Nokia E60 Review & Focus
Efficiency
& Compact Business Smartphone
Review
Date (12-June-2006)
สำหรับ Nokia E60 รุ่นนี้ นับเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกใน E-Series
ซึ่งเป็น Series ใหม่จากทาง Nokia ที่เพิ่งได้ฤกษ์เปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปไม่นาน โดยที่โทรศัพท์มือถือใน
Series นี้จะเน้นไปที่การใช้งานในด้านธุรกิจ
(Business) มากเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ยังมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่คุ้นเคยกับโทรศัพท์มือถือใน
Series นี้ แต่คาดว่าต่อไปคงจะเป็นที่รู้จักและใช้งานแพร่หลายกันมากขึ้นอย่างแน่นอน
ความสามารถเด่นๆ ของ Nokia E60 นี้ก็มีตั้งแต่
รองรับการใช้งานระบบ Dual Mode ทั้ง WCDMA
และ GSM, หน้าจอ TFT LCD 16 ล้านสี ซึ่งมีความละเอียดมากถึง
352 x 416 Pixels, ทำงานบนระบบปฏิบัติการ
Symbian OS เวอร์ชัน 9.1, หน่วยความจำภายใน
64 MB และสามารถใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ DV
RS-MMC Card ได้, รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายได้ครบถ้วนทั้ง
Wi-Fi / EDGE / GPRS / Bluetooth และ Infrared
Port, รองรับการใช้งาน Email เต็มรูปแบบ พร้อมทั้งระบบ
Push Email และมีโปรแกรมสำหรับเปิดอ่านหรือแก้ไขไฟล์เอกสาร
Office ได้ตั้งแต่ Word / PowerPoint
หรือ Excel เป็นต้น ซึ่งถือว่าตั้งใจออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานด้านธุรกิจได้ดีเป็นพิเศษ
แต่อย่างไรก็ตามความสามารถด้านความบันเทิงอาจจะถูกตัดทอนออกไปบ้าง
เช่น กล้องถ่ายภาพ หรือ วิทยุ เป็นต้น ซึ่งก็น่าเสียดายไม่น้อยเลยทีเดียว
ส่วนการใช้งานจริงจะมีดีมีด้อยอย่างไรนั้น
เชิญติดตามต่อในเนื้อหาด้านล่างได้เลยครับ
อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง
อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับชุดขายมาตรฐานของ Nokia E60 จะประกอบไปด้วย
ตัวเครื่อง Nokia E60, แบตเตอรี่ Lithium
Ion รุ่น BL-5C ขนาดความจุด 970 mAh จำนวน
1 ก้อน, หูฟังแบบคล้องหูรุ่น HS-5 จำนวน 1
เส้น, Adapter ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น ACP-12U
จำนวน 1 เส้น, สาย USB Data Cable รุ่น CA-53
จำนวน 1 เส้น, แผ่น CD PC Suite จำนวน 1 แผ่น
และคู่มือการใช้งาน จำนวน 1 เล่ม ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดที่แถมมาให้นี้ก็ถือว่าสามารถใช้งานได้ครบถ้วนพอเพียงเป็นอย่างดี
แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้แถมการ์ดหน่วยความจำ
DV RS-MMC Card มาให้ด้วย ผู้ใช้จึงต้องซื้อหามาใส่เพิ่มเติมเอาเองในภายหลัง
เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง
ครั้งแรกที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของ Nokia
E60 ก็คือเห็นตามเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่แปลกแหวกแนวมากนัก
และรู้สึกเฉยๆ แต่พอได้มาเห็นตัวจริง
โดยส่วนตัวก็ต้องยอมรับว่าดูดีกว่าที่เห็นในรูปเสียอีก
แม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่ออกไปในแนวเหลี่ยมๆ
เรียบๆ แต่ก็เป็นความเรียบที่มีความหรูหราดูดี
และมีความทันสมัยแฝงอยู่ด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าวัสดุที่นำมาใช้นั้นมีคุณภาพที่ค่อนข้างสูงก็เป็นได้
 ที่ด้านหน้าของตัวเครื่องจะมีดีไซน์ที่ดูเรียบๆ
แต่ก็แฝงไปด้วยความหรูหรา เพื่อให้สมกับเป็นโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้งานทางธุรกิจ
หรืออาจจะกล่าวว่าดีไซน์เน้นไปยังกลุ่มของนักธุรกิจก็ดูจะไม่ผิดนัก
เมื่อสังเกตดีๆ ที่ขอบทั้งสองด้านที่เห็นทางด้านซ้ายและด้านขวาจะมีความแตกต่างกัน
โดยที่ขอบด้านซ้ายจะเป็นขอบพลาสติกสีดำ และที่ขอบด้านขวาจะเป็นแผ่นโลหะที่คลุมมาตั้งแต่ด้านหน้า
ซึ่งอาจจะดูแปลกๆ เหมือนไม่สมดุลกัน แต่ก็มีความสวยไปอีกแบบ
ที่ด้านบนสุดจะพบกับเซนเซอร์สำหรับวิเคราะห์ระดับแสงตามสภาพแวดล้อมเพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและไฟ
Backlight ของแผงปุ่มกดโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้
ถัดมาที่ด้านล่างของเซนเซอร์จะพบกับลำโพงที่ใช้ฟังขณะสนทนาและโลโก้ยี่ห้อโนเกีย
ถัดมาตรงกลางก็จะเป็นหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง
ซึ่งจะกล่าวถึงในเนื้อหาถัดไป และสุดท้ายที่ด้านล่างก็จะเป็นแผงปุ่มควบคุมหรือปุ่มกดต่างๆ
 ที่ด้านบนสุดคือเซนเซอร์รับแสง
เพื่อใช้วิเคราะห์ระดับแสงตามสภาพแวดล้อมเพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและไฟ
Backlight ของแผงปุ่มกดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่ง
 ชุดแผงปุ่มกดจะประกอบไปด้วยปุ่มต่างๆ
ที่คล้ายคลึงกันกับปุ่มกดของโทรศัพท์มือถือ
Symbian Smart Phone ของ Nokia อีกหลายๆ รุ่น
โดยไล่มาตั้งแต่ด้านบนจะประกอบไปด้วย ปุ่ม
Softkeys ด้านซ้ายและขวา, จอยสติ๊กควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทาง, ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มวางสาย,
ปุ่ม Edit, ปุ่มเมนู, ปุ่มลบ และแผงปุ่มกดตัวเลขหรือตัวอักษร
ซึ่งมีรูปแบบไม่แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือทั่วๆ
ไป
 ลักษณะการออกแบบและจัดวางแผงปุ่มกด
จะมีความนูนขึ้นมาพอสมควร ดูแล้วน่าจะทำให้สามารถกดใช้งานได้ง่ายกว่าปุ่มที่แบนราบติดไปกับตัวเครื่อง
