Nokia E61 Review & Focus
Full
Keyboard & Wide Screen Business Smartphone
Review
Date (30-May-2006)
หลังจากได้ปล่อย Nokia E60 ซึ่งเป็น Business Smartphone
ใน E-Series ตัวแรกออกสู่ตลาดไปหมาดๆ ขณะนี้ก็ใกล้ถึงคราวที่จะนำรุ่นต่อไปใน
E-Series นั่นก็คือ Nokia E61 ตัวนี้ออกมาวางจำหน่ายบ้าง
ซึ่งโดยพื้นฐานทางด้านระบบปฏิบัติการของ E61
ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับรุ่นอื่นๆ ใน E-Series
หรือ N-Series นั่นคือ Symbian OS เวอร์ชัน
9.1 พร้อมกับ User Interface แบบ Series 60
3rd Editionและเช่นเดียวกันกับ E60 นั่นคือ
E61 ในตอนนี้ก็ยังมีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างเงียบ
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า E61 เป็นโทรศัพท์มือถือแนว
Business ที่กลุ่มผู้ใช้ยังไม่กว้างเท่าโทรศัพท์มือถือแนว
Entertainment ก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม
ไม่แน่ว่าเมื่อออกวางขายจริงแล้วอาจจะมีกระแสดตอบรับที่ดีกว่าที่คิดก็เป็นได้
สำหรับจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของ Nokia E61
นี้ ก็เห็นจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง
(แต่ไม่หนา), มีหน้าจอแสดงผลแบบแนวกว้าง หรือมีคีย์บอร์ดแบบ
QWERTY ในตัว เป็นต้น ซึ่งลักษณะแบบนี้การที่จะทำให้ผู้ใช้บางคนนึกถึงสไตล์ของโทรศัพท์มือถือ
Blackberry, PalmOne Treo หรือ Motorola Q
ก็คงจะไม่แปลก และหากเปรียบเทียบกันกับ Nokia
E60 ที่ออกวางจำหน่ายก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะมีความสามารถหรือระบบการทำงานที่คล้ายคลึงกัน
แต่ด้วยจุดเด่นของ E61 นั้นก็น่าจะช่วยให้การใช้งานบางประเภทมีความสะดวกสบายมากกว่า
เช่น การพิมพ์ข้อความต่างๆ หรือการเปิดดูหน้าเว็บไซต์
เป็นต้น อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างกว้าง
ความสะดวกในการพกพาก็คงจะมีน้อยกว่าด้วยเช่นกัน
ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของการใช้งาน, จุดเด่น
หรือจุดด้อยของ E61 จะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขอเชิญติดตามต่อในเนื้อหาได้เลยครับ
อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง
อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับชุดขายมาตรฐานของ Nokia E61 จะประกอบไปด้วย
ตัวเครื่อง Nokia E61, แบตเตอรี่แบบ Lithium
Ion รุ่น BP-5L ขนาดความจุ 1500 mAh จำนวน
1 ก้อน, หูฟัง Nokia รุ่น HS-5 จำนวน 1 เส้น,
Adapter ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น AC-4U จำนวน 1
เส้น, Adapter แปลงหัวแจ็ครุ่น CA-44 เพื่อแปลงหัวแจ็คของ
Adapter ชาร์จแบตเตอรี่จากขนาด 2 มิลลิเมตร
ให้กลายเป็นขนาด 3.5 มิลลิเมตร จำนวน 1 เส้น,
แผ่นซีดีโปรแกรมซอฟต์แวร์ PC Suite จำนวน
1 แผ่น, สาย USB Data Cable รุ่น CA-53 จำนวน
1 เส้น, การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD Card
ขนาด 64 MB จำนวน 1 การ์ด และสุดท้ายคือคู่มือการใช้งานจำนวน
1 เล่ม ซึ่งจากอุปกรณ์ที่แถมมาพร้อมกับชุดขายมาตรฐานนี้ก็ถือว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี
แต่ miniSD Card ที่แถมมาให้อาจจะมีพื้นที่หน่วยความจำน้อยไปสักหน่อย
หากผู้ใช้ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากขึ้น
ก็คงจะต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมเองในภายหลัง
เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง
ครั้งแรกที่ได้เห็นโฉมหน้าของ E61 ผ่านทางรูปตามเว็บไซต์ต่างๆ
ก็คาดว่าน่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดใหญ่และกว้างเอาการ
จนเมื่อได้มาเห็นตัวจริง ก็พบว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยคาดเดาไว้
คือตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ความใหญ่นั้นจะออกไปทางความกว้างเสียมากกว่า
ส่วนความหนานั้นถือว่าไม่หนามากมายแต่อย่างใด
ออกจะค่อนไปทางบางเสียด้วยซ้ำ รูปโฉมหรือดีไซน์โดยรวมทำให้ต้องนึกไปถึงสไตล์ของโทรศัพท์มือถือ
Blackberry, PalmOne Treo หรือ Motorola Q
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจุดเด่นที่คล้ายกันก็คงจะอยู่ที่
Keyboard แบบ QWERTY เต็มรูปแบบในตัว ซึ่งการที่มี
Keyboard ในตัวแบบนี้ก็เลยทำให้ตัวเครื่องมีความกว้างมากกว่าโทรศัพท์มือถือประเภททั่วๆ
ไปอยู่มากพอสมควร ลักษณะโดยรวมของ E61 นั้นหากมองทางด้านหน้าก็จะดูเป็นสีเหลี่ยมขนาดใหญ่
แต่หากมองด้านข้างรอบๆ ก็จะพบว่ามีความโค้งมนอยู่พอประมาณ
การออกแบบโดยรวมแล้วถือว่าทำได้ดี ดูเรียบหรู
ไม่เน้นแฟชั่นหวือหวา สมกับเป็นโทรศัพท์มือถือแนวธุรกิจ
และสำหรับวัสดุ ความประณีตในการประกอบ ความแน่นหนา หรือความแข็งแรงนั้น
เท่าที่ได้สัมผัสครั้งแรก ก็ถือว่ามีคุณภาพค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว
 เมื่อมองดูที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง
ก็จะรู้สึกได้ถึงความกว้างและความเหลี่ยม
แต่ก็ยังถือว่าออกแบบได้ดูดี เรียบหรู เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่การออกแบบดูแล้วเหมือนโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้ใหญ่
วัยทำงาน หรือนักธุรกิจ มากกว่าที่จะเป็นโทรศัพท์มือถือแฟชั่นวัยรุ่น
โทนสีของวัสดุโดยรวมจะเป็นสีเทาบรอนซ์เงิน
ซึ่งก็ช่วยบ่งบอกถึงความเรียบหรูดูเป็นผู้ใหญ่ได้มากขึ้น
ที่ด้านซ้ายบนสุดจะพบกับไฟแสดงสถานะของอีเมล
(Email Indicator Light) ซึ่งจะกระพริบเมื่อมีอีเมลใหม่ถูกส่งเข้ามา
ตรงกลางด้านบนก็จะเป็นลำโพงหูฟังสำหรับสนทนา
และที่ด้านขวาบนขวาสุดก็จะเป็นปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง
ล็อคปุ่มกด หรือเลือก Profiles ถัดมาที่ส่วนกลางของด้านหน้าก็จะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบแนวกว้างแบบ
16 ล้านสี ซึ่งมีความละเอียดระดับ QVGA ซึ่งประสิทธิภาพของการแสดงผลจะเป็นอย่างไรนั้นจะกล่าวถึงในเนื้อหาถัดไป
ต่อมาที่ส่วนล่างของด้านหน้าก็จะเป็นส่วนของปุ่มควบคุม
และแผง Keyboard แบบ QWERTY ซึ่งเป็นจุดเด่นของ
E61 นั่นเอง โดยการจัดเรียงก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี
ซึ่งก็น่าจะทำให้ศึกษาและใช้งานได้ไม่ยาก
 ไฟ
LED ที่เห็นมุมซ้ายบนสุดที่ด้านหน้าของตัวเครื่องก็คือไฟแสดงสถานะของอีเมล
หรือที่เรียกว่า Email LED Indicator Light
นั่นเอง ซึ่งไฟนี้จะกระพริบให้เห็นเมื่อมีอีเมลฉบับใหม่ถูกส่งเข้ามาในเครื่อง
