TMC Point

  8.16

การออกแบบดีไซน์

  8.5

ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

  8.0

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

 8.0

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.5

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.5

 
   

Nokia 6280 Fast Exciting and So Today Focus & Review (11-March-2006)

หากใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวของโทรศัพท์มือถือจากค่ายโนเกียมาอย่างต่อเนื่อง จะพบว่าตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาทางโนเกียได้เริ่มพัฒนาโทรศัพท์มือถือแบบฝาสไลด์ออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ Nokia 6111 ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือฝาสไลด์ที่มีดีไซน์สวยงาม แม้ว่าความสามารถจะไม่หลากหลายมากนัก แต่ก็เป็นที่สนใจสำหรับผู้ใช้ไม่น้อย จากนั้นก็ตามมาด้วย Nokia 6270 ซึ่งถือว่ามีความสามารถที่เหนือกว่า Nokia 6111 ค่อนข้างมาก และมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป จึงค่อนข้างได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่รอคอยโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดจากทางโนเกียนั้นคือ Nokia 6280 ที่นำมารีวิวให้ชมกัน ณ ที่นี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่ค่อยถูกใจกับ Nokia 6270 หรืออาจจะรอดู Nokia 6280 อีกทีเพื่อการตัดสินใจเปรียบเทียบกันอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ ถ้าพูดถึงคุณสมบัติหรือความสามารถโดยรวมแล้ว จะพบว่า Nokia 6280 นั้นไม่ได้แตกต่างจาก Nokia 6270 มากนัก เช่นกล้องดิจิตอลสำหรับใช้ Video Calling ที่ด้านหน้า หรือการรองรับระบบเครือข่ายแบบ WCDMA เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีความแตกต่างจาก Nokia 6270 อีกหลายจุด ซึ่งแม้บางจุดอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นส่วนสำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้ได้เลยทีเดียว ดังนั้นจึงขอเชิญทุกท่านมาติดตามกันต่อว่า Nokia 6280 นั้นมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง

อุปกรณ์มาตรฐานที่จะมีมาในชุดขายโดยทั่วไป จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง Nokia 6280, แบตเตอรี่ Li-Ion รุ่น BP-6M ขนาดความจุ 970 mAh จำนวน 1 ก้อน, Adapter ชาร์จแบตเตอรี่ รุ่น AC-4, การ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ miniSD Card ขนาด 64 MB, หูฟังแบบ Stereo รุ่น HS-23, สาย USB Data Cable รุ่น CA-53, แผ่นซีดีโปรแกรม และคู่มือการใช้งานภาษาไทย-อังกฤษ จำนวน 1 เล่ม ซึ่งดูจากรายการแล้ว ก็ถือว่ามีมาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน แต่น่าเสียดายที่การ์ดหน่วยความจำ miniSD Card แถมมาให้เพียง 64 MB เท่านั้น ซึ่งค่อนข้างน้อย จึงคาดเดาได้ว่าผู้ใช้ส่วนมากคงจะต้องไปหาซื้อ miniSD Card ขนาดความจุที่มากกว่านี้ด้วยตนเองในภายหลัง หากต้องการเก็บข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น


Adapter ชาร์จไฟ รุ่น AC-4 ที่แถมมาให้ จะเป็นหัวแจ๊คขนาดเล็ก ซึ่งทางโนเกียเริ่มที่จะนำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เมื่อก่อนนี้ จะเป็นหัวแจ๊คขนาดใหญ่


แบตเตอรี่ Li-Ion รุ่น BP-6M ขนาดความจุ 970 mAh ที่แถมมาให้กับ Nokia 6280 จะมีความจุมากกว่าแบตเตอรี่ที่แถมมาให้กับ Nokia 6270 อยู่เล็กน้อย นั่นคือ 70 mAh ซึ่งน่าจะช่วยให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นบ้าง

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของ Nokia 6280 นั้นก็ไม่ได้แปลกแหวกแนวไปจากโทรศัพท์มือถือแบบฝาสไดล์ทั่วไปแต่อย่างใด และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับ Nokia 6111 และ Nokia 6270 ก่อนหน้านี้ ก็พบว่ามีสไตล์การออกแบบที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกันนั่นคือการออกแบบให้ด้านหน้ามีลักษณะเหมือนกับโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่ที่ด้านหลังจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับกล้องดิจิตอล แต่ถ้านำมาเปรียบเทียบกับรุ่น Nokia 6270 แล้วจะพบกว่า Nokia 6280 จะมีความโค้งมนมากกว่า ถูกลบเหลี่ยมลงจาก Nokia 6270 มากพอสมควร นอกจากนั้นก็ยังมีขนาดที่เล็กกว่า และมีน้ำหนักที่น้อยกว่าอีกด้วย ซึ่งเหล่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งระหว่าง Nokia 6280 และ Nokia 6270

นอกเหนือจากเรื่องของความกระทัดรัดและน้ำหนักที่ทำได้ดีกว่า Nokia 6270 แล้ว ในเรื่องของการประกอบ, ชิ้นงาน, วัสดุ หรือความมั่นคงแข็งแรงก็ทำได้ดีกว่า Nokia 6270 อีกเช่นกัน การสไลด์มีความมั่นคงมากกว่า, ปุ่มกดมีความนุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง, รอยต่อหรือฝาปิดต่างๆ มีความประณีตมากขึ้นไม่มีอาการโยกคลอนให้เห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นความแตกต่างที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกระหว่าง Nokia 6280 และ Nokia 6270 ไม่น้อยเลยทีเดียว


เมื่อดูที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ที่ด้านบนจะมีกล้องดิจิตอลขนาดเล็กสำหรับใช้งาน Video Calling หรือสนทนาพร้อมภาพวีดีโอ, ลำโพงหูฟังสำหรับสนทนา, หน้าจอขนาดใหญ่ ความละเอียดระดับ VGA, แถบสำหรับใช้นิ้วดันเพื่อเลื่อนฝาสไดล์ขึ้นลง, ปุ่ม Softkeys, ปุ่มรับสาย, ปุ่มวางสาย และปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทาง เครื่องที่ได้มารีวิวนี้มีดีไซน์เล่นสีแบบทูโทน คือสีดำตัดกับสีบรอนซ์เงิน (Carbon Black) ส่วนอีกสีหนึ่งที่ทางโนเกียจะวางจำหน่ายคือสีบรอนซ์เงิน (Graphite Grey) ซึ่งในเรื่องการจัดวางตำแหน่งที่คล้ายคลึงกันกับ Nokia 6111 และ Nokia 6270 ส่วนเรื่องความโค้งมนนั้น คงต้องยกให้ Nokia 6111 มาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ Nokia 6280 และที่มีความโค้งมนน้อยที่สุดก็คือ Nokia 6270