ซึ่งจะกล่าวถึงเรื่องของปุ่มกดนี้โดยละเอียดอีกครั้งว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ในเนื้อหาถัดไป
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง
ก็จะพบกับดีไซน์ที่เรียบๆ เช่นกัน แต่ก็มีแฝงความหรูไว้พอประมาณ
ด้วยการใช้วัสดุชุบโครเมียมมันวาวให้เกิดเป็นแถบคาดกลางที่ดูสวยงาม
พร้อมรองด้วยแถบข้างที่เป็นวัสดุสีดำกึ่งยางกึ่งพลาสติก โดยที่ด้านบนจะเป็นปุ่มสำหรับใช้งานสั่งงานด้วยเสียงหรือ
Push-to-Talk และติดๆ กันนั้นก็จะเป็นลำโพง
Loudspeaker สำหรับให้เสียงต่างๆ สุดท้ายถัดมาที่ด้านล่างก็จะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ
DV RS-MMC Card
 ปุ่มกดสำหรับใช้งานสั่งงานด้วยเสียง
หรือ Push-to-Talk มีลักษณะเรียบและค่อนข้างแบนราบ
แต่เท่าที่ลองใช้ก็สามารถกดได้ง่าย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ส่วนที่อยู่ติดกันก็คือลำโพง Loudspeaker
ซึ่งดูแล้วค่อนข้างเล็ก แต่คุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้นจะกล่าวถึงอีกครั้งในเนื้อหาถัดไป
 ช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ
DV RS-MMC Card มีลักษณะเป็นแถบโครเมียมมันวาว
ซึ่งจริงๆ แล้วหากดูดีๆ ช่องใส่ไม่ใช่มีแต่แถบโครเมียมเท่านั้น
แต่จะมีแผ่นพลาสติกสีดำรองอยู่เพื่อเป็นฝาสำหรับเปิดปิดด้วย
 การเปิดฝาของช่องสำหรับใส่การ์ด
DV RS-MMC นั้นก็ไม่ยากเย็นแต่อย่างใด โดยให้นำนิ้วไปจิกและงัดแผ่นพลาสติกสีดำที่เป็นฝาปิดออกมาดังภาพ
ซึ่งแผ่นพลาสติกนี้น่าจะเป็นวัสดุกึ่งยางกึ่งพลาสติก
เพราะมีคุณสมบัติที่แข็ง แต่เหนียวและยืดหยุ่นได้เล็กน้อย
ซึ่งก็น่าจะมีความทนทานดี
 การนำการ์ด
DV RS-MMC มาใส่ในช่องก็ไม่ยากเช่นกัน โดยให้หงายด้านที่เป็นขั้วโลหะของตัวการ์ดขึ้นมาดังภาพ
แล้วดันเข้าไปข้างในให้สุด จนมีเสียงของตัวล็อคดังเบาๆ
ซึ่งก็แสดงว่าการ์ดได้ล็อคอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องพร้อมใช้งานเรียบร้อยดีแล้ว
ส่วนการถอดการ์ดออกมานั้นก็ให้นำนิ้วจิกดันลงไปเพื่อคลายล็อคแล้วค่อยดึงตัวการ์ดออกมา
ซึ่งก็เป็นวิธีที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในอุปกรณ์ต่างๆ
ที่มีการใส่การ์ดหน่วยความจำ
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง
ก็จะมีลักษณะการดีไซน์โดยรวมที่คล้ายกันกับที่ด้านขวาของตัวเครื่อง
คือมีลักษณะเป็นแถบโครเมียมมันวาวล้อมรอบด้วยแถบวัสดุสีดำกึ่งยางกึ่งพลาสติก
โดยไล่ตั้งแต่ด้านบนสุดจะเป็นปุ่มกดสำหรับเพิ่ม-ลดระดับเสียง
ติดๆ กันนั้นจะเป็นปุ่มสำหรับการบันทึกเสียง
ส่วนแถบโครเมียมตรงกลางนั้นมีเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้งานอะไรได้
และที่ด้านล่างสุดก็จะเป็น Infrared Port
 ปุ่มกดสำหรับเพิ่ม-ลดระดับเสียง
และปุ่มกดสำหรับใช้งานฟังก์ชันบันทึกเสียงมีลักษณะเรียงเล็กและค่อนข้างแบนราบไปกับพื้นผิว
แต่จากการทดสอบใช้งาน ก็พบว่าสามารถกดใช้งานได้ไม่ยากแต่อย่างใด
 ใน
Nokia E60 ก็มี Infrared Port ใส่มาให้ด้วย
แม้ว่าตอนนี้อาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานกันมากนัก
เนื่องจากมีการเชื่อมต่ออื่นๆ ที่สะดวกกว่า
เช่น Bluetooth ให้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ในบางครั้ง
การใช้งานบางอย่าง Infrared Port ก็ยังมีประโยชน์ในการใช้งานอยู่เหมือนกัน
 เมื่อพลิกมาที่ด้านบนของตัวเครื่อง
ก็จะมีดีไซน์ที่ดูเรียบๆ ไม่มีอะไรที่แปลกแหวกแนวไปจากโทรศัพท์มือถือทั่วๆ
ไป ส่วนองค์ประกอบต่างๆ ก็ไม่มีอะไรมากมายนอกจาก
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือเลือก Profiles และช่องสำหรับร้อยสายคล้อง
 ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องแม้จะดูค่อนข้างเล็ก
แต่ก็มีความนูนขึ้นมาพอสมควร ซึ่งก็ทำให้สามารถกดใช้งานได้ค่อนข้างง่าย
ส่วนช่องสำหรับร้อยสายคล้องก็มีรูปแบบที่เหมือนกันกับที่พบเห็นในโทรศัพท์มือถือทั่วๆ
ไป ซึ่งก็นับเป็นข้อดีเนื่องจากสามารถหาสายคล้องมาใช้ได้ง่ายนั่นเอง
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่อง
ก็จะมีดีไซน์ที่เรียบๆ เช่นกัน โดยจะประกอบไปด้วยรูเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่
และ Pop-Port ตามสไตล์ของโทรศัพท์มือถือค่าย
Nokia เพื่อเอาไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ
และสุดท้ายที่ด้านล่างนี้ก็จะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาอยู่ด้วย
 การวางตำแหน่งของรูเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่
กับ Pop-Port อาจดูแปลกๆ ไปสักหน่อย เนื่องจากวางตำแหน่งได้แบบเยื้องๆ
ไม่เสมออยู่ในระนาบเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการใช้งานแต่อย่างใด
 หัวแจ็คของ
Adapter สายชาร์จแบตเตอรี่ของ Nokia E60 ยังเป็นแบบหัวใหญ่อยู่
ในขณะที่ดูเหมือนว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ
ของ Nokia มักจะใช้หัวแจ็คขนาดเล็กเสียเป็นส่วนมาก
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการใช้งานแต่อย่างใด
 การใช้งาน
Pop-Port ที่เห็นกันส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นการเชื่อมต่อกับหูฟัง
หรือสาย USB Data Cable โดยสำหรับ Nokia E60
นี้จะใช้สาย USB Data Cable รุ่น CA-53 ซึ่งมีแถมมาให้ในชุดขายมาตรฐานอยู่แล้ว
 ใส่ขณะที่ต่อหูฟังหรือสาย
USB Data Cable ไว้ที่ Pop-Port ก็สามารถเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ได้พร้อมกันตามปกติ
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีดีไซน์แบบเรียบๆ