เป็นการช่วยเตือนให้ผู้ใช้ได้ทราบได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งทำให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ E61ต้องการ
เน้นเป็นพิเศษก็คือการใช้งานเกี่ยวกับการรับ-ส่งอีเมลนั่นเอง
และ ณ ตำแหน่งเดียวกันนี้ก็น่าจะเป็นที่อยู่ของเซนเซอร์สำหรับวิเคราะห์ระดับความสว่างของแสงตามสภาพแวดล้อม
(Ambient Light Sensor) ด้วย
 ที่มุมบนสุดด้านขวา
จะพบกับปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง ล็อคปุ่มกด
หรือเลือก Profiles ซึ่งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเช่นเดียวกับไฟแสดงสถานะของอีเมลที่อยู่ด้านซ้าย
ที่ดูแล้วทำด้วยวัสดุพลาสติกเกรดดี และเท่าที่ลองกดใช้งานดูเบื้องต้นก็พบว่าเป็นปุ่มกดหนึ่งที่สามารถกดได้ง่าย
และค่อนข้างมีความนุ่มนวล
 ที่ส่วนบนของแผงปุ่มกดจะเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ
ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวา,
ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มเมนู, ปุ่มจอยสติ๊กควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทาง, ปุ่มเข้าใช้งานโปรแกรมอีเมล และปุ่มวางสาย
 ที่ส่วนล่างของแผงปุ่มกดก็คือ
Keyboard แบบ QWERTY ชนิดเต็มรูปแบบ คือมีการจัดเรียงตำแหน่งของปุ่มกดตัวอักษรคล้ายกับ
Keyboard ทั่วไปของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์ดีด
ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
ส่วนตัวอักษรภาษาไทยนั้น เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากคงจะไม่มีสกรีนเอาไว้ให้
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องศูนย์ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยก็ตาม
และสาเหตุสำคัญที่ E61 ไม่มีตัวอักษรภาษาไทยสกรีนไว้ให้บนปุ่มกด
ก็น่าจะเป็นเพราะว่า E61 ไม่สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้นั่นเอง
ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่คงจะทำให้ผู้ใช้ที่ชอบพิมพ์ข้อความภาษาไทยเกิดความลังเลในการตัดสินใจซื้อมาใช้งานอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
ก็จะไม่พบกับส่วนเชื่อมต่อ หรือปุ่มกดสั่งงานใดๆ
นอกจากฝาหลังสำหรับปิดส่วนสำหรับใส่ก้อนแบตเตอรี่,
ซิมการ์ด หรือการ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD โดยวัสดุจะเป็นพื้นผิวพลาสติกสีด้านบรอนซ์เงิน
ตัดกับฝาหลังซึ่งเป็นสีเทาเข้ม
 สลักล็อคฝาหลังมีลักษณะเป็นปุ่มพลาสติกสี่เหลียมผืนผ้าเรียวยาวสีเทา
ซึ่งก่อนที่จะเปิดฝาหลัง ก็จะต้องกดปุ่มนี้ลงไปเพื่อปลดล็อคเสียก่อน
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง
ก็จะมีลักษณะคล้ายกับด้านหลังของตัวเครื่อง
คือไม่มีส่วนเชื่อมต่อ หรือปุ่มกดสั่งงานใดๆ
โดยวัสดุจะเป็นพื้นผิวพลาสติกสีด้านบรอนซ์เงิน
ตัดกับฝาหลังซึ่งเป็นสีเทาเข้ม เช่นเดียวกัน
และหากดูความหนาแล้วจะเห็นว่าส่วนหัวของตัวเครื่องจะหนามากกว่าส่วนล่างของตัวเครื่อง
แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่า E61 ดูมีความบางพอตัวอยู่เหมือนกัน
แม้จะไม่ถึงกับบางเฉียบเหมือนโทรศัพท์มือถือบางรุ่นก็ตาม
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง
ก็จะมีลักษณะที่คล้ายกันกับที่ด้านขวา เพียงแต่จะมีปุ่มสั่งงาน
หรืออุปกรณ์บางอย่างติดตั้งอยู่ด้วย เริ่มตั้งแต่ที่ด้านซ้ายสุดจะเป็นลำโพง
Loudspeaker ซึ่งดูแล้วมีขนาดใหญ่พอสมควร
ส่วนคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้นจะกล่าวถึงอีกครั้งในเนื้อหาถัดไป
ส่วนปุ่มกดที่เห็นก็จะประกอบไปด้วย ปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง
และปุ่มกดสำหรับบันทึกเสียงหรือสั่งงานด้วยเสียง
 ลำโพง
Loudspeaker ของ E61 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยมีการออกแบบให้แบ่งเป็น
2 ช่อง แต่เท่าที่ดูคงจะไม่ได้เป็นลำโพงแบบคู่แต่อย่างใด
คงเป็นเรื่องของการออกแบบเสียมากกว่า ส่วนคุณภาพเสียงจะไพเราะเพียงใด
คงต้องติดตามในเนื้อหาถัดไป
 ปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง
และปุ่มบันทึกเสียงหรือสั่งงานด้วยเสียง เป็นปุ่มที่มีลักษณะเล็กเรียวยาว
เท่าที่ลองกดใช้งานดูเบื้องต้น ก็พบว่าสามารถกดได้ง่าย
แต่อย่างไรก็ตามขณะที่จับถือตัวเครื่อง บ่อยครั้งที่นิ้วมักจะไปเผลอกดโดนปุ่มเหล่านี้โดยไม่ตั้งใจ
ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากตำแหน่งการวางปุ่มกด
และตัวเครื่องที่ค่อนข้างกว้างนั่นเอง
 ที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้นไม่มีปุ่มกด
ส่วนเชื่อมต่อ หรืออุปกรณ์ใดให้เห็น
นอกจากพื้นผิววัสดุพลาสติกสีเทาเข้มตัดกันกับขอบสีบรอนซ์เงิน
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะพบกับส่วนเชื่อมต่อ
หรืออุปกรณ์ต่างๆ อยู่พอสมควร เริ่มตั้งแต่ที่ด้านซ้ายสุดจะเป็นช่องสำหรับต่อสายชาร์จแบตเตอรี่ขนาด
2 มิลลิเมตร ถัดมาตรงกลางก็จะเป็นช่องเชื่อมต่อแบบ
Pop-Port ตามสไตล์ของโนเกีย และที่อยู่ติดกันด้านล่างก็จะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา
ส่วนด้านขวาสุดจะเป็นส่วนเชื่อมต่อแบบ Infrared
Port ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควร
 หากสังเกตดู
โทรศัพท์มือถือโนเกียหลายๆ รุ่นมักจะวางตำแหน่งของรูเสียบสายชาร์จ
กับช่องเชื่อมต่อแบบ Pop-Port เอาไว้ติดกัน
หรือใกล้กัน ซึ่งสำหรับ E61 รุ่นนี้ก็เช่นเดียวกัน
เพราะการวางตำแหน่งแบบนี้น่าจะเหมาะสมหรือง่ายสำหรับการใช้งานที่สุดแล้ว
 หัวแจ๊คของ
Adapter ชาร์จแบตเตอรี่ของ E61 นั้นจะมีขนาด
2 มิลลิเมตร แต่หากผู้ใช้ต้องการนำ Adapter
ชาร์จแบตเตอรี่ตัวนี้ไปใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นของโนเกียที่ใช้หัวแจ๊คขนาด
3.5 มิลลิเมตร ก็สามารถทำได้ เนื่องจากในชุดขายมาตรฐานของ
E61 นั้นมีสาย Adapter สำหรับแปลงหัวแจ๊คขนาด
2 มิลลิเมตร ให้กลายเป็นหัวแจ๊คขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้ด้วย
 เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือโนเกียอีกหลายรุ่น
การต่อสายหูฟัง หรือสาย USB Data Cable ก็จะต่อผ่านทาง
Pop-Port ซึ่งมักจะวางตำแหน่งเอาไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง
ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมดีอยู่แล้ว
 การต่อสายหูฟัง
หรือสาย USB Data Cable กับ Pop-Port พร้อมกับการต่อสายชาร์จแบตเตอรี่สามารถทำได้ตามปกติเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือโนเกียอีกหลายรุ่น
ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถใช้งานเครื่องไปพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างไม่มีปัญหา
เช่นอาจจะสนทนาหรือฟังเพลง ไปพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่
เป็นต้น
 Infrared
Port ของ E61 นี้วางอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง
ในขณะที่บางรุ่นก็วางไว้ที่ด้านข้างของตัวเครื่อง
ซึ่งการวางตำแหน่งแบบนี้การใช้งานอาจจะติดขัดหรือเกิดความเกะกะได้เล็กน้อย
หากชณะนั้นมีการต่อสายที่ Pop-Port หรือต่อสายชาร์จแบตเตอรี่เอาไว้
แต่อย่างไรก็ดี คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใดสำหรับการใช้งานทั่วไป
น่าจะสามารถใช้งานได้ดีตามปกติ
เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่
 ก่อนที่จะใส่แบตเตอรี่,
ซิมการ์ด หรือการ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD
Card ได้นั้น ผู้ใช้ก็จะต้องทำการเปิดฝาหลังออกมาเสียก่อน
โดยการเปิดฝาหลังของ E61 นั้นก็มีวิธีที่ไม่ยุ่งยาก
สามารถทำได้ง่ายเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่
โดยให้นำมือข้างหนึ่งถือตัวเครื่องไว้ให้มั่นคง
พร้อมกับนำนิ้วโป้งกดลงไปที่บริเวณตรงกลางของฝาหลังด้วยแรงพอประมาณ
ส่วนนิ้วโป้งของอีกมือหนึ่งก็ให้กดลงไปที่ปุ่มสลักล็อคที่อยู่ด้านล่างด้วยแรงพอประมาณเช่นเดียวกัน
ก็จะสามารถใช้นิ้วโป้งของมืออีกข้างดันฝาหลังลงมา
หรือออกมาได้โดยง่ายแล้วดังภาพ
 ฝาหลังของ
E61 นี้มีขนาดที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ แต่ก็ผลิตมาจากพลาสติกเกรดสูง
ไม่บอบบาง ดูมีความแข็งแรงเป็นอย่างดี ซึ่งน่าจะทำให้ใช้งานไปได้อย่างยาวนานอย่างแน่นอน
 ลักษณะของตัวเครื่องด้านหลังเมื่อเปิดฝาหลังออกมาแล้ว
ก็จะเป็นดังภาพ ซึ่งภายในจะประกอบไปด้วยส่วนเชื่อมต่อหลัก
3 ส่วน เริ่มตั้งแต่ที่มุมซ้ายบนจะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ
miniSD Card ส่วนพื้นที่กรอบตรงกลางขนาดใหญ่จะเป็นช่องสำหรับใส่ก้อนแบตเตอรี่
และสุดท้ายที่มุมบนขวาก็จะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด
 ขั้วสัมผัสโลหะของแบตเตอรี่ของ
E61 นั้นอยู่ที่ด้านบน ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เมื่อได้เห็นแล้วก็คงทราบได้ทันทีว่าจะต้องใส่ก้อนแบตเตอรี่ในทิศทางใดหรือด้านใดจึงจะถูกต้อง
 ช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ
miniSD Card ที่ตรงมุมบนซ้าย ซึ่งการที่ช่องใส่การ์ดมาอยู่ด้านในแบบนี้
ก็จะทำให้เวลาต้องการถอดเปลี่ยนการ์ดผู้ใช้ก็คงจะลำบากสักหน่อย
เนื่องจากจะต้องเปิดฝาหลังออกมาเสียก่อน แต่ก็ยังดีที่การถอดเปลี่ยนการ์ดนั้นเป็นแบบ
Hot Swap กล่าวคือผู้ใช้ไม่ต้องปิดเครื่องก่อนก็สามารถถอดเปลี่ยนการ์ดได้ทันที
 ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดที่อยู่ด้านมุมบนขวา
ออกแบบมาได้แปลกตากว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไปอยู่สักหน่อย
โดยเป็นช่องพลาสติกที่ต้องดันแผ่นซิมการ์ดเข้าไปในแนวระนาบดังภาพ
 การนำซิมการ์ดใส่เข้าไปในช่องจะมีส่วนโค้งเว้าสำหรับสอดนิ้วมือเข้าไปเพื่อให้ง่ายต่อการถอดหรือใส่ซิมการ์ด
โดยการใส่นั้นผู้ใช้จะต้องดันแผ่นซิมการ์ดเข้าในในแนวระนาบ
ซึ่งดูแล้วคงต้องขูดกับขั้วโลหะด้านในโดยตรงกว่าจะดันซิมการ์ดเข้าไปจนสุด
รวมถึงเวลาที่เลื่อนซิมการ์ดออกมาด้วย ดังนั้นหากผู้ใช้ถอดเปลี่ยนซิมการ์ดบ่อยๆ
ไม่แน่ว่านานๆ ไปอาจจะเกิดความเสียหายต่อซิมการ์ดได้อยู่เหมือนกัน
 แบตเตอรี่ของ
E61 นั้นเป็นแบตเตอรี่แบบ Lithium Ion รุ่น
BP-5L ซึ่งมีความจุมากถึง 1500 mAh ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ขนาดของก้อนแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือทั่วๆ
ไปอยู่พอสมควร แต่ข้อดีก็คือน่าจะทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นนั่นเอง
 การใส่แบตเตอรี่นั้นทำได้ไม่ยาก
โดยให้ดันก้อนแบตเตอรี่เข้าไปทางขั้วสัมผัสโลหะที่อยู่ทางด้านบนด้วยแรงพอประมาณดังภาพ
แล้วจัดวางก้อนแบตเตอรี่ให้ลงไปอยู่ในกรอบให้เรียบร้อยดังภาพก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการใส่ก้อนแบตเตอรี่
ส่วนการนำก้อนแบตเตอรี่ออกนั้นก็ไม่ยากเช่นกัน
เนื่องจากมีร่องสำหรับให้นิ้วสอดเข้าไปงัดก้อนแบตเตอรี่ออกมาอยู่ทางด้านซ้ายล่างไว้ให้ด้วย
 การปิดฝาหลังของ
E61 อาจจะต้องใช้แรงมากสักหน่อย เนื่องจากต้องออกแรงกดด้านข้างของฝาหลังทั้งสองข้างให้งอลงไปเล็กน้อย
จึงจะสามารถเลื่อนเข้าล็อคได้ ดังนั้นการใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างช่วยกันดันคนละข้างดังภาพก็น่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมและง่ายที่สุด
ความเหมาะมือและน้ำหนัก
 หลักจากที่ได้ใส่ซิมการ์ด
หรือก้อนแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องลองจับถือเครื่องดูบ้าง
ด้วยขนาดของเครื่องที่ค่อนข้างกว้างมากกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไปจึงทำให้แม้แต่ผู้ที่มีฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ยังรู้สึกได้ว่าจับถือได้ไม่ค่อยถนัดมือเท่าไหร่
แม้ว่าความหนาของ E61 จะไม่มากก็ตาม หากไม่ตั้งใจจับถือให้ดี
ก็อาจจะหลุดมือเอาได้ง่ายๆ อยู่เหมือนกัน
และโดยเฉพาะผู้ที่มีฝ่ามือไม่ใหญ่ก็คงจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
ส่วนเรื่องของน้ำหนักตัวของ E61 นั้นก็ถือว่าหนักอยู่พอสมควรคือ
144 กรัม แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติหากเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือในประเภทเดียวกันนี้
ดังนั้นด้วยขนาดและน้ำหนักของ E61 การพกพาเครื่อง
E61 ติดตัวไปใช้งานตามที่ต่าง ถ้าจะให้ดีก็น่าจะมีซองสำหรับใส่ตัวเครื่องโดยเฉพาะ
คงไม่เหมาะสำหรับการใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องของสัมผัสที่ได้นั้นก็ต้องยอมรับว่า
E61 มีการประกอบที่ดี ใช้วัสดุเกรดสูง ทุกส่วนมีความแน่นหนาแข็งแรงเป็นอย่างดี
ไม่มีส่วนใดโยกคลอนได้แบบผิดปกติ
 ความหนาของตัวเครื่อง
E61 นั้นถือว่าค่อนข้างน้อย ออกไปทางบางเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็ช่วยลดความเทอะทะลงไปได้บ้าง
แม้จะไม่ถึงกับบางเฉียบก็ตาม ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัวเครื่องไม่หนามากก็อาจจะเป็นการที่
E61 ไม่มีกล้องดิจิตอลติดตั้งไว้ก็เป็นได้
