอย่าง เช่น ไฟแฟลช, โหมดถ่ายภาพ, ขนาดของรูปภาพ หรือจำนวนรูปภาพที่สามารถถ่ายได้ เป็นต้น



โหมดของการถ่ายภาพนิ่ง ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งหมด 6 โหมด ได้แก่ อัตโนมัติ, กำหนดเอง, โหมดระยะใกล้, แนวนอน, กลางคืน และแนวตั้งกลางคืน ซึ่งในเบื้องต้นการปรับไปที่โหมดอัตโนมัติก็น่าจะเพียงพอต่อการถ่ายภาพทั่วๆ ไปแล้ว แต่ถ้าหากต้องการถ่ายภาพแบบพิเศษก็คงต้องเลือกโหมดพิเศษอื่นๆ ตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์


การปรับค่าสมดุลสีขาว หรือค่า White Balance เพื่อให้ภาพที่ได้มีความเหมาะสมกับสภาพแสงของแต่ละสภาพแวดล้อม สามารถเลือกได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ อัตโนมัติ, แสงจ้า, เมฆหนา, แสงไฟทังสเตน และแสงไฟนีออน


ผู้ใช้สามารถปรับค่า EV (Exposure Value) เพื่อถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างน้อย หรือมีแสงสว่างมากได้ตามความต้องการ โดยสามารถปรับค่า EV ได้ตั้งแต่ +2.0 (สว่างที่สุด) ถึง -2.0 (มืดที่สุด)


หากผู้ใช้ต้องการปรับโทนสีเพื่อการถ่ายรูปภาพในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ก็สามารถเลือกโทนสีได้ทั้งหมด 4 รูปแบบคือ ปกติ, ซีเปีย, ขาวดำ และเนกาทีฟ


หากผู้ใช้เลือกการใช้งานถ่ายภาพต่อเนื่อง ก็จะมีไอคอนแสดงสถานะของการถ่ายภาพต่อเนื่องแสดงให้เห็นที่ด้านบนของจอภาพ


ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าได้ 3 ระดับคือ 2, 10 และ 20 วินาที ซึ่งเมื่อทำการตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าไว้ ก็จะมีไอคอนแสดงสถานะของการตั้งเวลาให้เห็นที่ด้านบนของจอภาพ



คุณภาพ และขนาดของรูปภาพ สามารถปรับได้ 4 ระดับ ตามความเหมาะสม ได้แก่ ระดับ 3 ล้านพิกเซล, 2 ล้านพิกเซล, 1.3 ล้านพิกเซล และ 0.3 ล้านพิกเซล


ผู้ใช้สามารถเลือกปิด หรือเปิดการซูมภาพแบบขยายได้ ซึ่งหากเป็นการเปิดใช้งาน ก็จะเลือกการซูมแบบขยายได้ 2 รูปแบบคือ แบบต่อเนื่อง และแบบหยุดชั่วคราว โดยหากผู้ใช้เลือกเปิดการซูมแบบขยาย ก็จะสามารถซูมได้ถึง 20 เท่าเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นการซูมแบบ Digital Zoom ซึ่งเป็นการซูมที่มีคุณภาพน้อยกว่าการซูมโดยใช้เลนส์อย่างมาก


สามารถเลือกเสียงของชัตเตอร์ขณะถ่ายภาพได้ทั้งหมด 4 เสียง


แถบสีแสดงระดับของการซูมภาพ จะแตกต่างกัน ระหว่างปิดการซูมแบบขยายดังรูปด้านซ้าย และเปิดการซูมแบบขยายดังรูปด้านขวา 


เมื่อเลือกสลับโหมดการถ่ายมาเป็นการถ่ายภาพวีดีโอ การแสดงผลของหน้าจอหลักก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากการถ่ายภาพนิ่งบ้าง โดยเฉพาะไอคอนแสดงสถานะการทำงานต่างๆ ที่จะเปลี่ยนไปเป็นการแสดงสถานะของการถ่ายภาพวีดีโอ


โหมดหลักสำหรับการถ่ายภาพวีดีโอมีให้เลือกเพียง 2 โหมดคือ โหมดอัตโนมัติ และโหมดกลางคืน 


การปรับค่าสมดุลสีขาว หรือค่า White Balance เพื่อให้ภาพที่ได้มีความเหมาะสมกับสภาพแสงของแต่ละสภาพแวดล้อม จะเหมือนกันกับการถ่ายภาพนิ่ง คือสามารถเลือกได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ อัตโนมัติ, แสงจ้า, เมฆหนา, แสงไฟทังสเตน และแสงไฟนีออน