ที่ด้านหน้าบน ตรงลำโพงหูฟังมีลักษณะดีไซน์ที่คล้ายกันกับ Nokia 6270 จะแตกต่างกันตรงที่มีเลนส์กล้องดิจิตอลสำหรับใช้งาน Video Calling เพิ่มเข้ามาที่ด้านซ้าย


การจัดวางปุ่มกดที่ด้านหน้า แม้จะมีดีไซน์ที่แตกต่างจากเดิมไปบ้าง มีความนุ่มนวลมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็มีการจัดวางตำแหน่งและการใช้งานที่เหมือนกันกับ Nokia 6270 และ Nokia 6111


เมื่อเลื่อนฝาสไลด์ขึ้นไป ก็จะพบกับแผงปุ่มกดตัวเลข ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้วรู้สึกได้ว่าทำมาจากวัสดุเกรดดี รู้สึกเหมือนกึ่งยางกึ่งพลาสติก จึงทำให้เวลากดใช้งานแล้วรู้สึกนุ่มนวลมากเป็นพิเศษ ส่วนแถบลายโครเมียมด้านใน แม้จะใช้งานอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้แผงปุ่มกดดูมีลวดลายสวยงามหรูหรามากขึ้นนั่นเอง


ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีอะไรนอกจากปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง ซึ่งมีขนาดค่อนข้างเรียวเล็ก จึงกดได้ค่อนข้างลำบาก


ปุ่มนี้ นอกจากจะใช้เพื่อเปิด-ปิดเครื่องแล้ว ในขณะที่ Standby อยู่ ก็สามารถใช้สำหรับเลือก Profiles หรือล็อคปุ่มกดได้ด้วย


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องก็ไม่มีอะไรมากเช่นกัน นอกจากช่องสำหรับเสียบ Adapter ชาร์จไฟ และอินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อแบบ Pop-Port ตามแบบฉบับของโทรศัพท์มือถือจากค่ายโนเกียนั่นเอง


เมื่อได้สังเกตและสัมผัสดู จะพบว่าที่ขอบด้านข้างของตัวเครื่องรวมถึงด้านล่างของตัวเครื่องนี้ จะหุ้มด้วยวัสดุที่มีลักษณะกึ่งยางกึ่งพลาสติก ซึ่งช่วยให้สัมผัสมีความรู้สึกนุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง


ทั้ง Adapter ชาร์จไฟ, หูฟังแบบ Stereo หรือสาย USB Data Cable สามารถเชื่อมต่อได้ตรงบริเวณด้านล่างของตัวเครื่องนี้


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะพบกับปุ่มกดสำหรับใช้งาน Push-to-Talk หรือกดค้างเอาไว้เพื่อเข้าโปรแกรมบันทึกเสียง ถัดมาเป็น Infrared Port ซึ่งด้านในของตำแหน่งนี้ก็มีลำโพง Loudspeaker ติดตั้งอยู่ด้วย และสุดท้าย ที่ด้านขวาสุดคือช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD Card


ปุ่มกดสำหรับใช้งาน Push-to-Talk แม้ว่าระบบในประเทศไทยจะยังไม่สมบูรณ์ในขณะนี้ แต่อย่างน้อยการกดปุ่มนี้ค้างไว้ก็ช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันบันทึกเสียงได้อย่างรวดเร็ว ส่วน Infrared Port ในตอนนี้อาจจะดูไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับ Bluetooth แต่ในการใช้งานบางอย่างก็อาจจำเป็นต้องใช้ Infrared Port อยู่บ้างเหมือนกัน และที่ตรงนี้ยังมีลำโพง Loudspeaker ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นลำโพงแบบเดี่ยวของ Nokia 6280 นี้ ไม่เหมือนกับลำโพง Loudspeaker ของ Nokia 6270 ซึ่งเป็นแบบ 2 ลำโพงอยู่ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของตัวเครื่อง หรือที่เรียกว่า Dual Loudspeaker นั่นเอง ซึ่งในจุดนี้ทำให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงของ Nokia 6280 มีคุณภาพเป็นรอง Nokia 6270 อยู่พอสมควร


ช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ miniSD Card ถูกปิดด้วยฝาปิดสีดำลักษณะเรียวยาว ทำจากวัสดุกึ่งยางกึ่งพลาสติก


จากการทดสอบเปิด-ปิดฝานี้ดูก็พบว่าสามารถเปิด-ปิดได้ง่าย โดยอาจเอานิ้วงัดตรงด้านที่มีร่องขึ้นมาเบาๆ แต่อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงความแข็งแรงแล้ว ก็ดูเหมือนฝาปิดนี้จะไม่ค่อยแข็งแรงมั่นคงเท่าใดนัก ดูแล้วค่อนข้างบอบบาง หากใช้ไม่ระวัง ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ง่าย


ลักษณะด้านข้างของตัวเครื่อง เมื่อเลื่อนฝาสไลด์ขึ้นไป ก็ถือว่าดูดีและสวยงามไม่น้อย


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ก็จะพบกับดีไซน์แบบเรียบๆ มีปุ่มกดอยู่เพียง 2 ปุ่มคือ ปุ่มสำหรับเข้าใช้งานกล้องดิจิตอล และปุ่มสำหรับเพิ่ม-ลดระดับเสียง


ทั้งปุ่มกดสำหรับเข้าใช้งานฟังก์ชันกล้องดิจิตอล และปุ่มกดสำหรับเพิ่ม-ลดระดับเสียง ต่างก็ทำมาจากวัสดุพลาสติกเกรดดี กดได้ง่าย มีความนุ่มนวลและกดแล้วรู้สึกมั่นคงแข็งแรงดี


เมื่อเลื่อนฝาสไลด์ขึ้นไป ก็ดูดีและสวยงามไม่แพ้ที่ด้านซ้ายเช่นกัน


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง จะพบกับการดีไซน์ที่ดูคล้ายกับกล้องดิจิตอล โดยประกอบไปด้วยตัวหนังสือที่พิมพ์ไว้ว่า Nokia 2 MEGAPIXEL, กระจกสะท้อนภาพขนาดเล็กสำหรับใช้งานขณะถ่ายภาพตนเอง, ไฟ LED Flash และเลนส์กล้องดิจิตอลซึ่งมีกรอบโครเมียมล้อมรอบเอาไว้ โดยดีไซน์ลักษณะนี้ ก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ Nokia 6111 หรือ Nokia 6270 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ส่วนวัสดุพื้นผิวสีดำนั้น ไม่ถึงกับเป็นวัสดุมันวาวเหมือนกับ Nokia 6111 จึงน่าจะเกิดรอยเปื้อน คราบมัน หรือรอยขีดข่วนได้ยากกว่า