 ขนาดความกว้างใหญ่เมื่อเทียบฝ่ามือขนาดใหญ่เรียกได้ว่าเต็มไม้เต็มมือเกินไปสักหน่อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นผู้ที่มีฝ่ามือเล็กแล้วคงจะจับถือกนลำบากเป็นพิเศษเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีฝ่ามือเล็กหรือใหญ่
หากมีความสนใจในตัวของ E61 จริงๆ ก็คงจะต้องลองไปจับถือตัวเครื่องด้วยตนเอง
ไม่แน่ว่าอาจจะรู้สึกว่าจับได้ถนัดมือก็เป็นได้
 เมื่อนำ
E61 มาเปรียบเทียบขนาดกับบัตรทั่วไป จะเห็นว่ามีขนาดใหญ่กว่าเท่าตัวเลยทีเดียว
แต่ข้อดีหรือประโยชน์ที่ได้มาก็คือได้หน้าจอที่มีขนาดกว้างใหญ่
และ Keyboard แบบ QWERTY ในตัวนั่นเอง
 หากนำ
E61 มาเปรียบเทียบขนาดกับโทรศัพท์มือถือฝาพับทั่วไป
เช่นตามภาพเมื่อนำมาเทียบกับ 6131 ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือฝาพับรุ่นใหม่จากทางโนเกีย
ก็จะเห็นว่ามีขนาดพื้นที่ด้านหน้าที่กว้างใหญ่กว่า
6131 ราวเท่าตัวเลยก็ว่าได้ ซึ่งความคล่องตัวหรือความสะดวกในการพกพาคงจะสู้กับ
6131 หรือโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่ข้อเสียเปรียบจุดนี้ผู้ที่ต้องการใช้งานโทรศัพท์มือถือประเภทนี้ก็คงจะเข้าใจและยอมรับได้อยู่แล้วเนื่องจากจุดประสงค์หรือลักษณะของการใช้งานค่อนข้างแตกต่างกันมากนั่นเอง
เริ่มเปิดเครื่อง
 เมื่อใส่ซิมการ์ด
และก้อนแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะเปิดเครื่องใช้งานได้
โดยวิธีการเปิดเครื่องของ E61 นั้นก็ทำได้โดยง่าย
ผู้ใช้เพียงแค่กดลงไปที่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่อยู่ด้านมุมบนขวาของตัวเครื่องค้างไว้ประมาณ
1-2 วินาที เครื่องก็จะทำการเปิดตัวเองขึ้นมา
อาจจะใช้เวลารอสักพักหนึ่งตามปกติของโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ
Symbian OS (รวมถึงระบบปฏิบัติการอื่นๆ ด้วย)
แต่สำหรับ E61 แล้วก็ถือว่าทำเวลาได้ค่อนข้างดี
หากเทียบกับโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นอื่นๆ
ทั้งการเริ่มระบบ ไปจนถึงการสแกนหาสัญญาณเครือข่าย
ส่วนการปิดเครื่องนั้นก็ให้ทำคล้ายกันกับการเปิดเครื่องก็คือกดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ
1-2 วินาที หรืออาจะเลือกจากเมนูที่แสดงขึ้นมาก็ได้เช่นกัน
 หากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ
เกิดขึ้นระหว่างการเปิดเครื่อง รอสักพักก็จะปรากฏเป็นหน้าจอ
Standby ดังภาพ ซึ่งการแสดงผลโดยรวมแล้วก็คล้ายกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ
Symbian OS เวอร์ชัน 9.1 และมี User Interface
แบบ Series 60 UI 3rd Edtion แต่ความแตกต่างของ
E61 จากโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นอื่นๆ
จะอยู่ตรงที่การแสดงผลจะขยายออกมาในแนวกว้าง
ซึ่งก็คือจุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของ E61
นั่นเอง สำหรับองค์ประกอบที่เป็นในหน้าจอ
Standby ก็มีตั้งแต่ ไอคอนแสดงระดับความแรงของคลื่นสัญญาณ,
ชื่อของระบบเครือข่ายที่ใช้อยู่, วัน-เดือน-ปี,
ระดับพลังงานของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่, ไอคอนแสดงสถานะการทำงานพิเศษต่างๆ,
นาฬิกาแสดงเวลา, เมนู Active Standby และเมนูของปุ่ม
Softkeys ทางด้านซ้ายและด้านขวา
ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล
 จุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของ
E61 ก็เห็นจะเป็นหน้าจอแนวกว้างขนาดใหญ่ ซึ่งตามข้อมูลเป็นหน้าจอแบบ
TFT LCD แสดงผลสีสันได้ถึง 16 ล้านสี และมีความละเอียด
320 x 240 Pixels หรือ QVGA โดยเท่าที่ได้ลองใช้งาน
E61 แล้วก็รู้สึกทันทีว่าการแสดงผลจะดูสบายตาและชัดเจนมากเป็นพิเศษ
ไม่ต้องเพ่งสายตามากนัก เนื่องจากขนาดความกว้างของหน้าจอนั้นค่อนข้างมากกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไปอยู่มากพอสมควร
เรื่องของความละเอียดคมชัดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
สมกับเป็นหน้าจอที่มีความละเอียดระดับ QVGA
และเรื่องของสีสันก็ถือว่าสดใสมากสมกับเป็นหน้าจอแบบ
TFT LCD 16 ล้านสีเช่นเดียวกัน ส่วนความสว่างก็ถือว่ามีความสว่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตามปกติ
เพียงปรับระดับความสว่างให้อยู่ในระดับปานกลางก็ถือว่ามีความสว่างมากเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว
สรุปแล้วหน้าจอของ E61 นั้นจะทำให้ผู้ใช้เกิดความประทับใจอย่างแน่นอน
ทั้งในเรื่องความสบายตา ความละเอียดคมชัด
หรือสีสัน
ปุ่มกด และการตอบสนอง
 โดยรวมแล้ว
ปุ่มกดของ E61 มีการเรียงตำแหน่งที่ไม่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใด
ค่อนข้างคล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือ Smartphone
หรือโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไปนั่นเอง โดยที่ส่วนบนของแผงปุ่มกดจะเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ
ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวา,
ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มเมนู, ปุ่มจอยสติ๊กควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทาง, ปุ่มเข้าใช้งานโปรแกรมอีเมล และปุ่มวางสาย
ซึ่งแต่ละปุ่มมีลักษณะที่นูนขึ้นมาอย่างชัดเจน
และค่อนข้างแยกตัวเป็นอิสระออกจากกัน จึงทำให้สามารถกดใช้งานได้ง่าย
และในเรื่องของความนุ่มนวลนั้นก็ถือว่ามีความนุ่มนวลในการกดเป็นอย่างดี
ไม่แข็งกระด้างเหมือนกับโทรศัพท์มือถือหลายๆ
รุ่น สรุปแล้วเรื่องปุ่มกดส่วนบนนี้ถือว่าค่อนข้างน่าประทับใจ
แต่อย่างไรก็ดี ปุ่มจอยสติ๊กควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทางนั้นอาจจะมีขนาดเล็กไปสักหน่อยสำหรับผู้ที่มีนิ้วมือใหญ่
และอาจจะมีความแข็งกระด้างกว่าปุ่มอื่นๆ อยู่เล็กน้อย
 ถัดมา
ปุ่มกดส่วนล่างจะเป็นส่วนของ Keyboard ในตัวแบบ
QWERTY ซึ่งมีการจัดเรียงตัวอักษรคล้ายกับ
Keyboard ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์ดีดมาตรฐานทั่วไป
ซึ่งผู้ใช้ก็น่าจะทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก
เมื่อทดลองกดใช้งานดูก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลมากเป็นพิเศษ
แทบไม่รู้สึกถึงความแข็งกระด้างเลยก็ว่าได้
แต่ละปุ่มแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้กดใช้งานได้ง่ายคล่องตัวและตอบสนองได้ดี แม้หากเทียบกันกับปุ่มกดของโทรศัพท์มือถือบางรุ่นใน
E-Series เช่น E60 จะรู้สึกนุ่มนวลน้อยกว่าอยู่เล็กน้อยก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าโนเกียให้ความใส่ใจในเรื่องของ