อีกเช่นกัน โดยเป็นวัสดุพลาสติกสีดำด้านทั้งแถบ
ที่ด้านบนมีโลโก้ของยี่ห้อ Nokia ติดอยู่
ส่วนที่ด้านล่างก็จะเป็นฝาหลังที่ภายในเอาไว้สำหรับใส่ก้อนแบตเตอรี่และซิมการ์ดนั่นเอง
เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่
 เมื่อต้องการใส่ก้อนแบตเตอรี่
และซิมการ์ด ก็ต้องมีการเปิดฝาที่ด้านหลังของตัวเครื่องออกเสียก่อน
โดยฝาหลังของ Nokia E60 นี้สามารถเปิดออกมาได้ค่อนข้างง่าย
โดยให้นำนิ้ว 2 นิ้วดันฝาออกมาในทิศทางด้านข้างของตัวเครื่องดังรูป
โดยไม่ต้องออกแรงมากจนเกินไป
 ทำการออกแรงดันเพียงแค่เล็กน้อย
ก็สามารถดันฝาหลังออกมาได้อย่างง่ายดายแล้ว
 เมื่อถอดฝาหลังออกมาเรียบร้อยแล้ว
ลักษณะภายในที่เป็นส่วนสำหรับใส่ก้อนแบตเตอรี่
และซิมการ์ดก็จะเป็นดังรูป ซึ่งก็มีลักษณะที่ไม่แปลก
และสามารถพบเห็นได้ทั่วไปภายในโทรศัพท์มือถือในท้องตลาดอีกหลายๆ
รุ่น
 ฝาหลังที่มากับ
Nokia E60 นี้ทำมาจากพลาสติกคุณภาพสูง แม้จะค่อนข้างบางไปสักหน่อย
แต่ดูแล้วก็น่าจะมีความแข็งแรงทนทานดี
 การใส่ซิมการ์ดก็มีวิธีการที่คล้ายกับที่พบเห็นกันทั่วไปในโทรศัพท์มือถืออีกหลายรุ่น
คือจะมีถาดโลหะสำหรับให้เปิดออกมา แล้วก็ให้นำแผ่นซิมการ์ดใส่ลงไปในถาดโลหะให้ตรงร่อง
และหันซิมการ์ดในทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากนั้นก็ให้กดแผ่นโลหะให้อยู่ในแนวพื้นระนาบแล้วดันขึ้นให้เข้าล็อคดังภาพ
ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการใส่ซิมการ์ด
 แบตเตอรี่รุ่น
BL-5C ขนาดความจุ 970 mAh ของ Nokia
E60 ก็มีลักษณะที่ผู้ใช้หลายคนคงคุ้นเคยกันดี
เนื่องจากเหมือนกับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ
Nokia อีกหลายๆ รุ่น
 การนำก้อนแบตเตอรี่ใส่เข้าไปในช่องนั้นสามารถทำได้โดยง่าย
เพียงแค่ออกแรงดันก้อนแบตเตอรี่เข้าไปยังด้านของขั้วโลหะ
แล้วจัดก้อนแบตเตอรี่ให้เข้าล็อคเข้าที่เข้าทางดังภาพ
ก็พร้อมที่จะปิดฝาหลัง และเปิดใช้งานเครื่องได้แล้ว
ความเหมาะมือและน้ำหนัก
 เมื่อได้ลองจับถือตัวเครื่อง
Nokia E60 เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกว่าตัวเครื่องจะออกเหลี่ยมๆ
ไปสักหน่อย แต่ก็สามารถจับถือได้อย่างถนัดเหมาะมือดี
ความหนาของตัวเครื่องก็ไม่มาก รู้สึกว่าบางเสียด้วยซ้ำ
ส่วนเรื่องของวัสดุ ความประณีตในส่วนต่างๆ
หรือการประกอบนั้นจัดว่าน่าประทับใจมากเลยทีเดียว
เนื่องจากเมื่อได้สัมผัสดูแล้วก็จะรู้สึกได้ว่ามีความแตกต่างขึ้นมาอีกระดับจากโทรศัพท์มือถือระดับราคาไม่แพงทั่วๆ
ไป
 เมื่อนำมาเทียบกับขนาดของฝ่ามือขนาดใหญ่ของผู้ชายก็จะเห็นว่ามีขนาดที่ไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก
ค่อนข้างกำลังดี และโดยส่วนตัวแล้วเมื่อได้ใช้งานจริงๆ
ก็ค่อนข้างประทับใจ มีความรู้สึกว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีรูปร่างหน้าตาทะมัดทะแมงคล่องตัวน่าใช้งานดี
ความหนาของตัวเครื่อง
แม้จะไม่ได้บางเฉียบเหมือนกับโทรศัพท์มือถือที่เน้นเรื่องความบางเฉียบบางรุ่น
แต่ความรู้สึกที่ได้กลับรู้สึกว่า Nokia E60
มีความบางอยู่พอตัวเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถที่มีอยู่ในตัวมันเอง
และเมื่อเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือ Symbian
Smart Phone รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน
 เมื่อนำ
Nokia E60 มาวางเปรียบเทียบขนาดกับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ
ก็จะพบว่ามีรูปร่างที่ออกไปทางผอมสูง ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะบรรดาปุ่มกดต่างๆ
ถูกนำไปเรียงตัวให้เป็นแนวสูงขึ้นไป และถูกบีบให้เหลืออยู่เพียง
3 คอลัมน์ แทนที่จะแบ่งบางปุ่มมาไว้ทางด้านข้างบ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม โดยความเห็นส่วนตัว แม้
Nokia E60 จะดูเป็นโทรศัพท์มือถือแบบแท่งที่ดูผอมสูง Nokia
E60 ก็ไม่ได้มีดีไซน์ที่ดูขัดหูขัดตาแต่อย่างใด
 เมื่อนำ
Nokia E60 มาวางเปรียบเทียบกับบัตรทั่วไป
ก็จะมีความสูงมากกว่าพอสมควร ซึ่งก็ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด
สำหรับโทรศัพท์มือถือ Symbian Smart Phone
แบบแท่งที่มักจะมีหน้าจอที่ใหญ่ และแผงปุ่มกดที่ประกอบไปด้วยปุ่มกดมากมาย
เริ่มเปิดเครื่อง
 หลังจากที่ใส่ซิมการ์ดและแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว
ก็พร้อมที่จะเปิดเครื่องใช้งาน โดยวิธีการเปิดเครื่องนั้นก็คล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือจากค่าย
Nokia อีกหลายๆ รุ่น นั่นคือกดปุ่มเปิดเครื่องที่อยู่ด้านบนหัวของตัวเครื่องค้างไว้ประมาณ
1-2 วินาที เครื่องก็จะเริ่มเปิดการทำงานของตัวเอง
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานของผู้ใช้ต่อไป
ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล
 หน้าจอแสดงผลแบบ
TFT LCD ของ Nokia E60 นับว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
เนื่องจากสามารถแสดงสีสันได้มากถึง 16 ล้านสี
และที่สำคัญคือมีความละเอียดมากถึง 352 x
415 Pixels ซึ่งมองดูแล้วมีความละเอียดมากเสียจนมองไม่เห็นแต่ละจุด
Pixels ก็ว่าได้ ประกอบกับความกว้างของหน้าจอที่ไม่มากนัก
ก็ยิ่งทำให้ความละเอียดถูกบีบเข้ามามากขึ้นเข้าไปอีก
การแสดงผลจึงดูเนียนตาเป็นอย่างมาก ส่วนสีสันระดับ
16 ล้านสีก็มีความสดใสสมกับที่เป็น 16 ล้านสี
แต่อาจจะดูสดใสน้อยกว่าโทรศัพท์มือถือหน้าจอ
16 ล้านสีจากค่าย Panasonic อยู่บ้างเล็กน้อย
แต่ในเรื่องของความละเอียดดูเนียนตา Nokia