หากได้ลองจับถือตัวเครื่องในลักษณะนี้เดินถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ คงจะมีใครหลายๆ คนนึกว่ากำลังถือกล้องดิจิตอลอยู่เป็นแน่


ตรงส่วนที่เป็นกล้องดิจิตอล ทั้งกระจกสะท้อนภาพ, ไฟ LED Flash และเลนส์กล้อง แม้จะดูแล้วสวยงามหรูหรา แต่ในขณะเดียวกันผู้ใช้ก็ควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้ดีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตรงบริเวณกรอบโครเมียมที่ล้อมรอบเลนส์กล้อง ซึ่งมีลักษณะนูนออกมา ดังนั้นเวลาวางเครื่องก็ควรจะทำอย่างระมัดระวังและนุ่มนวลเป็นพิเศษ


เมื่อสไดล์ฝาขึ้นไป และดูที่ด้านหลัง ก็จะเห็นส่วนที่เป็นลักษณะของรางเลื่อนของฝาสไลด์อย่างชัดเจน ซึ่งมีการทำขอบโครเมียมไว้ให้ดูสวยงามไม่เรียบจนเกินไป และบริเวณพื้นที่ตรงกลางก็มีโลโก้ของยี่ห้อโนเกียปั้มเอาไว้ด้วย

เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่


ฝาหลังของ Nokia 6280 นั้นค่อนข้างปิดไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีอาการโยกคลอนให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามการเปิดฝาหลังนั้นก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยปกติแล้วใช้มือเพียงข้างเดียวก็สามารถดันฝาเปิดออกได้แล้ว แต่เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับฝาหลัง จึงแนะนำให้เปิดโดยใช้สองมือน่าจะดีกว่า เนื่องจากจะช่วยกระจายแรงไม่ให้ตกไปอยู่ที่จุดเดียว โดยให้มือทั้งสองข้างประคองเครื่องไว้ แล้วนำนิ้วโป้งสัมผัสและดันฝาหลังขึ้นไปในแนวระนาบอย่างช้าๆ ซึ่งฝาจะเลื่อนได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก ผิดกับการดันโดยใช้มือข้างเดียวซึ่งต้องออกแรงกดหรือแรงดันมากและมีความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อฝาหลังมากกว่า


เมื่อเปิดฝาหลังออกมา ที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีลักษณะดังภาพ ซึ่งหากเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายจริง น่าจะดูสะอาด ประณีตหรือเรียบร้อยกว่านี้บ้างไม่มากก็น้อย


ช่องสำหรับใส่ SIM Card นั้นสังเกตได้ง่าย การใส่ก็เพียงแต่ใส่ให้ขั้วโลหะสัมผัสตรงตำแหน่งกันก็เป็นอันใช้ได้


เมื่อนำเแผ่น SIM Card วางไว้ ณ ตำแหน่งที่ถูกต้องดีแล้ว ก็ให้นำฝาโลหะไปปิดล็อคเอาไว้ดังภาพ


เมื่อใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ก็ตามด้วยการใส่ก้อนแบตเตอรี่ ซึ่งการใส่ก็ไม่ได้แปลกไปจากโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไปแต่อย่างใด เพียงนำด้านที่มีขั้วโลหะดันเข้าไปด้านในดังภาพ ดันให้ก้อนแบตเตอรี่อยู่ในช่องใส่ให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จ


หากสังเกตที่ฝาหลังของ Nokia 6280 จะพบว่ามีลักษณะค่อนข้างบาง อาจเกิดความเสียหายได้ง่าย ดังนั้นผู้ใช้จึงควรระมัดระวังในการใช้งานมากเป็นพิเศษ

ความเหมาะมือและน้ำหนัก


Nokia 6280 มีขนาดความสูง 100 มิลลิเมตร, ความกว้าง 46 มิลลิเมตร, ความหนา 21 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 104 กรัม ซึ่งถือว่าทั้งขนาดและน้ำหนักนั้นน้อยกว่า Nokia 6270 ดังนั้นจึงรู้สึกว่ามีขนาดที่กระทัดรัดมากขึ้น อีกทั้งรูปร่างที่โค้งมนมากกว่า จึงรู้สึกมีความกระชับมั่นคงในการจับถือใช้งานมากขึ้น รวมถึงวัสดุที่มีลักษณะเหมือนยางที่คาดรอบด้านข้างของตัวเครื่องก็ยิ่งช่วยเสริมการยึดเกาะได้อีกพอสมควร โดยรวมแล้วจึงถือว่าค่อนข้างจับถือได้ถนัดมือกำลังดี ยิ่งเป็นมือใหญ่ๆ สักหน่อยโดยเฉพาะผู้ชายก็น่าจะกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แต่ถ้าหากเป็นผู้หญิงที่มือเล็กๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าใหญ่ไปสักหน่อยก็เป็นได้


การสไลด์ฝาขึ้น-ลงของ Nokia 6280 ถือว่าทำได้ง่ายกว่า Nokia 6270 มากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบให้มีขอบนูนขึ้นมาสำหรับใช้นิ้วยึดเกาะเพื่อดันขึ้น-ลงก็ยิ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสไลด์ขึ้น-ลงได้อย่างถนัดมือ ส่วนความมั่นคงของการสไลด์นั้นถือว่าทำได้ดี รู้สึกมั่นคงแข็งแรงมากกว่า Nokia 6270 อยู่พอสมควร สามารถสไลด์ได้อย่างนุ่มนวล ไม่ฝืด ไม่ต้องออกแรงมาก มีสปริงช่วยเสริมแรงอีกทางหนึ่ง และไม่มีอาการคลอนโยกเยกให้เห็นแต่อย่างใด จึงถือได้ว่าระบบกลไกการสไลด์ของ Nokia 6280 ทำออกมาได้ค่อนข้างดี


การจับถือเมื่อเลื่อนฝาสไลด์ขึ้นไปก็ยังสามารถจับถือได้อย่างมั่นคงดีไม่แพ้เมื่อตอนที่ปิดฝาสไลด์อยู่ การใช้งานเวลาโทรจึงค่อนข้างคล่องตัว