Keyboard นี้มากเลยทีเดียว สรุปแล้วเรื่องปุ่มกดทุกปุ่มของ
E61 นั้นจะไม่ทำให้ผู้ใช้ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องความรวดเร็วในการประมวลผล หรือความเสถียรนั้น
ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี มีการทำงานที่รวดเร็วทันใจ
ไม่รู้สึกว่าเครื่องหน่วงแต่อย่างใด รวมถึงความเสถียรที่มีอยู่สูง
ไม่เกิดอาการเครื่องค้าง อาการรีสตาร์ทตัวเอง
หรืออาการไม่ตอบสนองแบบผิดปกติเกิดขึ้นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผู้ใช้
E61 ก็คือการที่ E61 ไม่รองรับการพิมพ์ข้อความภาษาไทยด้วยนั่นเอง
ซึ่งได้เกริ่นไว้แล้วในเนื้อหาข้างต้น ตั้งแต่ปุ่มกดที่ไม่มีการสกรีนตัวอักษรภาษาไทยไม่ว่าจะเป็นเครื่องศูนย์ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็ตาม
ไปจนถึงระบบซอฟต์แวร์ภายในที่ไม่รองรับการพิมพ์ข้อความหรือตัวอักษรภาษาไทย
และเท่าที่สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องโดยตรงว่าในอนาคตทางโนเกียหรือทางศูนย์จะมีโครงการที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถทำการอัพเกรต
E61 ของตนเองให้สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้หรือไม่
ก็ได้รับคำตอบว่าไม่น่าจะมี ซึ่งในจุดนี้ผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์ข้อความภาษาไทยคงต้องคิดหนักอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
 ความชัดเจนของแผงปุ่มกดขณะใช้งานในที่มืด
หรือเวลากลางคืน ก็มีความชัดเจนปกติดีทุกปุ่ม
ด้วยไฟ Backlight สีฟ้า โดยตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของ
E61 นั้นระบุว่า E61 มีเซนเซอร์วิเคราะห์ระดับแสดงตามสภาพแวดล้อม
(Ambient Light Sensor) ติดตั้งไว้ด้วย ซึ่งเซนเซอร์ดังกล่าวดูไปแล้วก็น่าจะอยู่
ณ ตำแหน่งเดียวกันกับไฟแสดงสถานะอีเมล หรือ
Email LED Indicator Light นั่นเอง โดยที่เซนเซอร์นี้จะช่วยวิเคราะห์ระดับความสว่างของแสงตามสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่
หากมีแสงสว่างเพียงพอก็จะไม่เปิดไฟ Backlight
ของแผงปุ่มกด แต่หากมีแสงสว่างไม่เพียงพอก็จะสั่งให้เปิดไฟ
Backlight โดยอัตโนมัติ ซึ่งก็เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง
เมนูและฟังก์ชันการทำงาน
ตั้งแต่หน้าจอ Standby เข้าไปถึงเมนูใช้งานภายในของ Nokia E61
นั้นจะมีลักษณะหรือองค์ประกอบที่คล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นใหม่ๆ ของโนเกียหลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการ
Symbian OS เวอร์ชัน 9.1และโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือใน
E-Series ด้วยกันเองเช่น E60 แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือการแสดงผลของ
E61 นั้นจะแสดงผลยืดออกไปในแนวกว้างเป็นหลัก
ในขณะที่รุ่นอื่นๆ จะแสดงผลในแบบแนวตั้งเป็นหลัก
ซึ่งการแสดงผลในแนวนอนของ E61 นี้ก็น่าจะเหมาะสมดีแล้วสำหรับลักษณะของการใช้งานของ
E61 เอง
ขณะที่ผู้ใช้อยู่ ณ หน้าจอ Standby หรือไม่ว่าจะใช้งานโปรแกรมใดอยู่
หากกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องก็จะมีเมนูสำหรับปิดเครื่อง,
ล็อคปุ่มกด หรือเลือกใช้งาน Profiles แสดงขึ้นมาให้เห็น


ขณะที่ผู้ใช้อยู่ ณ หน้าจอ Standby ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานเมนูบางเมนูได้อย่างรวดเร็วผ่านทางเมนู
Active Standby ไม่ว่าจะเป็นเมนูข้อความ,
ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข, เว็บเบราเซอร์, นาฬิกา,
บลูทูธ, สร้างข้อความตัวอักษร หรือรายการปฏิทินที่บันทึกไว้
ซึ่งรายการในเมนู Active Standby นี้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้เองหากไม่ชอบเมนูเดิมที่เครื่องตั้งไว้ให้
 หากไม่ได้มีการตั้งค่าใดๆ
เพิ่มเติม การกดปุ่ม Softkeys ทางด้านซ้ายและด้านขวาจากหน้าจอ
Standby ก็จะเป็นการเข้าใช้งานโปรแกรมสมุดบันทึก
และรายชื่อ ตามลำดับ
 นอกจากผู้ใช้จะสามารถเข้าใช้งานเมนูต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็วผ่านทางเมนู Active Standby
หรือปุ่ม Softkeys ได้แล้ว ยังมีปุ่มกดบางปุ่มกดสามารถเข้าใช้งานเมนูเฉพาะบางอย่างได้ทันทีด้วย
ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดอีเมลสำหรับการเข้าใช้งานโปรแกรมอีเมล
และปุ่มกดบันทึกเสียงที่ด้านข้างของตัวเครื่องเพื่อทำการบันทึกเสียง
หรือกดค้างไว้เพื่อสั่งงานด้วยเสียง
 ลักษณะหน้าตาเมนูหลักของ
E61 หากผู้ใช้ไม่ได้ตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม
ก็จะเป็นเมนูแบบตารางไอคอนพร้อมชื่อกำกับแต่ละเมนู
ซึ่งก็มีลักษณะเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone จากโนเกียรุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่น
เพียงแต่จะมีการแสดงผลในแนวนอน แต่หากผู้ใช้ไม่ชอบเมนูตารางไอคอนแบบนี้ก็สามารถตั้งค่าการแสดงผลเมนูให้เป็นแบบรายการได้เช่นเดียวกัน
เมนูนาฬิกา
 เมนูนาฬิกา
คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน การกำหนดค่า หรือการจัดการเกี่ยวกับวันที่
หรือเวลาเอาไว้ เช่น การตั้งปลุก, การตั้งวันที่และเวลา, การเลือกเขตเวลา,
การกำหนดรูปแบบของการแสดงวันที่
รวมถึงหน้าแสดงผลที่แสดงการเปรียบเทียบเวลาระหว่างประเทศหรือเมืองต่างๆ ทั่วโลก
เมนูรายชื่อ
เมนูรายชื่อ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันหรือเครื่องมือจัดการเกี่ยวกับรายชื่อเอาไว้
เช่นการค้นหารายชื่อ, การสร้างกลุ่มผู้โทร, การสร้างรายชื่อใหม่,
การแก้ไขรายชื่อที่มีอยู่แล้ว, การแสดงข้อมูลเฉพาะของแต่ละรายชื่อ
หรือการตั้งค่าใช้งานต่างๆ เป็นต้น
แต่ละรายชื่อ ผู้ใช้สามารถทำการเพิ่มภาพย่อ หรือ Picture Caller ID ได้
รวมถึงสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรายชื่อได้ ตั้งแต่ คำนำหน้า,
คำต่อท้าย, ตำแหน่ง, ชื่อเล่น, มือถือ, มือถือ (บ้าน), มือถือ (ที่ทำงาน),
โทรศัพท์, โทรศัพท์ (บ้าน), โทรศัพท์ (ที่ทำงาน), สายวีดีโอ, สายวีดีโอ (บ้าน),
สายวีดีโอ (ที่ทำงาน), โทรศัพท์เน็ต, โทรศัพท์เน็ต (บ้าน), โทรศัพท์เน็ต
(ที่ทำงาน), สนทนา, มุมมองร่วม, SIP, แฟ็กซ์, แฟ็กซ์ (บ้าน), แฟ็กซ์ (ที่ทำงาน),
วิทยุติดตามตัว, อีเมล, อีเมล (บ้าน), อีเมล (ที่ทำงาน), ที่อยู่เว็บ, ที่อยู่เว็บ
(บ้าน), ที่อยู่เว็บ (ที่ทำงาน), ที่อยู่, ที่อยู่ (บ้าน), ที่อยู่ (ที่ทำงาน),
DTMF, วันเกิด และหมายเหตุ