E60 ก็สามารถเอาชนะไปได้เช่นกัน สรุปแล้วประสิทธิภาพในการแสดงผลของหน้าจอ
Nokia E60 จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้อย่างแน่นอน
ปุ่มกด และการตอบสนอง
 ปุ่มกดของ
Nokia E60 มีการเรียงตำแหน่งที่ไม่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใด
ซึ่งก็ส่งผลให้ผู้ใช้ไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่มากนัก
เนื่องจากก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว โดยปุ่มกดทั้งหมดจะประกอบไปด้วย
ปุ่ม
Softkeys ด้านซ้ายและขวา, จอยสติ๊กควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทาง, ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มวางสาย,
ปุ่ม Edit, ปุ่มเมนู, ปุ่มลบ และแผงปุ่มกดตัวเลขหรือตัวอักษร
ซึ่งเท่าที่ได้ทดสอบใช้งานจริง ก็พบว่าปุ่มจอยสติ๊กมีการตอบสนองในบางจังหวะที่ไม่ได้ดั่งใจบ้าง
เช่นบางครั้งตั้งใจที่จะเลื่อนขึ้น แต่การตอบสนองที่ได้กลับเป็นการกดตกลง
หรือเป็นการกดลงไปตรงกลางไปเสียอย่างนั้น
ซึ่งวิธีแก้ไขก็คือ เวลาที่จะเลื่อนไปตามทิศทางต่างๆ
ทั้ง 4 ทิศ ก็ให้ออกแรงกดหรือแรงดันให้น้อยลง
ก็น่าจะช่วยให้การตอบสนองดีขึ้น
ส่วนปุ่มกดอื่นรอบๆ จอยสติ๊ก ค่อนข้างน่าประทับใจมาก
เริ่มตั้งแต่วัสดุที่ใช้จะดูเหมือนเป็นพลาสติกแข็งคุณภาพสูงที่ดูเหมือนโลหะ
กดแล้วรู้สึกนุ่มนวลมากและตอบสนองได้ดี กดได้ถนัดมือคล่องตัว รวมถึงได้ความรู้สึกที่มั่นคงแข็งแรงอีกด้วย
ไม่มีอาการโยกคลอนที่ผิดปกติให้เห็นแต่อย่างใด
ซึ่งบรรดาปุ่มกดคุณภาพดีเหล่านี้นี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้
Nokia E60 มีความน่าใช้มากยิ่งขึ้น และสำหรับความเร็วในการประมวลผลนั้นถือว่าทำได้ค่อนข้างเร็วทันใจ
และในบางกรณีรู้สึกเหมือนกับว่าจะประมวลผลได้เร็วกว่าโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นอื่นๆ ของ Nokia เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าปัญหาอาการหน่วงเวลาใช้งานทั่วๆ
ไปก็ไม่น่าจะมีให้เห็นใน E60
 เมื่ออยู่ในที่มืด
หรือที่ๆ มีแสงสว่างไม่เพียงพอ เซนเซอร์รับแสดงจะวิเคราะห์สภาพแสงในขณะนั้นและสั่งงานให้ไฟ
Backlight สีขาวของแผงปุ่มกดสว่างขึ้นมาดังรูป
ซึ่งก็มีความสว่างชัดเจนในระดับที่ปกติดี
สามารถมองเห็นตัวเลข ตัวอักษร หรือเครื่องหมายต่างๆ
ได้ง่าย ส่วนแถบไฟสีขาว 4 แถบที่เห็นอยู่ตรงกลางนั้นดูแล้วไม่ได้ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นแต่อย่างใด
จุดประสงค์ที่มีก็คงมีไว้เพื่อให้ดูหรูหราสวยงามขึ้นเท่านั้นเอง
เมนูและฟังก์ชันการทำงาน
ที่หน้าจอ Standby ของ Nokia E60 ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงเมนูแบบ
Active Standby หรือไม่ ซึ่งเมนู Active Standby
นี้ก็มักจะมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ
จากค่าย Nokia อีกหลายๆ รุ่น และช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานเมนูต่างๆ
ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น รวมถึงสามารถตรวจสอบสถานะของการใช้งานต่างๆ
ได้ง่ายขึ้นด้วย
เมื่อกดที่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่ด้านบนของตัวเครื่อง
ก็จะแสดงเมนูสำหรับการ ปิดเครื่อง, ล็อคปุ่มกด
หรือเลือก Profiles แบบ ทั่วไป, เงียบ,
ประชุม, นอกสถานที่, วิทยุติดตามตัว, ออฟไลน์
หรือล็อคโทรศัพท์


ที่เมนู Active Standby ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าได้ว่าจะให้มีเมนูใดบ้างมาปรากฏอยู่ตรงส่วนนี้
แต่ถ้าหากใช้เมนูที่เครื่องตั้งมาให้ตั้งแต่แรกก็จะประกอบไปด้วยเมนู
ปฏิทิน, นาฬิกา, เว็บ, ตัวจัดการไฟล์, Bluetooth
และเครื่องคิดเลข ส่วนที่ด้านล่างถัดมาก็จะเป็นการแสดงบันทึกที่มีในปฏิทิน
และปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและด้านขวาก็คือการเข้าใช้งานเมนูข้อความ
และเมนูรายชื่อ ตามลำดับ
 การบันทึกเสียงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่มบันทึกเสียงที่อยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง
ที่เมนูหลักของเครื่อง จะเป็นดังรูป และผู้ใช้สามารถเลือกมุมมองการแสดงผลเมนูให้เป็นแบบตารางกริด
หรือแบบรายการก็ได้
 เมื่อกดดูที่ตัวเลือกในเมนู
ก็จะปรากฏเมนูย่อยให้ผู้ใช้เลือกใช้งานได้
เช่น ย้าย, ย้ายไปโฟลเดอร์, โฟลเดอร์ใหม่
รวมถึงการแสดงข้อมูลพื้นที่ของหน่วยความจำภายในเครื่อง
และการ์ดหน่วยความจำ โดยพื้นที่ของหน่วยความจำภายในเครื่องที่เห็นในภาพจะมีเพียงประมาณ
2.8 MB เท่านั้น ซึ่งได้สร้างความสงสัยขึ้นมาทันที
เนื่องจากตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Nokia เองระบุไว้ว่า
Nokia E60 มีหน่วยความจำภายในมากถึง 64 MB
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่โดยตรงก็ได้รับคำตอบว่าหน่วยความจำภายในเครื่องที่วางจำหน่ายจริงก็จะมี
64 MB ตามที่ระบุเอาไว้ตามปกติ เพียงแต่เครื่องที่ได้รับมาทดสอบนี้ยังเป็นเครื่องที่ยังไม่สมบูรณ์นัก
ซึ่งคุณสมบัติอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างเล็กน้อยนั่นเอง
เมนูข้อความ
เมนูข้อความ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน
หรือการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับข้อความเอาไว้
ทั้งการสร้างข้อความใหม่, ถาดเข้าที่แสดงรายการข้อความที่ถูกส่งเข้ามา,
โฟลเดอร์ส่วนตัว, ศูนย์ฝากข้อความ, ฉบับร่าง,
ข้อความที่ส่ง, ถาดออก และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการรับส่งข้อความ