เริ่มเปิดเครื่อง


เมื่อเครื่องมีอุปกรณ์ครบถ้วนดีแล้ว ก็พร้อมที่จะเปิดเครื่องใช้งาน โดยการเปิดใช้งานก็สามารถทำได้ไม่ยาก เป็นวิธีการที่คุ้นเคยกันดี คือกดปุ่มที่มีเครื่องหมายวงกลมขีดกลางสีแดงที่ด้านบนของตัวเครื่องค้างเอาไว้ประมาณ 2-3 วินาที เครื่องก็จะเริ่มต้นระบบเพื่อพร้อมสำหรับการใช้งานต่อไป ซึ่งความรวดเร็วในการเปิดเครื่องพร้อมใช้งานนั้น ถือได้ว่าทำได้ค่อนข้างทันใจ ค้นหาสัญญาณได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอนานก็พร้อมที่จะใช้งานแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ปุ่มกดนี้ถือว่ากดได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีขนาดเล็กและมีรูปร่างรียาว หากผู้ใช้คนใดเล็บสั้นก็คงจะกดลงไปได้ลำบากสักหน่อย อีกทั้งยังต้องกดลงไปลึกพอสมควรด้วย


เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก ก็จะพบกับหน้าจอหลัก หรือหน้าจอ Standby ซึ่งมีลักษณะเช่นดังภาพ หรือมีลักษณะอื่นตามแต่ผู้ใช้จะตั้งค่าเอาไว้

ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล


หน้าจอของ Nokia 6280 นั้นเป็นหน้าจอแบบ TFT LCD 262,144 สี ความละเอียด 320 x 240 Pixels หรือความละเอียดระดับ QVGA ซึ่งถือว่าเป็นระดับความละเอียดที่สูงเป็นพิเศษสำหรับหน้าจอของโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป เทียบเท่าโทรศัพท์มือถือประเภท PDA Phones หรือ Pocket PC Phones ทั่วๆ ไปเลยทีเดียว และด้วยขนาดความกว้างยาวของหน้าจอที่น้อยกว่า PDA Phones จึงดูมีความละเอียดมากกว่า ดังนั้นจึงแสดงผลได้ค่อนข้างนุ่มนวลสบายตาจนแทบมองไม่เห็นจุด Pixels เลยทีเดียว สำหรับเรื่องสีสันนั้นอาจจะดูสดใสน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือที่มีจุดเด่นเรื่องหน้าจอบางรุ่นเช่น โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Panasonic ตระกูล VS ซึ่งมีความละเอียดสูงระดับ QVGA เช่นกัน แต่สามารถแสดงสีสันได้ถึง 16 ล้านสี แต่ก็ถือว่ามีสีสันที่สดใสพอใช้ได้ ส่วนระดับความสว่างของหน้าจอน่าเสียดายที่ไม่สามารถปรับได้ แต่เท่าที่ใช้งาน ความสว่างก็ถือว่าค่อนข้างมากพอสมควร การใช้งานทั่วๆ ไปจึงไม่มีปัญหาในการมองเห็น แต่ถ้าหากอยู่ในที่มีแสงจ้ามาก เช่นกลางแดด ก็อาจจะมองเห็นได้ยากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ และสำหรับไฟ Backlight ของแผงปุ่มกดตัวเลข จะเป็นไฟสีขาว ซึ่งมีความชัดเจนปกติดี รวมถึงชุดปุ่มกดที่อยู่ด้านหน้าด้วยเช่นกัน

ปุ่มกด และการตอบสนอง


ปุ่มกดของ Nokia 6280 นั้นถือว่าทำได้ค่อนข้างน่าประทับใจ จากการทดสอบ ทั้งชุดปุ่มกดที่อยู่ด้านหน้า และแผงปุ่มกดตัวเลข เมื่อกดแล้วไม่รู้สึกแข็งกระด้าง มีความนุ่มนวล ไม่ต้องออกแรงมาก และมีการตอบสนองที่แม่นยำรวดเร็ว ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านข้าง อาจจะกดได้ลำบากสักหน่อยนั่นคงเป็นเพราะว่ามีขนาดที่เล็ก แต่ก็ถือว่ามีความนุ่มนวล และไม่ต้องออกแรงมากเช่นกัน สรุปแล้วปุ่มกดของ Nokia 6280 นั้นทำได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ยกเว้นปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่องซึ่งกดค่อนข้างยากเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น และสำหรับความรวดเร็วในการประมวลผล ก็ค่อนข้างน่าประทับใจเช่นกัน เนื่องจากการใช้งานทั่วไปไม่มีอาการอืดหรือหน่วงให้เห็น สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ยกเว้นบางกรณีซึ่งจำเป็นต้องมีการประมวลผลหรือการโอนถ่ายข้อมูลมากเป็นพิเศษ เช่นการถ่ายรูปขนาดใหญ่ซึ่งมีความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels เป็นต้น

เมนูและฟังก์ชันการทำงาน

หน้าตาเมนูและฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ของ Nokia 6280 จะคล้ายกันกับ Nokia 6270 และมี User Interface แบบ Series 40 เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้ใช้ที่เคยใช้โทรศัพท์มือถือ Nokia ที่มี User Interface แบบ Series 40 มาก่อนก็คงสามารถศึกษาการใช้งานได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็น่าจะสามารถศึกษาใช้งานได้ไม่ยากเช่นกัน เนื่องจากเมนูต่างๆ นั้นก็ไม่ได้ซับซ้อนมากมายจนเกินไป


หน้าจอหลัก หรือหน้าจอ Standby แบบปกติ จะสามารถปรับได้ตั้งแต่กำหนดให้ไม่ต้องแสดงอะไรเลย, ให้แสดงข้อมูลของเครือข่าย เช่นตำแหน่งของเสาสัญญาณที่ใกล้เคียง หรือจะให้แสดงเป็นไอคอนปุ่มสำรวจ (ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทาง) ก็ได้เช่นกัน


โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ของโนเกียหลายๆ รุ่นก็ได้นำหน้าจอสแตนด์บายแบบพิเศษแบบพิเศษมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงเมนูใช้งานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือการแสดงสถานะต่างๆ ได้ละเอียดมากกว่าปกติ โดยหากต้องการเลือกเมนูใด ก็สามารถทำได้โดยขณะที่กำลังอยู่ในหน้าจอ Standby ให้ทำการกดปุ่มทิศทางขึ้น หลังจากนั้นผู้ใช้ก็สามารถเลือกเข้าไปยังเมนูต่างๆ ในจากหน้าจอสแตนด์บายแบบพิเศษได้ตามต้องการ


เมื่อกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีหน้าเมนูปรากฏขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้ทำการปิดเครื่อง, เลือก Profiles แบบต่างๆ หรือล็อคปุ่มกด