ซึ่งจะเห็นว่ารายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรายชื่อที่สามารถใส่เพิ่มเติมได้นั้นมีอยู่อย่างครบถ้วน
นอกจากผู้ใช้จะสามารถแก้ไขข้อมูลแต่ละประเภทได้แล้ว
ยังสามารถแก้ไขชื่อฟิลด์ข้อมูลได้ด้วยหากไม่ชอบชื่อฟิลด์เดิมที่เครื่องตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรก
แม้ E61 จะสามารถแสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้าได้
แต่ก็คงไม่ค่อยถูกใจผู้ใช้ส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก เนื่องจากภาพที่แสดงมีขนาดที่เล็กมาก
ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการให้แสดงรูปภาพที่ใหญ่กว่านี้ เช่นแสดงแบบเต็มหน้าจอ
ก็คงจะต้องไปหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติมเอาเองในภายหลัง
 การกำหนดกลุ่มของรายชื่อก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดหมวดหมู่ของผู้ติดต่อแต่ละกลุ่มได้ตามต้องการ
ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น
ผู้ใช้สามารถกำหนดรูปแบบของการแสดงผลรายชื่อได้ด้วย เช่นการ
แสดงนามสกุลก่อนชื่อ หรือแสดงชื่อก่อนนามสกุล
เมนูบันทึก
เมนูบันทึก คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชัน หรือการจัดการเกี่ยวกับบันทึกประวัติการโทร
หรือการเชื่อมต่อข้อมูลแพคเก็ตเ เอาไว้ โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลักก็คือ
เบอร์โทรล่าสุด, เวลาการโทร และข้อมูลแพคเก็ต
 การบันทึกเบอร์โทรล่าสุด แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย,
เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก ซึ่งข้อมูลแต่ละรายการจะมีการบันทึกวันที่
และเวลาของรายการนั้นเอาไว้ให้เห็น
 ในเมนูบันทึกนี้ก็ยังสามารถเลือกดูรายการบันทึกแบบรวมทุกประเภทได้
ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกการโทร หรือการบันทึกการเชื่อมต่อข้อมูลแพคเก็ต
ซึ่งก็ช่วยให้สามารถดูภาพรวมได้ง่ายและรวดเร็วดีขึ้น
หากผู้ใช้ต้องการที่จะตรวจสอบว่าเวลาที่ใช้ไปทั้งหมดในการโทรนั้นเป็นเท่าไหร่
ก็สามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่เวลาที่ใช้ในการโทรครั้งล่าสุด, เวลาทั้งหมดที่โทรออก,
เวลาทั้งหมดที่รับสาย และเวลารวมทั้งหมดที่เกี่ยวกับการโทร
 สำหรับตัวนับข้อมูลแพคเก็ต ก็คือตัวนับปริมาณข้อมูลของการใช้งานระบบ EDGE หรือ GPRS
นั่นเอง ซึ่งแบ่งเป็นปริมาณข้อมูลที่ส่งออกทั้งหมด
และปริมาณข้อมูลที่รับเข้ามาทั้งหมด
และหากผู้ใช้ต้องการที่จะเริ่มนับใหม่ตั้งแต่ต้น ก็สามารถทำการล้างตัวนับได้ นอกจากนั้นผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้เครื่องเก็บบันทึกข้อมูลประวัติต่างๆ ไว้นานเท่าไหร่
โดยมีให้เลือกตั้งแต่ ไม่ต้องบันทึก, 1 วัน, 10 วัน และ 30 วัน
รวมถึงสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้แสดงเวลาการโทรในขณะที่กำลังสนทนาด้วยหรือไม่
เมนูเครื่องมือ
เมนูเครื่องมือ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชัน, โปรแกรม
หรือการกำหนดค่าที่เกี่ยวกับการใช้งานพื้นฐานของเครื่องเอาไว้
ได้แก่ ตัวจัดการแอปพลิเคชั่น, ตัวจัดการหน่วยความจำ, การถ่ายโอนข้อมูล, รูปแบบ,
การตั้งค่าใช้งาน, ลักษณะ, แคตตาล็อก, โทรด่วน, ตัวตั้งค่า, ปุ่มอีเมล, ตำแหน่ง, ตัวสำรวจ,
สถานที่, คำสั่งเสียง, บริการช่วย และเสียงช่วย
โปรแกรมตัวจัดการ คือโปรแกรมที่เอาไว้สำหรับจัดการกับแอปพลิเคชัน
หรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ได้ทำการติดตั้งเพิ่มเติมเอาไว้เอง
โดยมีฟังก์ชันสำหรับการจัดการพื้นฐานอยู่หลายฟังก์ชัน เช่น
การดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น, การแสดงรายชื่อของแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งเอาไว้,
การดูบันทึก, การส่งไฟล์บันทึก, การแสดงรายละเอียดของแต่ละแอปพลิเคชัน,
การลบแอปพลิเคชัน หรือการกำหนดการรับรองแอปพลิเคชั่น เป็นต้น
เนื่องจาก E61 สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD
Card เพิ่มเติมได้
จึงจำเป็นที่จะต้องมีโปรแกรมสำหรับจัดการกับการ์ดหน่วยความจำเอาไว้ให้ผู้ใช้ได้ใช้
ซึ่งฟังก์ชันหลักที่มีก็ได้แก่ การนำการ์ดหน่วยความจำออก, การสำรองความจำเครื่อง,
การฟอร์แมตการ์ดหน่วยความจำ, การตั้งชื่อการ์ดหน่วยความจำ,
การตั้งรหัสผ่านของการ์ดหน่วยความจำ หรือการแสดงข้อมูลของการหน่วยความจำ เป็นต้น
ฟังก์ชันการโอนข้อมูล
ก็คือฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้คัดลอกเอาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหนึ่งมาไว้ที่เครื่อง
E61 ได้ โดยข้อมูลที่สามารถโอนมาได้ก็คือ รายชื่อ, รายการปฏิทิน และไฟล์ในคลัง
ซึ่งฟังก์ชันโอนข้อมูลนี้ก็นับเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากอย่างหนึ่ง เช่น
หากผู้ใช้ต้องการที่จะคัดลอกรายชื่อเป็นร้อยๆ
รายชื่อจากโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหนึ่ง ก็สามารถโอนมาได้ทันที
ไม่ต้องเสียเวลาสร้างข้อมูลรายชื่อขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
 ฟังก์ชันรูปแบบ หรือเรียกกันทั่วไปว่า Profiles
ก็เป็นฟังก์ชันพื้นฐานฟังก์ชันหนึ่งที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่น
โดยรูปแบบพื้นฐานที่มีมาให้ใน E61 นี้ก็คือ ทั่วไป, เงียบ, ประชุม, นอกสถานที่,
วิทยุติดตามตัว และออฟไลน์
แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้ต้องการที่จะสร้างรูปแบบใหม่ของตนเองขึ้นมาก็สามารถสร้างใหม่ได้เช่นกัน
ส่วนการปรับตั้งค่าของแต่ละรูปแบบนั้นก็มีลักษณะส่วนใหญ่ที่คล้ายกันกับ Smartphone
รุ่นใหม่ๆ ของ Nokia อีกหลายรุ่น ซึ่งใน E61 นี้จะประกอบไปด้วย แบบเสียง,
แบบเสียงสายวีดีโอ, พูดชื่อผู้โทร, ชนิดเสียงเรียกเข้า, ระดับความดัง,
แบบเสียงเตือนข้อความ, แบบเสียงเตือนอีเมล, เตือนแบบสั่น และเสียงปุ่มกด
ในเมนูของการตั้งค่า คือเมนูที่รวบรวมการตั้งค่าใช้งานพื้นฐานในส่วนต่างๆ
ของตัวเครื่องเอาไว้ โดยในเมนูของการตั้งค่านี้ จะแบ่งออกเป็นการตั้งค่าหลายๆ
ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์, โทร, การเชื่อมต่อ, วันที่และเวลา, ความปลอดภัย, โอนสาย,
จำกัดการโทร, เครือข่าย และอุปกรณ์เพิ่มเติม
การตั้งค่าโทรศัพท์จะแบ่งออกเป็น 3 หมวดคือ ทั่วไป, โหมดพร้อมทำงาน และจอภาพ
โดยหมวดทั่วไป จะมีการตั้งค่าเกี่ยวกับ ภาษาในโทรศัพท์, ภาษาที่ใช้เขียน,
ตัวช่วยสะกดคำ และโลโก้หรือข้อความต้อนรับ

 การตั้งค่าโหมดพร้อมทำงาน ก็มีตั้งแต่