การสร้างข้อความสามารถทำได้ 3 รูปแบบหลักคือ
ข้อความตัวอักษร, ข้อความมัลติมีเดีย และอีเมล

การสร้างข้อความตัวอักษรมีเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการสร้างข้อความให้เลือกใช้เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือ
Smartphone รุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่นจากค่าย
Nokia เช่น ระบบสะกดคำอัตโนมัติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ,
การเลือกโหมดตัวเลขหรือเลือกภาษาที่เขียน,
การเพิ่มผู้รับ, การแทรกตัวอย่างข้อความ หรือการแทรกสัญลักษณ์หรืออักขระพิเศษ
เป็นต้น
 ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าใช้งานสำหรับข้อความตัวอักษรได้ด้วยตนเอง
เช่น ศูนย์ข้อความที่ใช้, การเข้ารหัสอักขระ,
การเลือกรับรายงาน, อายุของข้อความ, รูปแบบของข้อความที่จะส่ง
รวมถึงการแสดงรายละเอียดเฉพาะของข้อความนั้นๆ
 รูปแบบของข้อความที่ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้งานกันก็คือข้อความมัลติมีเดีย
หรือที่เรียกกันว่า MMS ซึ่งใน Nokia E60
ก็มีฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานให้เลือกใช้ครบถ้วนทั้งการ
เพิ่มผู้รับ, สร้างการนำเสนอ, ใส่รูปภาพ,
ใส่คลิปเสียง, ใส่วีดีโอคลิป, ใส่ตัวอย่างข้อความ
และผู้ใช้สามารถตั้งค่าใช้งานของข้อความมัลติมีเดียได้
เช่น การเลือกรับรายงาน, อายุข้อความ หรือการแสดงข้อมูลเฉพาะของข้อความมัลติมีเดีย
 นอกจากส่วนของการสร้างข้อความแบบต่างๆ
แล้ว ในเมนูข้อความก็ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อความอีกหลายส่วน
ได้แก่ ถาดเข้าซึ่งเก็บข้อความที่ถูกส่งเข้ามา,
โฟลเดอร์ส่วนตัวที่ในที่นี้เก็บตัวอย่างข้อความเอาไว้,
ฉบับร่างซึ่งเก็บข้อความที่ยังสร้างไม่เสร็จเอาไว้,
ข้อความที่ส่งซึ่งเก็บรายการข้อความที่ถูกส่งไปแล้ว,
ถาดออกซึ่งเก็บข้อความที่ยังส่งไม่สำเร็จ
และรายงานซึ่งเก็บการรายงานต่างๆ เกี่ยวกับการรับ-ส่งข้อความเอาไว้
เมนูรายชื่อ
เมนูรายชื่อ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันหรือเครื่องมือจัดการเกี่ยวกับรายชื่อเอาไว้
เช่นการค้นหารายชื่อ, การสร้างกลุ่มผู้โทร,
การสร้างรายชื่อใหม่, การแก้ไขรายชื่อที่มีอยู่แล้ว,
การแสดงข้อมูลเฉพาะของแต่ละรายชื่อ หรือการตั้งค่าใช้งานต่างๆ
เป็นต้น
 แต่ละรายชื่อ
ผู้ใช้สามารถทำการเพิ่มภาพย่อ หรือ Picture
Caller ID ได้ รวมถึงสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรายชื่อได้
ตั้งแต่ คำนำหน้า, คำต่อท้าย, ตำแหน่ง, ชื่อเล่น,
มือถือ, มือถือ (บ้าน), มือถือ (ที่ทำงาน),
โทรศัพท์, โทรศัพท์ (บ้าน), โทรศัพท์ (ที่ทำงาน),
สายวีดีโอ, สายวีดีโอ (บ้าน), สายวีดีโอ (ที่ทำงาน),
โทรศัพท์เน็ต, โทรศัพท์เน็ต (บ้าน), โทรศัพท์เน็ต
(ที่ทำงาน), สนทนา, มุมมองร่วม, SIP, แฟ็กซ์,
แฟ็กซ์ (บ้าน), แฟ็กซ์ (ที่ทำงาน), วิทยุติดตามตัว,
อีเมล, อีเมล (บ้าน), อีเมล (ที่ทำงาน), ที่อยู่เว็บ,
ที่อยู่เว็บ (บ้าน), ที่อยู่เว็บ (ที่ทำงาน),
ที่อยู่, ที่อยู่ (บ้าน), ที่อยู่ (ที่ทำงาน),
DTMF, วันเกิด และหมายเหตุ ซึ่งจะเห็นว่ารายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรายชื่อที่สามารถใส่เพิ่มเติมได้นั้นมีอยู่อย่างครบถ้วน
นอกจากผู้ใช้จะสามารถแก้ไขข้อมูลแต่ละประเภทได้แล้ว
ยังสามารถแก้ไขชื่อฟิลด์ข้อมูลได้ด้วยหากไม่ชอบชื่อฟิลด์เดิมที่เครื่องตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรก
หากผู้ใช้ต้องการเรียกดูข้อมูลภาพรวมของรายชื่อที่เก็บบันทึกเอาไว้ในเครื่องก็สามารถเรียกดูได้
นอกจากนั้นก็ยังสามารถกำหนดรูปแบบของการแสดงผลรายชื่อได้ด้วย
เช่นการ แสดงนามสกุลก่อนชื่อ หรือแสดงชื่อก่อนนามสกุล
 แม้
E60 จะสามารถแสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้าได้
แต่ก็คงไม่ค่อยถูกใจผู้ใช้ส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก
เนื่องจากภาพที่แสดงมีขนาดที่เล็กมาก ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการให้แสดงรูปภาพที่ใหญ่กว่านี้
เช่นแสดงแบบเต็มหน้าจอ ก็คงจะต้องไปหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติมเอาเองในภายหลัง
เมนูบันทึก
เมนูบันทึก คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชัน หรือการจัดการเกี่ยวกับบันทึกประวัติการโทร
หรือการเชื่อมต่อข้อมูลแพคเก็ตเ เอาไว้ โดยแบ่งออกเป็น
3 หมวดหลักก็คือ เบอร์โทรล่าสุด, เวลาการโทร
และข้อมูลแพคเก็ต
 การบันทึกเบอร์โทรล่าสุด
แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย,
เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก ซึ่งข้อมูลแต่ละรายการจะมีการบันทึกวันที่
และเวลาของรายการนั้นเอาไว้ให้เห็น
ในเมนูบันทึกนี้ก็ยังสามารถเลือกดูรายการบันทึกแบบรวมทุกประเภทได้
ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกการโทร หรือการบันทึกการเชื่อมต่อข้อมูลแพคเก็ต
ซึ่งก็ช่วยให้สามารถดูภาพรวมได้ง่ายและรวดเร็วดีขึ้น
หากผู้ใช้ต้องการที่จะตรวจสอบว่าเวลาที่ใช้ไปทั้งหมดในการโทรนั้นเป็นเท่าไหร่
ก็สามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่เวลาที่ใช้ในการโทรครั้งล่าสุด,
เวลาทั้งหมดที่โทรออก, เวลาทั้งหมดที่รับสาย
และเวลารวมทั้งหมดที่เกี่ยวกับการโทร
 สำหรับตัวนับข้อมูลแพคเก็ต
ก็คือตัวนับปริมาณข้อมูลของการใช้งานระบบ
EDGE หรือ GPRS นั่นเอง ซึ่งแบ่งเป็นปริมาณข้อมูลที่ส่งออกทั้งหมด
และปริมาณข้อมูลที่รับเข้ามาทั้งหมด และหากผู้ใช้ต้องการที่จะเริ่มนับใหม่ตั้งแต่ต้น