เมนูใช้งานของ Nokia 6280 นั้นสามารถแสดงผลได้ 2 รูปแบบคือแบบรายการ (List) และแบบตาราง (Grid) ซึ่งมีเมนูหลักให้เลือกใช้งานทั้งหมด 12 เมนูหลัก คือ ข้อความ, รายชื่อ, บันทึก, การตั้งค่า, คลังภาพ, สื่อ, สนทนา (Push-to-Talk), ตารางนัดหมาย, แอปพลิเคชัน, เว็บ, สนทนา และข้อความเสียง

เมนูข้อความ


ในเมนูข้อความมีเมนูย่อยหลักให้เลือกใช้อยู่ทั้งหมด 14 เมนูด้วยกันคือ สร้างข้อความ, ถาดเข้า, แบบร่าง, ถาดออก, รายการที่ส่ง, อีเมล, ข้อความเสียง, ข้อความวีดีโอ, ข้อความข้อมูล, คำสั่งขอใช้บริการ, ลบข้อความ และการตั้งค่าข้อความ 


สามารถสร้างข้อความได้ 5 แบบหลักคือ ข้อความตัวอักษร, มัลติมีเดีย, โปสการ์ด, ข้อความด่วน และข้อความเสียง


ตัวสระ, พยัญชนะ หรือวรรณยุกต์ ภาษาไทยบางตัวมีตำแหน่งที่อยู่ชิดติดกันมากเกินไป เช่น ไม้หันอากาศ, ไม้โท หรือ ไม้เอก เป็นต้น



การสร้างข้อความตัวอักษรมีตัวเลือกให้ใช้งานพอสมควร ไม่มากไม่น้อย เช่นแบบข้อความที่เก็บไว้, การตั้งค่าอายุของข้อความ, การเลือกภาษา, ระบบพจนานุกรมหรือระบบสะกดคำอัตโนมัติภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ตัวอักษรพิเศษ, คำแนะนำการใช้งาน หรือไอคอนแสดงความรู้สึก เป็นต้น


การสร้างข้อความมัลติมีเดีย หรือที่เรียกว่า MMS สามารถแนบตัวอักษร, รูปภาพ, เสียง, วีดีโอคลิป, นามบัตร, บันทึกปฏิทิน หรือภาพนิ่งได้ ซึ่งถือว่ามีความหลากหลายมากกว่าข้อความประเภทอื่น และการส่งข้อความแบบนี้มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน


นอกจากข้อความตัวอักษรและข้อความมัลติมีเดียแล้ว ยังมีการสร้างข้อความอีก 3 ประเภทคือ โปสการ์ด, ข้อความด่วน และข้อความเสียง


นอกจากจะสามารถเปิดดูข้อความได้แล้ว ยังมีตัวเลือกสำหรับจัดการกับข้อความอีกหลายอย่าง เช่น ลบ, ใช้ข้อมูล, ส่งต่อ, แก้ไข, ย้าย, คัดลอกไปยังปฏิทิน, คัดลอกเป็นแม่แบบ หรือการแสดงรายละเอียดของข้อความนั้น เป็นต้น



ในเมนูข้อความนี้ ผู้ใช้สามารถทำการตั้งค่าเพื่อใช้งานรับ-ส่งอีเมลได้ ซึ่งการส่งอีเมลนอกจากจะสามารถส่งเป็นข้อความตามปกติได้แล้ว ยังสามารถรองรับการแนบไฟล์รูปถ่าย, วีดีโอคลิป, ไฟล์เพลง หรือเสียงบันทึกได้อีกด้วย


ข้อความเสียง, ข้อความวีดีโอ และข้อความข้อมูล แม้อาจจะไม่ได้ใช่บ่อยเหมือนข้อความประเภทอื่นๆ แต่ก็มีใส่มาให้เช่นกัน


คำสั่งขอใช้บริการ และการเลือกภาษาที่ต้องการให้แสดงผล ซึ่งในที่นี้เลือกไว้ทุกภาษาที่สามารถรองรับได้ 


เมื่อไม่ต้องการเก็บข้อความเอาไว้ในหน่วยความจำ ผู้ใช้ก็สามารถทำการลบได้ โดยสามารถเลือกลบตามข้อความ, ตามโฟลเดอร์ หรืออาจจะเลือกลบทั้งหมดในคราวเดียวก็สามารถทำได้



เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้แต่ละคน จึงมีการปรับตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้งานข้อความมาให้ เช่นการจัดเก็บข้อความที่ส่ง, ขนาดตัวอักษร, ไอคอนแสดงความรู้สึก, รายงานผลการส่ง, ระยะเวลาของข้อความ หรือการตั้งค่าอีเมล เป็นต้น

เมนูรายชื่อ


ในเมนูรายชื่อมีเมนูย่อยหลักให้ใช้งานอยู่ 7 เมนูคือ ชื่อ, สถานะของผู้ใช้, รายชื่อที่สมัครข้อมูล, การตั้งค่า, กลุ่ม, โทรด่วน และลบรายชื่อทั้งหมด


การแสดงรายชื่อที่บันทึกไว้มีลักษณะที่ไม่แปลกไปจากเดิม และถ้าหากเป็นกลุ่มผู้โทรจะมีไอคอนกลุ่มผู้โทรกำกับไว้ที่ด้านท้ายให้เห็น


การสร้างรายชื่อใหม่ ปกติจะให้ใส่เพียงชื่อ, นามสกุล และเบอร์โทร แต่ถ้าหากต้องการใส่รายละเอียดเพิ่มเติมอีก ก็สามารถใส่เพิ่มได้ โดยที่มีให้เลือกใส่เพิ่มเติมคือ หมายเลข, ที่อยู่สนทนา, ที่อยู่อีเมล, วีดีโอ, โทนเสียง, ที่อยู่เว็บ, ที่อยู่ไปรษณีย์, ID ผู้ใช้, บันทึก และภาพ


หากต้องการค้นหารายชื่อตามตัวอักษร หรือตามคำ ก็สามารถทำได้


จุดเด่นของ Nokia 6280 เรื่องหนึ่งคือสามารถแสดงรูปภาพ หรือแสดงภาพวีดีโอขณะที่มีสายเรียกเข้าได้ โดยหากเป็นรูปภาพก็สามารถแสดงรูปภาพได้แบบเต็มจอ ส่วนหากเป็นวีดีโอ ก็จะแสดงเป็นภาพวีดีโอที่เคลื่อนไหวพร้อมเสียง (เสียงของไฟล์วีดีโอนั้น) เหมือนกับเปิดดูไฟล์วีดีโอตามปกติเลยทีเดียว ซึ่งความสามารถทำนองนี้ น่าจะเป็นที่ถูกใจผู้ใช้อยู่ไม่น้อย