การกำหนดว่าจะเปิดใช้งานโหมดสแตนด์บายพิเศษหรือไม่,
การกำหนดเมนูสำหรับปุ่มเลือกทางซ้าย, การกำหนดเมนูสำหรับปุ่มเลือกทางขวา
และการกำหนดเมนูสำหรับทางลัดซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 6 ทางลัด
 การตั้งค่าจอภาพ ก็มีตั้งแต่การกำหนดความสว่างของจอภาพหรือตั้งค่าตัวตรวจจับแสง,
การกำหนดการหมดเวลาประหยัดพลังงาน ซึ่งกำหนดได้ตั้งแต่ 1 นาที ถึง 30 นาที
และการกำหนดเวลาแสงสว่าง ซึ่งกำหนดได้ตั้ง 5 วินาที ถึง 60 วินาที
 การตั้งค่าการโทรก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีมาให้ตามปกติ เช่นการส่ง ID ของผู้โทรเข้า,
การส่ง ID โทรทางเน็ต หรือการตั้งค่าสายเรียกซ้อน เป็นต้น
 การตั้งค่าการเชื่อมต่อ นั้นก็มีอยู่หลายส่วน
ได้แก่ การแสดงและจัดการกับจุดเชื่อมต่อที่มีอยู่, กลุ่มของจุดเชื่อมต่อ,
การตั้งค่าข้อมูลแพคเก็ต, การตั้งค่าเวลาออนไลน์ของสายข้อมูล, การตั้งค่า VPN
และการตั้งค่าการใช้งาน WLAN
การตั้งค่าวันและเวลานั้นก็มีลักษณะที่เหมือนกันกับการตั้งค่าวันและเวลาในส่วนของเมนูนาฬิกาที่ได้กล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้
เช่นการตั้งค่าเวลาและวันที่ หรือการกำหนดเขตเวลา เป็นต้น
 การตั้งค่าความปลอดภัย แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก คือ โทรศัพท์และซิม,
การจัดการใบรับรอง และโมดูลการป้องกัน
 การตั้งค่าการโอนสาย แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก คือ สายสนทนา, สายข้อมูลและวีดีโอ
และสายแฟ็กซ์ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นการโอนสายสนทนา
ผู้ใช้ก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะให้โอนสายในรูปแบบใด โดยมีให้เลือกอยู่ 4
รูปแบบด้วยกัน คือ สายสนทนาทั้งหมด, หากไม่ว่าง, หากไม่ตอบรับ และถ้าไม่พบ
 การตั้งค่าจำกัดการโทรจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลักคือ จำกัดการโทรมือถือ
และจำกัดการโทรสายอินเทอร์เน็ต โดยการตั้งค่าจำกัดการโทรมือถือจะแบ่งออกเป็น
สายโทรออก, สายต่างประเทศ, สายต่างประเทศยกเว้นบ้านเกิด, สายเรียกเข้า
และสายเรียกเข้าเมื่ออยู่ต่างประเทศ
การตั้งค่าเครือข่ายก็คือการตั้งค่าระบบสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ต้องการใช้งานนั่นเอง
โดยสามารถเลือกโหมดระบบได้ว่าจะให้เป็นโหมดคู่, UMTS หรือ GSM
และสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ทำการเลือกเครือข่ายแบบอัตโนมัติ
หรือเลือกเครือข่ายด้วนตนเอง รวมถึงสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงข้อมูลของระบบหรือไม่
การตั้งค่าเสริม แบ่งออกเป็นการตั้งค่าชุดหูฟัง, เครื่องช่วยฟัง, เท็กซ์โฟน,
แฮนด์ฟรี Bluetooth, ชุดติดรถยนต์ และการตรวจจับอุปกรณ์อื่น
ใน E61 ก็สามารถใช้งานลักษณะ หรือ Themes ได้เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone ของ Nokia รุ่นอื่นๆ
ซึ่งก็ช่วยให้ลักษณะหน้าตาของการแสดงผลเปลี่ยนแปลงไป
และทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับลักษณะหน้าตาของการแสดงผลแบบเดิมๆ
แต่สำหรับในเครื่อง E61 ที่ได้มานี้ไม่มี Themes อื่นใดนอกจาก Theme
มาตรฐานที่มีไว้ให้ ซึ่งสำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายจริงก็อาจจะมี Themes
เพิ่มเติมใส่ไว้ให้อีกก็เป็นได้ ซึ่งก็คงต้องตรวจสอบดูกันอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม
ผู้ใช้ก็สามารถดาวน์โหลดมาใส่เพิ่มเติมได้ง่ายอยู่แล้ว
หรือแม้แต่ใช้โปรแกรมสร้างขึ้นมาใช้เองก็สามารถทำได้เช่นกัน


โปรแกรมแคตตาล็อก คือโปรแกรมที่มีลักษณะของแคตตาล็อกที่รวบรวมเอาแอปพลิเคชั่นต่างๆ
ไว้ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด
ซึ่งอาจจะมีทั้งแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี
และแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดมาเพื่อทดลองใช้งาน

การกำหนดหมายเลขโทรด่วน ก็มีรูปแบบที่ไม่แตกต่างไปจากที่เคยเห็นในโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นอื่นๆ ของ Nokia โดยที่สามารถกำหนดหมายเลขโทรด่วนได้ทั้งหมด 8
หมายเลข หรือตั้งแต่ปุ่มกดหมายเลข 2 ถึงปุ่มกดหมายเลข 9 นั่นเอง
โปรแกรมตัวช่วยตั้งค่า เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้การตั้งค่าอีเมล และผู้ให้บริการ
มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ซึ่งมีประโยชน์สำหรับทั้งผู้ใช้มือใหม่และผู้ใช้มือเก่า
 โปรแกรมหาตำแหน่ง มีประโยชน์คือผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลข่าวสาร ณ
ตำแหน่งหรือพื้นที่ๆ ผู้ใช้กำลังอยู่ได้ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ หรือสภาพการจราจร
ในบริเวณนั้น เป็นต้น โดยสามารถเลือกวิธีการหาตำแหน่งได้ว่า จะใช้อุปกรณ์ Bluetooth
GPS หรือให้ยึดตำแหน่งตามเครือข่าย

 โปรแกรมตัวสำรวจ เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่กำลังเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ
ได้รู้ว่าควรจะเดินทางไปทางไหน คล้ายๆ กับระบบ GPS
ซึ่งการใช้งานจะมีข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางค่อนข้างครบถ้วน เช่น
ปลายทาง, ระยะเวลา, ความเร็ว, เส้นรุ้ง, เส้นแวง, ความแม่นยำ, ความสูง,
ความแม่นยำสูง, มาตรวัด, ความเร็วเฉลี่ย, ความเร็วสูงสุด หรือเวลารวม เป็นต้น
ซึ่งหากได้มีโอกาสใช้งานจริงๆ ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ
ไม่น้อยเลยทีเดียว

โปรแกรมสถานที่ เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับระบุสถานที่ๆ
ต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้น เช่น เส้นรุ้ง หรือเส้นแวง
และการระบุแต่ละสถานที่ ผู้ใช้สามารถใช้ไอคอนประเภทต่างๆ ได้
เพื่อง่ายต่อการสื่อความหมาย เช่น กิจกรรมกลางแจ้ง, กีฬา ขนส่ง หรือจุดโทรคมนาคม เป็นต้น

การสั่งงานด้วยเสียงก็เป็นความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่มักจะมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ
ในปัจจุบัน
ซึ่งผู้ใช้สามารถออกเสียงพูดเพื่อให้เครื่องทำการเปิดใช้งานฟังก์ชันหรือกำหนดค่าต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว เช่น หากผู้ใช้ต้องการที่จะเปลี่ยน Profiles ให้เป็นแบบทั่วไป
ก็สามารถออกเสียงพูดเพื่อเปลี่ยนเป็น Profiles แบบทั่วไปได้ทันที
และหากผู้ใช้ต้องการที่จะเปลี่ยนคำสั่งเสียงใหม่ให้เป็นเสียงที่ตนเองต้องการก็สามารถเปลี่ยนได้เช่นกัน