ก็สามารถทำการล้างตัวนับได้

ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้เครื่องเก็บบันทึกข้อมูลประวัติต่างๆ
ไว้นานเท่าไหร่ โดยมีให้เลือกตั้งแต่ ไม่ต้องบันทึก,
1 วัน, 10 วัน และ 30 วัน รวมถึงสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้แสดงเวลาการโทรในขณะที่กำลังสนทนาด้วยหรือไม่
เมนูที่ทำงาน
เมนูที่ทำงาน คือเมนูที่รวบรวมโปรแกรมต่างๆ
ที่เกี่ยวกับการจัดการไฟล์หรือเอกสารเอาไว้
ตั้งแต่ โปรแกรมจัดการไฟล์, โปรแกรมจัดการไฟล์
Word, โปรแกรมจัดการไฟล์ Excel, โปรแกรมจัดการไฟล์
PowerPoint, โปรแกรมจัดการการนำเสนอผ่านทางหน้าจอ,
การจัดการเครื่องพิมพ์ และการจัดการเครื่อง
HP
 โปรแกรมตัวจัดการไฟล์
คือโปรแกรมที่รวมรวมฟังก์ชันสำหรับการจัดการกับไฟล์ประเภทต่างๆ
เอาไว้ เช่นไฟล์การนำเสนอ, เกมส์, คลิปเสียง,
ไฟล์ที่ติดตั้ง, รูปภาพ, วีดีโอคลิป หรือสมุดงาน
เป็นต้น เช่นหากเป็นไฟล์รูปภาพก็จะมีฟังก์ชันสำหรับจัดการกับรูปภาพหลายอย่างเช่น
ส่ง, ตั้งเป็นภาพพื้นหลัง, เพิ่มในรายชื่อ,
หมุนภาพ, ขยายภาพ, แสดงภาพเต็มจอ หรือสั่งพิมพ์ภาพ
เป็นต้น นอกจากนั้นผู้ใช้ก็ยังสามารถเรียกดูข้อมูลพื้นที่ของหน่วยความจำที่ใช้ไป
และพื้นที่ของหน่วยความจำที่เหลืออยู่ได้ด้วย
ซึ่งในกรณีของหน่วยความจำภายในเครื่อง (ไม่ใช่การ์ดหน่วยความจำ)
ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าในภาพที่เห็นมีอยู่เพียงประมาณ
2.8 MB นั้น เป็นเพราะเครื่องนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบ
แต่ถ้าหากเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ก็คงจะมีให้
64 MB ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Nokia
ตามปกตินั่นเอง
โปรแกรม Document คือโปรแกรมที่มีไว้สำหรับเปิดดู,
สร้าง, จัดการ หรือแก้ไขไฟล์ประเภทเอกสาร หรือเรียกกันง่ายๆ
ว่าไฟล์ Word โดยมีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันกับโปรแกรม
Microsoft Word ที่ใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพียงแต่จะมีความซับซ้อนหรือหลากหลายน้อยกว่า
โดยฟังก์ชันการทำงานที่น่าสนใจของโปรแกรม
Document ที่มีอยู่ใน E60 นี้ ก็มีตั้งแต่
การเปิดไฟล์เอกสารขึ้นมาแก้ไข, การสร้างไฟล์เอกสารใหม่,
การสร้างโฟลเดอร์ใหม่, การเปลี่ยนชื่อไฟล์,
การซูมขยาย, การแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ, การเปลี่ยนฟอนต์,
การปรับรูปแบบของฟอนต์, การจัดหน้า, การแทรกหมายเหตุ,
การแทรกลิงค์, การแทรกตาราง, การแทรกรูปภาพ,
การค้นหาคำและแทนที่คำ หรือการสั่งพิมพ์เอกสาร
เป็นต้น



โปรแกรม Sheet คือโปรแกรมที่มีไว้สำหรับเปิดดู,
สร้าง, จัดการ หรือแก้ไขไฟล์ประเภทแผ่นงาน
หรืออาจจะเรียกง่ายๆ ว่าไฟล์แบบ Excel นั่นเอง
ซึ่งโปรแกรม Sheet นี้ก็มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานหลายอย่างที่คล้ายกันกับโปรแกรม
Microsoft Excel ที่ใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพียงแต่จะมีความหลากหลายหรือซับซ้อนน้อยกว่า
โดยฟังก์ชันการทำงานของโปรแกรม Sheet ที่น่าสนใจก็มีตั้งแต่
การเปิดดูไฟล์แผ่นงาน, การสร้างไฟล์แผ่นงาน,
การสร้างโฟลเดอร์ใหม่, การเปลี่ยนชื่อไฟล์,
การกำหนดการแสดงผลในช่องเซล, การซูมขยาย,
การกำหนดรูปแบบของการแสดงผลแผ่นงาน, การแทรกแผ่นงาน,
การแทรกชาร์ท, การแทรกชื่อเซล, การเปลี่ยนฟอนต์,
การกำหนดรูปแบบของฟอนต์, การกำหนดรูปแบบของตัวเลข,
การจัดหน้า, การใส่กรอบ, การกำหนดขนาดของเซล,
การค้นหาและแทนที่, การแทรกหมายเหตุ, การแทรกลิงค์
หรือการสั่งพิมพ์แผ่นงาน เป็นต้น


 โปรแกรม
Presentation คือโปรแกรมที่มีไว้สำหรับเปิดดู,
สร้าง, จัดการ หรือแก้ไขไฟล์ประเภทการนำเสนอ
หรืออาจจะเรียกง่ายๆ ว่าไฟล์แบบ PowerPoint นั่นเอง
ซึ่งโปรแกรม Presentation นี้ก็มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานหลายอย่างที่คล้ายกันกับโปรแกรม
Microsoft PowerPoint ที่ใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพียงแต่จะมีความหลากหลายหรือซับซ้อนน้อยกว่า
โดยฟังก์ชันการทำงานของโปรแกรม PowerPoint ที่น่าสนใจก็มีตั้งแต่
การเปิดดูไฟล์นำเสนอ, การสร้าางไฟล์นำเสนอ,
การสร้างโฟลเดอร์ใหม่, การเปลี่ยนชื่อไฟล์,
การแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ, การเลื่อนแผ่นสไลด์,
การลบแผ่นสไลด์, การคัดลอกแผ่นสไลด์, การซ่อนแผ่นสไลด์,
การแสดงภาพสไลด์, การค้นหาและแทนที่, การตั้งค่า
Outline, การตั้งค่า Layout หรือการตั้งค่าการบันทึก
เป็นต้น
 หากผู้ใช้ต้องการที่จะให้ทำการแสดงผลออกทางเครื่องโปรเจคเตอร์
เช่นอาจจะต้องการนำเสนองาน Presentation ผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ในห้องประชุมก็สามารถทำได้
โดยทำผ่านโปรแกรมส่งออกหน้าจอ

 ในโปรแกรมเครื่องพิมพ์
จะเป็นการเพิ่มเครื่องพิมพ์ที่ต้องการเชื่อมต่อใช้งาน
และกำหนดค่าต่างๆ เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์นั้น
เช่นกำหนดไดรเวอร์, กำหนดชื่อเครื่องพิมพ์,
กำหนดบริการ, เลือกจุดเชื่อมต่อ, กำหนดขนาดของกระดาษที่ใช้พิมพ์
หรือการกำหนดแนวของการพิมพ์ว่าจะให้เป็นแนวตั้งหรือแนวนอน เป็นต้น
 สำหรับเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ
HP จะมีฟังก์ชันพิเศษเอาไว้รองรับเครื่องพิมพ์ยี่ห้อนี้ไว้ให้โดยเฉพาะเลยทีเดียว
ตั้งแต่การเลือกคุณภาพของการพิมพ์ที่เลือกได้ตั้งแต่แบบ
ปกติ แบบร่าง และดีที่สุด, การเลือกประเภทสื่อที่เลือกได้ระหว่าง