การตั้งค่าเกี่ยวกับรายชื่อ ก็มีมาให้ปรับแต่งอยู่บ้างพอสมควร เช่นสถานะของผู้ใช้, แสดงสถานะในสแตนด์บาย, หน่วยความจำที่ใช้, รูปแบบการแสดงชื่อ หรือการตรวจสอบสถานะของหน่วยความจำที่ใช้ไปและที่เหลืออยู่ เป็นต้น


การตั้งกลุ่มผู้โทรก็ถือเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของโทรศัพท์มือถือทั่วไปในปัจจุบันที่ควรจะมีอีกฟังก์ชันหนึ่ง


ในบางครั้งผู้ใช้ก็ต้องการที่จะตั้งหมายเลขสำคัญที่ต้องการโทรด่วนเอาไว้ใช้งานด้วย ซึ่งก็มีฟังก์ชันมารองรับไว้ให้ โดยสามารถกำหนดหมายเลขโทรด่วนให้กับปุ่มตัวเลขตั้งแต่หมายเลข 3 ถึงหมายเลข 9 ซึ่งรวมแล้วก็เป็น 7 หมายเลขนั่นเอง

เมนูบันทึก


ในเมนูบันทึกมีเมนูย่อยหลักให้เลือกใช้งานอยู่ทั้งหมด 10 เมนูด้วยกันคือ บันทึกการโทร, เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย, เบอร์ที่ได้รับสาย, เบอร์ที่โทรออก, ผู้รับข้อความ, ลบรายการบันทึก, เวลาการโทร, ตัวนับข้อมูลแพคเก็ต, ตัวจับเวลาต่อแพคเก็ต และตัวนับข้อความ


การดูข้อมูลบันทึกประวัติการโทรสามารถดูได้ทั้งแบบรวมทุกประเภท หรือแยกตามประเภท


นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเปิดดูข้อมูลเวลาที่ใช้ในการโทร, การรับ-ส่งข้อมูล, เวลาที่เชื่อมต่อข้อมูล หรือจำนวนข้อความในรูปแบบต่างๆ

เมนูการตั้งค่า


ในเมนูการตั้งค่ามีเมนูย่อยหลักให้เลือกใช้งานอยู่ทั้งหมด 13 เมนูด้วยกันคือ รูปแบบ, ลักษณะ, แบบเสียง, จอแสดงผล, วันและเวลา, ทางลัดส่วนตัว, การเชื่อมต่อ, โทรออก, โทรศัพท์, อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ, การตั้งกำหนดค่า, ความปลอดภัย และเรียกคืนค่าดั้งเดิม



การปรับตั้งค่าเกี่ยวกับรูปแบบหรือ Profiles สามารถปรับแต่งได้หลายอย่าง ได้แก่ เสียงเตือนโทรเข้า, เสียงเรียกเข้า, วีดีโอสายเรียกเข้า, ระดับเสียงกริ่ง, การสั่นเตือน, ตัวเลือกการสนทนา, เสียงแจ้งสนทนา, เสียงสนทนาโทรกลับ, เสียงข้อความเข้า, เสียงเตือนสนทนา, เสียงปุ่มกด, แบบเสียงอื่นๆ, เตือนสำหรับ และชื่อรูปแบบ



หากผู้ใช้ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าตาของการแสดงผล ก็สามารถทำการเปลี่ยน Themes ได้ ซึ่งในเครื่อง Nokia 6280 ที่กำลังทดสอบอยู่นี้มี Themes มาให้เลือกใช้อยู่ 3 รูปแบบคือ Nokia, Ripple และ Zen โดยถ้าหากผู้ใช้ต้องการใช้งาน Themes รูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมได้เองในภายหลัง


การตั้งค่าแบบเสียงเป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับรูปแบบของเสียงที่จะแสดงออกมาเมื่ออยู่ในสถานะการต่างๆ เช่นเมื่อมีสายเรียกเข้า



การตั้งค่าหน้าจอแสดงผลสามารถทำได้ตั้งแต่การตั้งค่าโหมสแตนด์บาย, สแตนด์บายแบบพิเศษ, ภาพพักหน้าจอ, ภาพพื้นหลัง, ประหยัดพลังงาน, โหมดพัก, ขนาดตัวอักษร, ภาพเคลื่อนไหวฝาเลื่อน, สีแบบอักษรสแตนด์บาย, ไอคอนปุ่มสำรวจ หรือเวลาปิดไฟพื้นหลัง เป็นต้น



การตั้งค่าวันและเวลานอกจากจะสามารถตั้งค่าวันและเวลาพื้นฐานได้แล้ว ยังสามารถตั้งค่าได้อีกหลายอย่าง เช่น การรับข้อมูลเวลาอัตโนมัติ, ประเภทนาฬิกา (อะนาล็อก, ดิจิตอล), เขตเวลา, รูปแบบเวลา, แสดงวันที่, รูปแบบวันที่ หรือตัวคั่นวันที่ เป็นต้น


เมื่ออยู่ที่หน้าจอหลักหรือหน้าจอ Standby ชุดปุ่มกดที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง สามารถกดเข้าใช้งานเมนูต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ด้วยตนเองว่าจะให้ปุ่มใดเข้าใช้งานเมนูใหน ทั้งปุ่มเลือกด้านซ้าย, ปุ่มเลือกด้านขวา หรือปุ่มสำรวจ และนอกจากการใช้ปุ่มกดเพื่อเข้าสู่เมนูได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถสั่งเข้าใช้งานเมนูต่างๆ ด้วยเสียงพูดของตนเองได้อีกด้วย



คุณสมบัติการเชื่อมต่อข้อมูลที่สำคัญที่มีอยู่ใน Nokia 6280 ได้แก่ Bluetooth, Infrared Port, EDGE/GPRS และ USB Data Cable ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าพื้นฐานสำหรับการใช้งานด้วยตนเองได้พอสมควร เช่นการตั้งชื่อ Bluetooth, ตั้งค่าจุดเชื่อมต่อข้อมูลแพคเก็ต หรือการตั้งค่าการถ่ายโอนข้อมูล เป็นต้น



การตั้งค่าเกี่ยวกับการโทร ก็มีความสำคัญสำหรับผู้ใช้เช่นกัน เนื่องจากเป็นการใช้งานพื้นฐานของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งใน Nokia 6280 สามารถปรับตั้งค่าได้ตั้งแต่การโอนสาย, รับได้ทุกปุ่ม, เรียกซ้ำอัตโนมัติ, โทรซ้ำออโต้วีดีโอเป็นเสียง, โทรด่วน, สายเรียกซ้อน, ข้อมูลการโทร, ส่งข้อมูลผู้โทร และการจัดการสายของฝาสไลด์