โปรแกรมบริการช่วย คือโปรแกรมที่ช่วยค้นหา และแสดงรายการของบริการแบบออนไลน์ต่างๆ
ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายมีให้

 โปรแกรมเสียงช่วย เป็นอีกโปรแกรมที่มีประโยชน์ไม่น้อย
โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีปัญหาทางสายตา หรือปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น
เพราะโปรแกรมเสียงช่วย
จะช่วยออกเสียงพูดของแต่ละเมนูให้ได้ยินว่าขณะนั้นผู้ใช้กำลังเลือกที่เมนูใด เช่น
หากกำลังเลือกอยู่ที่เมนูเบอร์โทรล่าสุด เครื่องก็จะอ่านออกเสียงให้ได้ยินว่า
"เบอร์โทรล่าสุด" ทำให้แม้ว่าจะมองไม่เห็นหน้าจอ ก็สามารถเลือกใช้งานเมนูได้ถูกต้อง
ซึ่งเท่าที่ได้ลองฟังดูก็ถือว่าฟังรู้ได้รู้เรื่องชัดเจนดีว่ากำลังพูดอะไรอยู่
เมนูโปรแกรมช่วย
เมนูโปรแกรมช่วย
คือเมนูที่รวบรวมโปรแกรมที่มักจะได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินนัดหมาย, สมุดบันทึก, เครื่องคิดเลข, โปรแกรมแปลงหน่วย หรือข้อความเสียง



 โปรแกรมปฏิทินนั้นมีรูปแบบที่เหมือนกันกับโปรแกรมปฏิทินที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
Smartphone จากค่าย Nokia อีกหลายรุ่น ซึ่งความสามารถที่น่าสนใจก็คือ
สามารถสร้างรายการปฏิทินใหม่ได้ทั้งหมด 4 ประเภทคือ การประชุม, บันทึก, วันครบรอบ
และสิ่งที่ต้องทำ และหากต้องการไปยังวันที่ๆ
ต้องการดูข้อมูลหรือทำการสร้างรายการใหม่ก็สามารถระบุวันที่ๆ ต้องการนั้นได้
นอกจากนั้นผู้ใช้ก็ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานปฏิทินได้ด้วยตนเองอีก เช่น
ตั้งเสียงปลุกปฏิทิน, ตั้งมุมมองว่าต้องการให้แสดงเป็นเดือน แสดงเป็นสัปดาห์
แสดงเป็นวัน หรือแสดงสิ่งที่ต้องทำ หรือกำหนดว่าให้ให้วันไหนเป็นวันเริ่มสัปดาห์
เป็นต้น
 โปรแกรมสมุดบันทึกใน E61 ไม่มีฟังก์ชันการทำงานอะไรที่ซับซ้อน โดยรวมแล้ว
ก็มีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายคลึงกันกับการสร้างข้อความตัวอักษรในเมนูข้อความนั่นเอง
 โปรแกรมเครื่องคิดเลขใน E61
นี้เป็นเพียงโปรแกรมเครื่องคิดเลขที่มีเพียงฟังก์ชันการคำนวณแบบพื้นฐานเท่านั้น
ไม่มีฟังก์ชันคำนวณระดับสูงแต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ใช้ต้องการที่จะใช้งานคำนวณฟังก์ชันการคณิตศาสตร์ระดับสูงหรือซับซ้อนกว่านี้
ก็คงจะต้องไปหาโปรแกรมเครื่องคิดเลขที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้มาติดตั้งเพิ่มเติมเองในภายหลัง

 โปรแกรมแปลงหน่วย
ก็ถือเป็นโปรแกรมพื้นฐานอย่างหนึ่งที่มักจะเห็นในโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
ซึ่งสามารถแปลงหน่วยได้หลายประเภท ตั้งแต่ สกุลเงิน, พื้นที่, พลังงาน, ความยาว,
มวล, กำลังไฟฟ้า, ความดัน, อุณหภูมิ, เวลา, ความเร็ว และปริมาตร
ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่าตัวเลขของการแปลงที่จะใช้ในการคำนวณได้ด้วยตนเอง
 การใช้งานศูนย์ข้อความเสียงเพื่อฝากข้อความเสียง
ผู้ใช้จะต้องทำการระบุหมายเลขของศูนย์ฝากให้เรียบร้อยเสียก่อน
เมนูข้อความ
เมนูข้อความ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน หรือการจัดการต่างๆ
เกี่ยวกับข้อความเอาไว้ ทั้งการสร้างข้อความใหม่,
ถาดเข้าที่แสดงรายการข้อความที่ถูกส่งเข้ามา, โฟลเดอร์ส่วนตัว, ศูนย์ฝากข้อความ,
ฉบับร่าง, ข้อความที่ส่ง, ถาดออก และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการรับส่งข้อความ
การสร้างข้อความสามารถทำได้ 3 รูปแบบหลักคือ ข้อความตัวอักษร, ข้อความมัลติมีเดีย
และอีเมล

การสร้างข้อความตัวอักษรมีเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการสร้างข้อความให้เลือกใช้เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่นจากค่าย Nokia เช่น
ระบบสะกดคำอัตโนมัติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ,
การเลือกโหมดตัวเลขหรือเลือกภาษาที่เขียน, การเพิ่มผู้รับ, การแทรกตัวอย่างข้อความ
หรือการแทรกสัญลักษณ์หรืออักขระพิเศษ เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะมีเมนูหรือฟังก์ชันบางอย่างที่เกี่ยวกับการพิมพ์ข้อความภาษาไทยให้เห็น
เช่นเมนูเลือกภาษาที่ใช้เขียน ในความเป็นจริงแล้ว
E61 นั้นไม่สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอก หรือเครื่องศศูนย์ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
อย่างที่ได้กล่าวถึงไปครั้งหนึ่งแล้วในตอนต้น ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของ
E61 ที่ผู้ใช้คงต้องพิจารณากันเป็นพิเศษเลยทีเดียว
ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าใช้งานสำหรับข้อความตัวอักษรได้ด้วยตนเอง เช่น
ศูนย์ข้อความที่ใช้, การเข้ารหัสอักขระ, การเลือกรับรายงาน, อายุของข้อความ,
รูปแบบของข้อความที่จะส่ง รวมถึงการแสดงรายละเอียดเฉพาะของข้อความนั้นๆ

 รูปแบบของข้อความที่ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้งานกันก็คือข้อความมัลติมีเดีย
หรือที่เรียกกันว่า MMS ซึ่งใน Nokia E61
ก็มีฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานให้เลือกใช้ครบถ้วนทั้งการ เพิ่มผู้รับ, สร้างการนำเสนอ,
ใส่รูปภาพ, ใส่คลิปเสียง, ใส่วีดีโอคลิป, ใส่ตัวอย่างข้อความ
และผู้ใช้สามารถตั้งค่าใช้งานของข้อความมัลติมีเดียได้ เช่น การเลือกรับรายงาน,
อายุข้อความ หรือการแสดงข้อมูลเฉพาะของข้อความมัลติมีเดีย


นอกจากส่วนของการสร้างข้อความแบบต่างๆ แล้ว
ในเมนูข้อความก็ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อความอีกหลายส่วน ได้แก่
ถาดเข้าซึ่งเก็บข้อความที่ถูกส่งเข้ามา,
โฟลเดอร์ส่วนตัวที่ในที่นี้เก็บตัวอย่างข้อความเอาไว้,
ฉบับร่างซึ่งเก็บข้อความที่ยังสร้างไม่เสร็จเอาไว้,
ข้อความที่ส่งซึ่งเก็บรายการข้อความที่ถูกส่งไปแล้ว,
ถาดออกซึ่งเก็บข้อความที่ยังส่งไม่สำเร็จ และรายงานซึ่งเก็บการรายงานต่างๆ
เกี่ยวกับการรับ-ส่งข้อความเอาไว้
เมนูเว็บ
เมนูเว็บ คือโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ สำหรับเปิดดูเว็บไซต์ต่างๆ
พร้อมทั้งมีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานต่างๆ สำหรับการเปิดดูเว็บไซต์ให้เลือกใช้ด้วย
เช่น ประวัติของหน้าเว็บเพจที่เข้าชมล่าสุด,
กรอบขนาดเล็กสำหรับการเลื่อนดูหน้าเว็บเพจที่มีขนาดใหญ่, การบุ๊คมาร์ค,
การลบคุ้กกี้, การล้างความจำแคช หรือการตั้งค่าการใช้งานต่างๆ เกี่ยวกับเว็บ
เป็นต้น
 โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ที่กำลังใช้งานอยู่นี้คือ เบราเซอร์ S60 เวอร์ชัน 3.0 (0550)
|