ธรรมดา และ Photo, การเลือกโหมดสีที่เลือกได้ตั้งแต่
สี Grey_k และ Grey_cmy และสุดท้ายคือการเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ
HP ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายรุ่น หรือหลาย Series
เมนูโปรแกรมช่วย
เมนูโปรแกรมช่วย คือเมนูที่รวบรวมโปรแกรมที่มักจะได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินนัดหมาย, สมุดบันทึก, เครื่องคิดเลข
หรือโปรแกรมแปลงหน่วย
 โปรแกรมปฏิทินนั้นมีรูปแบบที่เหมือนกันกับโปรแกรมปฏิทินที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
Smartphone จากค่าย Nokia อีกหลายรุ่น ซึ่งความสามารถที่น่าสนใจก็คือ
สามารถสร้างรายการปฏิทินใหม่ได้ทั้งหมด 4
ประเภทคือ การประชุม, บันทึก, วันครบรอบ และสิ่งที่ต้องทำ
และหากต้องการไปยังวันที่ๆ ต้องการดูข้อมูลหรือทำการสร้างรายการใหม่ก็สามารถระบุวันที่ๆ
ต้องการนั้นได้ นอกจากนั้นผู้ใช้ก็ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานปฏิทินได้ด้วยตนเองอีก
เช่น ตั้งเสียงปลุกปฏิทิน, ตั้งมุมมองว่าต้องการให้แสดงเป็นเดือน
แสดงเป็นสัปดาห์ แสดงเป็นวัน หรือแสดงสิ่งที่ต้องทำ
หรือกำหนดว่าให้ให้วันไหนเป็นวันเริ่มสัปดาห์
เป็นต้น
 โปรแกรมสมุดบันทึกใน
E60 ไม่มีฟังก์ชันการทำงานอะไรที่ซับซ้อน
โดยรวมแล้ว ก็มีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายคลึงกันกับการสร้างข้อความตัวอักษรในเมนูข้อความนั่นเอง
 โปรแกรมเครื่องคิดเลขใน
E60 นี้เป็นเพียงโปรแกรมเครื่องคิดเลขที่มีเพียงฟังก์ชันการคำนวณแบบพื้นฐานเท่านั้น
ไม่มีฟังก์ชันคำนวณระดับสูงแต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ใช้ต้องการที่จะใช้งานคำนวณฟังก์ชันการคณิตศาสตร์ระดับสูงหรือซับซ้อนกว่านี้
ก็คงจะต้องไปหาโปรแกรมเครื่องคิดเลขที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้มาติดตั้งเพิ่มเติมเองในภายหลัง
 โปรแกรมแปลงหน่วย
ก็ถือเป็นโปรแกรมพื้นฐานอย่างหนึ่งที่มักจะเห็นในโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
ซึ่งสามารถแปลงหน่วยได้หลายประเภท ตั้งแต่
สกุลเงิน, พื้นที่, พลังงาน, ความยาว, มวล,
กำลังไฟฟ้า, ความดัน, อุณหภูมิ, เวลา, ความเร็ว
และปริมาตร ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่าตัวเลขของการแปลงที่จะใช้ในการคำนวณได้ด้วยตนเอง
 การใช้งานศูนย์ข้อความเสียงเพื่อฝากข้อความเสียง
ผู้ใช้จะต้องทำการระบุหมายเลขของศูนย์ฝากให้เรียบร้อยเสียก่อน
เมนูนาฬิกา
 เมนูนาฬิกา
คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชันการทำงาน หรือการกำหนดค่า
เกี่ยวกับวันและเวลา หรือนาฬิกาเอาไว้ เช่น
การตั้งปลุก, การตั้งวันที่และเวลา, การเลือกเขตเวลา,
การกำหนดรูปแบบของการแสดงวันที่ รวมถึงหน้าแสดงผลที่แสดงการเปรียบเทียบเวลาระหว่างประเทศหรือเมืองต่างๆ
ทั่วโลก
เมนูเชื่อมต่อ
เมนูเชื่อมต่อ คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชันการทำงาน
หรือการปรับตั้งค่าเกี่ยวกับการเชื่อมต่อข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
เอาไว้ ตั้งแต่ Bluetooth, Infrared Port,
สาย USB Data Cable, โมเด็ม, การจัดการการเชื่อมต่อ,
ตัวจัดการอุปกรณ์, โทรศัพท์เน็ต, การสนทนา,
สนทนา และซิงค์
 การกำหนดค่าใช้งานการเชื่อมต่อผ่านทาง
Bluetooth ก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือจากค่าย
Nokia อีกหลายรุ่น โดยมีตั้งแต่ การเลือกเปิดปิด
Bluetooth, การกำหนดการมองเห็นของโทรศัพท์,
การกำหนดชื่อของโทรศัพท์, การจับคู่กับอุปกรณ์ข้างเคียง,
การตั้งเป็นผ่านการอนุญาต หรือการลบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
เป็นต้น
 หากผู้ใช้ต้องการที่จะเปิดใช้งานเชื่อมต่อข้อมูลผ่านทาง
Infrared Port ก็ให้เลือกที่ไอคอนอินฟราเรด
เมื่อเลือกแล้วก็จะมีการแจ้งเตือนว่าได้ใช้งานอินฟราเรดแล้ว
และสังเกตได้ว่าจะมีสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน
Infrared Port ปรากฏอยู่บนมุมขวาบนของหน้าจอดังรูป
การเชื่อมต่อผ่านทางสาย USB Data Cable
ก็มีการปรับตั้งค่าใช้งานด้วยเช่นกัน โดยที่ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดการใช้งานของสาย
USB Data Cable ได้ 4 โหมด คือ ถามเมื่อเชื่อมต่อ,
PC Suite, การถ่ายโอนข้อมูล และ IP passthrough
หากผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อใช้งานให้ E60
ทำหน้าที่เป็นโมเด็ม ก็ให้เลือกไปที่เมนูเชื่อมต่อทางอินฟราเรด
หลังจากการเครื่องก็จะทำการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านทางอินฟราเรด
หากสำเร็จหรือไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ก็จะสามารถใช้งานเครื่อง
E60 เป็นโมเด็มได้ต่อไป
ความสามารถที่โดดเด่นในการเชื่อมต่อข้อมูลอีกอย่างของ
E60 ก็คือการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านทางระบบเครือข่ายไร้สาย
หรือ WLAN นั่นเอง ซึ่งใน E60 ก็มีโปรแกรมสำหรับจัดการการเชื่อมต่อ
WLAN เอาไว้ให้ เช่นรายการของการเชื่อมต่อ
WLAN ที่ผู้ใช้กำลังใช้อยู่ หรือเครือข่าย
WLAN ที่สามารถใช้ได้ในขณะนั้น เป็นต้น ซึ่งหากมีเครือข่าย
WLAN ใดที่อยู่ใกล้เคียงและสามารถเชื่อมต่อได้
ก็จะปรากฏขึ้นเป็นรายการในหน้าของระบบเครือข่าย
WLAN ที่ใช้ได้
ตัวจัดการอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อ จะมีการแสดงรายการเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ
และการตั้งค่ารูปแบบของเซิร์ฟเวอร์นั้น เช่นชื่อของเซิร์ฟเวอร์,