การปรับโทนสีเพื่อการถ่ายภาพวีดีโอ ก็สามารถเลือกโทนสีได้ทั้งหมด 4 รูปแบบเช่นเดียวกันกับการถ่ายภาพนิ่ง คือ ปกติ, ซีเปีย, ขาวดำ และเนกาทีฟ 



คุณภาพ และขนาดของภาพวีดีโอ สามารถปรับได้ 5 ระดับ ตามความเหมาะสม ได้แก่ ทีวี (สูง), ทีวี (ปกติ), โทรศัพท์ (สูง), โทรศัพท์ (ปกติ) และระดับการแบ่งใช้สำหรับข้อความแบบ MMS นั่นเอง

เมนูคลังภาพ

เมนูคลังภาพ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันสำหรับเปิดดูและจัดการกับไฟล์มัลติมีเดียประเภทต่างๆ ได้แก่ ภาพและวีดีโอ, แทร็ค, คลิปเสียง, ลิงค์การสตรีม, การนำเสนอ รวมถึงสามารถเลือกแสดงไฟล์ทุกประเภทได้ด้วยเช่นกัน




การเปิดดูรูปภาพหรือวีดีโอจะเป็นลักษณะของอัลบั้มรูปภาพย่อยที่หมุนได้รอบ ซึ่งจากการทดสอบก็สามารถทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็วดี ไม่หน่วงมากนัก ยกเว้นหากเป็นไฟล์รูปภาพที่ใหญ่จริงๆ ก็อาจจะใช้เวลาในการแสดงนานสักหน่อย นอกจากนั้นก็ยังมีฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการจัดการภาพและวีดีโอต่างๆ ไว้ให้ เช่น การขยาย, การแสดงสไลด์โชว์, การแสดงรายละเอียดของไฟล์, การแสดงแบบเต็มจอ, การสั่งพิมพ์, การส่ง หรือการตกแต่งแก้ไขรูปภาพด้วยเครื่องมือต่างๆ เป็นต้น 




โปรแกรมสำหรับการเปิดเล่นแทร็คเพลงมีหน้าตาที่เรียบง่าย แต่ก็มีฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการฟังเพลงมาให้ค่อนข้างครบถ้วน เช่น การเล่นสุ่ม, การเล่นซ้ำ, การปรับอีควอไลเซอร์ได้หลายรูปแบบ (ค่าที่ตั้งไว้, Acoustic, ขยายเสียงเบส, Hip Hop, ป็อป, R&B และ ร็อค), การสร้างรายการแทร็ค, การตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า, การจัดเรียงลำดับการแสดงผลตามศิลปิน หัวเรื่อง ประเภท ผู้เรียบเรียง วันที่ หรือขนาด และการแสดงรายละเอียดของไฟล์นั้น รวมถึงยังสามารถเล่นเพลงขณะที่เปิดใช้งานโปรแกรมอื่นได้ด้วย 


นอกจากหมวดของภาพและวีดีโอ และแทร็คแล้ว ยังมีหมวดอื่นๆ ภายในเมนูคลังภาพอีกหลายหมวด ได้แก่ คลิปเสียง, ลิงค์การสตรีม, การนำเสนอ และไฟล์ทั้งหมด

เมนูเครื่องเล่น



โปรแกรมเครื่องเล่นเพลงใน N93 นั้นมีลักษณะหน้าตาที่ดูเรียบง่าย ฟังก์ชันการทำงานพื้นฐาน หรือการควบคุมการเล่นเพลงก็มีมาให้พอสมควร เช่นการบุ๊คมาร์ค, ดูรายการแทร็คทั้งหมด, ดูรายการเพลงตามชื่อศิลปิน, ดูรายการเพลงตามอัลบั้ม, ดูรายการแทร็คแยกตามประเภทของเพลง หรือการจัดการกับรายการแทร็ค เป็นต้น 

เมนูนาฬิกา

เมนูนาฬิกา คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการกำหนดค่าเกี่ยวกับวันที่หรือเวลาเอาไว้ เช่น การตั้งค่าเวลา, การตั้งเขตเวลา, การตั้งวันที่, การตั้งนาฬิกาปลุก, การตั้งรูปแบบเวลา หรือการตั้งรูปแบบวันที่เป็นต้น


ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาสำหรับนาฬิกาปลุกได้ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของโทรศัพท์มือถือทั่วไปอยู่แล้ว 


ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเวลา, เลือกเมืองหรือภูมิภาค และสามารถตั้งค่าวันที่ได้ตามปกติ เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือทั่วไป 


ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบในการแสดงผลของวันที่ ทั้ง วัน-เดือน-ปี, เดือน-วัน-ปี, ปี-เดือน-วัน และตัวแบ่งวันได้ 


หากไม่ต้องการให้แสดงนาฬิกาแบบเข็มที่หน้าจอ Standby&