การตั้งค่าเครื่องคือการตั้งค่าการทำงานที่เป็นพื้นฐานของเครื่อง เช่นการตั้งค่าภาษาที่ใช้งาน, สถานะหน่วยความจำ, ล็อคปุ่มกดอัตโนมัติ, ป้องกันปุ่มกด, ข้อความต้อนรับ หรือโหมดเครือข่าย เป็นต้น


การตั้งค่าอุปกรณ์เพิ่มพิเศษ มีให้เลือก 3 ประเภทคือ ชุดหูฟัง, โทรข้อความ และเครื่องชาร์จ


การตั้งกำหนดค่า เป็นเหมือนการตั้งค่าการใช้งานส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเมื่อใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ เช่นการตั้งค่าบัญชีการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือการใช้งานอีเมลเป็นต้น


การตั้งค่าเกี่ยวกับความปลอดภัย มีให้เลือกปรับแต่งหลายประเภทได้แก่ การถามรหัส PIN, การจำกัดการโทร, จำกัดเบอร์, เฉพาะกลุ่ม, ระดับการป้องกัน, รหัสผ่าน, ใบรับรองสิทธิ์, ใบรับรองผู้ใช้ และการตั้งค่าการป้องกัน

เมนูคลังภาพ


ในเมนูคลังภาพเป็นเหมือนการแบ่งกลุ่มไฟล์บันเทิงมัลติมีเดียประเภทต่างๆ เอาไว้ ซึ่งได้แก่ รูปถ่าย, วีดีโอคลิป, ไฟล์เพลง, ลักษณะ, กราฟิก, โทนเสียง, เสียงบันทึก และไฟล์ที่ได้รับ




รูปถ่ายนอกจากจะเปิดดูแบบปกติได้แล้ว ยังสามารถเลือกเปิดดูแบบเต็มหน้าจอได้ด้วย นอกจากนั้นก็ยังสามารถจัดการกับไฟล์รูปถ่ายได้หลายอย่างเช่น ลบ, ส่ง, ย้าย, เปลี่ยนชื่อ, ขยายภาพ, ตั้งความคมชัด รวมถึงการแก้ไขภาพซึ่งสามารถตกแต่งแก้ไขได้หลายลักษณะ ได้แก่ใส่ข้อความ, ใส่เฟรม, ใส่ภาพตัดปะ, ใส่ภาพ และตัดภาพ นอกจากนั้นยังมีตัวเลือกให้สามารถนำภาพไปทำเป็นภาพพื้นหลัง, ภาพพักหน้าจอ หรือเป็นภาพรายชื่อได้ด้วย


การเปิดดูภาพวีดีโอนั้นมีลักษณะที่คล้ายกับการเปิดดูรูปถ่าย คือนอกจากจะเปิดดูแบบปกติได้แล้ว ยังสามารถเปิดดูแบบเต็มจอได้ และมีตัวเลือกให้สามารถนำภาพวีดีโอไปตั้งเป็นภาพพักหน้าจอ, วีดีโอสายเข้า หรือวีดีโอรายชื่อได้ด้วย 


ในกลุ่มของไฟล์เพลงนอกจากจะสามารถดูรายละเอียดของไฟล์เพลงได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเปิดฟังเพลงจากรายชื่อไฟล์เพลงตรงนี้ได้ทันที และสามารถตั้งเป็นแบบเสียง, เสียงเตือนข้อความ, เสียงเตือนสนทนา, เสียงปลุก, เสียงแจ้ง หรือเสียงโทรกลับได้ 


ในกลุ่มของลักษณะ ก็คือที่รวบรวมไฟล์ Themes ที่มีอยู่ในเครื่องไว้นั่นเอง


ในกลุ่มของกราฟิกจะรวมภาพกราฟิกในรูปแบบต่างๆ เอาไว้ โดยแบ่งเป็น ภาพพื้นหลัง, ภาพพักหน้าจอ, ภาพตัดปะ, กรอบรูป และโลโก้นำเสนอ 


ในกลุ่มของโทนเสียงคือที่รวบรวมไฟล์เสียงเรียกเข้าหรือเสียงเตือนต่างๆ เอาไว้

เมนูสื่อ


ในเมนูสื่อ คือที่รวบรวมโปรแกรม หรือฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับความบันเทิงเอาไว้ ได้แก่ กล้อง, เครื่องเล่นสื่อ, เครื่องเล่นเพลง, วิทยุ, เครื่องบันทึก, อีควอไลเซอร์ และขยายเสียงสเตอริโอ

      
      
      
 
ลักษณะหน้าตาของเมนูใช้งานกล้องขณะถ่ายภาพจะมีลักษณะการจัดวางในแนวนอน ซึ่งทำให้ลักษณะท่าทางการจับถือตัวเครื่องของผู้ใช้ขณะถ่ายภาพก็จะดูเหมือนการใช้งานกล้องดิจิตอลจริงๆ ตามไปด้วย และมีไอคอนแสดงสถานะการใช้งานที่สามารถสื่อความหมายได้ดี เช่น โหมดภาพนิ่ง, โหมดวีดีโอ, จำนวนรูปภาพที่ถ่ายได้, ความยาววีดีโอที่ถ่ายได้, ระดับการซูมภาพ, ความละเอียดของภาพถ่าย, ความละเอียดของภาพวีดีโอ, โหมดกลางคืน, ไฟแฟลช, ตัวตั้งเวลา หรือถ่ายภาพต่อเนื่อง เป็นต้น


เครื่องเล่นสื่อนอกจากจะสามารถเปิดเล่นไฟล์เพลงหรือไฟล์วีดีโอได้ตามปกติแล้ว ยังสามารถรองรับการรับชมรายการบันเทิงแบบ Streaming ได้ด้วย เช่นการดูรายการโทรทัศน์ หรือฟังรายการวิทยุผ่านทางระบบเครือข่าย เป็นต้น ซึ่งน่าเสียดายที่ระบบเครือข่ายในประเทศไทยยังไม่ได้มีระบบ WCDMA หรือ UMTS ซึ่ง Nokia 6280 สามารถรองรับได้ มิเช่นนั้น การใช้บริการประเภทนี้ก็น่าจะได้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น


เครื่องเล่นเพลงนั้นก็มีไว้สำหรับการเปิดไฟล์เพลงขึ้นมาฟัง ซึ่งฟังก์ชันการทำงานก็ไม่แตกต่างจากเครื่องเล่นสื่อเท่าไรนัก เพียงแต่จะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามเรียบร้อยกว่าเท่านั้น