ID ของเซิร์ฟเวอร์ หรือรหัสผ่านของเซิร์ฟเวอร์
เป็นต้น
 ในขณะนี้
การสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนการสนทนาผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
กำลังได้รับความนิยมและกำลังเป็นสนใจมากขึ้นเรื่อย
ซึ่งใน E60 นี้ก็มีส่วนสำหรับการกำหนดค่าใช้งานเอาไว้ให้ด้วยเช่นกัน
โดยผู้ใช้จะต้องทำการกำหนดรูปแบบที่ต้องการใช้งาน
หรือลงทะเบียนกับระบบที่ต้องการใช้งานให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้
 โปรแกรมการสนทนาก็คือการใช้งานสนทนาแบบ
Push-to-Talk นั่นเอง ซึ่งระบบเครือข่ายในบ้านเราในขณะนี้ก็ยังไม่สามารถใช้งาน
Push-to-Talk ได้อย่างสมบูรณ์ โดยการใช้งาน
Push-to-Talk นั้นก็มีส่วนที่ให้ผู้ใช้กำหนดสำหรับการใช้งานอยู่หลายอย่าง
เช่น การเปิดการสนทนา, การแสดงรายชื่อสนทนา,
การตั้งค่าผู้ใช้ หรือการตั้งค่าการเชื่อมต่อ
เป็นต้น
โปรแกรมข้อความทันใจ ก็คือโปรแกรมสำหรับการใช้งานสนทนาแบบ
Instant Messaging หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า
Chat นั่นเอง และเช่นกันกับการใช้งานเชื่อมต่อแบบอื่นๆ
คือผู้ใช้จะต้องทำการตั้งค่าการใช้งานให้เรียบร้อยเสียก่อน
จึงจะสามารถใช้งานได้
 โปรแกรมซิงค์
ก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่มักจะถูกเรียกใช้อยู่เป็นประจำ
โดยประโยชน์ของโปรแกรมนี้ก็คือช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโทรศัพท์มือถือกับอุปกรณ์ข้างเคียงได้นั่นเอง
อาจะเหมือนกับการสำรองหรือคัดลอกข้อมูลเอาไว้อีกที่หนึ่ง โดยข้อมูลที่สามารถซิงค์ได้นั้นก็เช่น
รายชื่อ, ปฏิทิน หรือบันทึกช่วยจำ เป็นต้น
โดยการใช้งานผู้ใช้ก็จะต้องทำการกำหนดรูปแบบของการซิงค์ขึ้นมาก่อน
รวมถึงการตั้งค่าต่างๆ เช่นชื่อรูปแบบการซิงค์,
แอฟพลิเคชั่น, เวอร์ชันของเซิร์ฟเวอร์, ID
ของเซิร์ฟเวอร์ หรือบริการเสริม เป็นต้น
เมนูเครื่องมือ
เมนูเครื่องมือ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชัน,
โปรแกรม หรือการกำหนดค่าที่เกี่ยวกับการใช้งานพื้นฐานของเครื่องเอาไว้
ได้แก่ ตัวจัดการแอปพลิเคชั่น, ตัวจัดการหน่วยความจำ,
การถ่ายโอนข้อมูล, รูปแบบ, การตั้งค่าใช้งาน,
ลักษณะ, แคตตาล็อก, โทรด่วน, ตัวตั้งค่า,
ตำแหน่ง, ตัวสำรวจ, สถานที่, คำสั่งเสียง,
บริการช่วย และเสียงช่วย
 โปรแกรมตัวจัดการ
คือโปรแกรมที่เอาไว้สำหรับจัดการกับแอปพลิเคชัน
หรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ได้ทำการติดตั้งเพิ่มเติมเอาไว้เอง
โดยมีฟังก์ชันสำหรับการจัดการพื้นฐานอยู่หลายฟังก์ชัน
เช่น การดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น, การแสดงรายชื่อของแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งเอาไว้,
การดูบันทึก, การส่งไฟล์บันทึก, การแสดงรายละเอียดของแต่ละแอปพลิเคชัน,
การลบแอปพลิเคชัน หรือการกำหนดการรับรองแอปพลิเคชั่น
เป็นต้น
 เนื่องจาก
E60 สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ DV RS-MMC
Card เพิ่มเติมได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีโปรแกรมสำหรับจัดการกับการ์ดหน่วยความจำเอาไว้ให้ผู้ใช้ได้ใช้
ซึ่งฟังก์ชันหลักที่มีก็ได้แก่ การนำการ์ดหน่วยความจำออก,
การสำรองความจำเครื่อง, การฟอร์แมตการ์ดหน่วยความจำ,
การตั้งชื่อการ์ดหน่วยความจำ, การตั้งรหัสผ่านของการ์ดหน่วยความจำ
หรือการแสดงข้อมูลของการหน่วยความจำ เป็นต้น
 ฟังก์ชันการโอนข้อมูล
ก็คือฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้คัดลอกเอาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหนึ่งมาไว้ที่เครื่อง
E60 ได้ โดยข้อมูลที่สามารถโอนมาได้ก็คือ
รายชื่อ, รายการปฏิทิน และไฟล์ในคลัง ซึ่งฟังก์ชันโอนข้อมูลนี้ก็นับเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากอย่างหนึ่ง
เช่น หากผู้ใช้ต้องการที่จะคัดลอกรายชื่อเป็นร้อยๆ
รายชื่อจากโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหนึ่ง
ก็สามารถโอนมาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาสร้างข้อมูลรายชื่อขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
 ฟังก์ชันรูปแบบ
หรือเรียกกันทั่วไปว่า Profiles ก็เป็นฟังก์ชันพื้นฐานฟังก์ชันหนึ่งที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่น
โดยรูปแบบพื้นฐานที่มีมาให้ใน E60 นี้ก็คือ
ทั่วไป, เงียบ, ประชุม, นอกสถานที่, วิทยุติดตามตัว
และออฟไลน์ แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้ต้องการที่จะสร้างรูปแบบใหม่ของตนเองขึ้นมาก็สามารถสร้างใหม่ได้เช่นกัน
ส่วนการปรับตั้งค่าของแต่ละรูปแบบนั้นก็มีลักษณะส่วนใหญ่ที่คล้ายกันกับ
Smartphone รุ่นใหม่ๆ ของ Nokia อีกหลายรุ่น
ซึ่งใน E60 นี้จะประกอบไปด้วย แบบเสียง, แบบเสียงสายวีดีโอ,
พูดชื่อผู้โทร, ชนิดเสียงเรียกเข้า, ระดับความดัง,
แบบเสียงเตือนข้อความ, แบบเสียงเตือนอีเมล,
เตือนแบบสั่น และเสียงปุ่มกด
ในเมนูของการตั้งค่า
คือเมนูที่รวบรวมการตั้งค่าใช้งานพื้นฐานในส่วนต่างๆ
ของตัวเครื่องเอาไว้ โดยในเมนูของการตั้งค่านี้
จะแบ่งออกเป็นการตั้งค่าหลายๆ ประเภท ได้แก่
โทรศัพท์, โทร, การเชื่อมต่อ, วันที่และเวลา,
ความปลอดภัย, โอนสาย, จำกัดการโทร, เครือข่าย
และอุปกรณ์เพิ่มเติม
 การตั้งค่าโทรศัพท์จะแบ่งออกเป็น
3 หมวดคือ ทั่วไป, โหมดพร้อมทำงาน และจอภาพ
โดยหมวดทั่วไป จะมีการตั้งค่าเกี่ยวกับ ภาษาในโทรศัพท์,
ภาษาที่ใช้เขียน, ตัวช่วยสะกดคำ และโลโก้หรือข้อความต้อนรับ

|