วิทยุ FM ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Nokia 6280 ซึ่งวิทยุ FM ของ Nokia 6280 นี้รองรับระบบเสียงทั้งแบบ Stereo และ Mono รวมถึงสามารถรองรับการใช้งานระบบ Visual Radio ได้ด้วย สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของวิทยุ FM นี้ก็เช่น สามารถบันทึกสถานีได้ 20 สถานี, การตั้งชื่อสถานี, การตั้งค่าความถี่โดยมีจุดทศนิยม 2 หลัก, การกำหนดให้เสียงออกทางลำโพง หรือระบบค้นหาคลื่นสัญญาณอัตโนมัติ เป็นต้น และในการใช้งานนั้นหากไม่ได้ต่อสายหูฟังเอาไว้ ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือที่มีวิทยุรุ่นอื่นๆ เนื่องจากการรับคลื่นวิทยุต้องอาศัยสายหูฟังเป็นเสาอากาศนั่นเอง และหากกลับไปที่หน้าจอสแตนด์บายในขณะที่กำลังฟังวิทยุอยู่ ก็จะมีการแสดงสถานะของการใช้งานวิทยุให้เห็นที่หน้าจออีกด้วย


ฟังก์ชันบันทึกเสียงสามารถบันทึกเสียงได้นานไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม


ด้วยอีควอไลเซอร์แบบ 5-band หรือ 5 ย่านความถี่ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปแบบของเสียงเพลงได้ตามต้องการ ซึ่งในเครื่องมีรูปแบบตั้งมาให้แล้ว 5 รูปแบบด้วยกันคือ ปกติ, ป๊อป, ร็อค, แจ๊ส และคลาสสิค โดยนอกจากนี้ยังมีอีก 2 รูปแบบที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เองได้ตามใจชอบ


การเลือกให้มีการขยายเสียงแบบสเตอริโอ จะช่วยจำลองให้ลำโพง Loudspeaker ของ Nokia 6280 ซึ่งมีอยู่ลำโพงเดียว มีเสียงที่ออกมาเป็นแบบสเตอริโอได้ แต่เท่าที่ทดสอบฟังดู ก็แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลยก็ว่าได้

เมนูสนทนา (Push-to-Talk)


ในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่หลายๆ รุ่น เริ่มที่จะใส่ฟังก์ชัน Push-to-Talk เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นการสื่อสารกันในรูปแบบที่คล้ายกับวิทยุสื่อสาร แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายในประเทศไทยก็ยังไม่ได้มีบริการออกมารองรับการใช้งาน Push-to-Talk อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด โดยในเมนูสนทนา (Push-to-Talk) นี้ประกอบไปด้วยเมนูย่อยหลักคือ เปิดการสนทนา, ถาดเข้าโทรกลับ, รายการช่อง, รายการรายชื่อ, เพิ่มช่อง, การตั้งค่าสนทนา, การตั้งกำหนดค่า และเว็บ

เมนูตารางนัดหมาย


เมนูตารางนัดหมาย เป็นที่รวบรวมโปรแกรมใช้งานที่ช่วยจัดการชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ซึ่งประกอบไปด้วยเมนูย่อยหลักคือ นาฬิกาปลุก, ปฏิทิน, สิ่งที่ต้องทำ, บันทึก, ตัวนับถอยหลัง และนาฬิกาจับเวลา


นาฬิกาปลุกเป็นฟังก์ชันพื้นฐานอีกอย่างหนึ่งที่ควรจะมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งใน Nokia 6280 นี้สามารถปรับแต่งค่าพื้นฐานสำหรับการทำงานพื้นฐานได้พอสมควร เช่น การตั้งเวลาปลุก, การเตือนซ้ำหรือปลุกวันซ้ำ, เสียงปลุก หรือการกำหนดเวลาเลื่อนปลุก เป็นต้น



ปฏิทินสามารถแสดงผลได้ 2 รูปแบบคือแบบรายเดือนและแบบรายอาทิตย์ ซึ่งในแต่ละวันสามารถสร้างบันทึกไว้ได้ 5 ประเภทคือ นัดหมาย, โทร, วันเกิด, บันทึก และเตือนความจำ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดวันเริ่มสัปดาห์ได้ และสามารถกำหนดการลบบันทึกแบบอัตโนมัติได้ด้วย


สิ่งที่ต้องทำคือข้อมูลการบันทึกหรือวางแผนล่วงหน้าว่ามีอะไรต้องทำต่อไปบ้าง, มีความสำคัญแค่ไหน และมีวันหรือเวลาครบกำหนดเมื่อไหร่


การจดบันทึกนั้นจะช่วยจดจำข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ต้องการจะบันทึกเก็บเอาไว้ดูในภายหลัง ซึ่งมีลักษณะการใช้งาน หรือวิธีการพิมพ์ข้อความที่คล้ายกันกับการสร้างข้อความตัวอักษรนั่นเอง


นาฬิกานับเวลาถอยหลังก็มีใส่มาให้ด้วย ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายสถานการณ์


นอกจากนาฬิกานับเวลาถอยหลังแล้ว ยังมีนาฬิกาจับเวลามาให้ด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถจับเวลาแยกเป็นหลายๆ ส่วนได้

เมนูแอปพลิเคชัน


ในเมนูแอปพลิเคชัน ซึ่งก็คือจาวาแอปพลิเคชัน จะมีแอปพลิเคชัน 2 ประเภทคือ เกมส์ และแอปพลิเคชันสำหรับใช้งาน



เกมส์ที่มีติดตั้งมาให้ใน Nokia 6280 จะมีอยู่ทั้งหมด 3 เกมส์ ซึ่งประกอบไปด้วยเกม Golf Tour ซึ่งเป็นเกมส์ตีกอล์ฟแบบ 3 มิติที่มีกราฟิกสวยงาม, เกม Rally 3D ซึ่งเป็นเกมส์แข่งรถแบบ 3 มิติที่เอาไว้เล่นเพลินๆ และสุดท้ายคือเกม Snake III ซึ่งเป็นเกมงูยอดฮิตที่คราวนี้มาในรูปแบบของ 3 มิติ


ในส่วนของแอปพลิเคชันใช้งาน จะประกอบไปด้วยเครื่องคิดเลข, เวลาทั่วโลก และโปรแกรมแปลงหน่วย 


โปรแกรมเครื่องคิดเลขมีฟังก์ชันคำนวณมาให้ใช้งานหลากหลายพอสมควร และนอกจากนั้นยังสามารถใช้คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ด้วย


นาฬิกาแสดงเวลาทั่วโลก สามารถเทียบเวลาได้ 4 เมืองพร้อมกัน และผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเมืองที่ต้องการเทียบเวลาได้ตามต้องการ