Nokia 6131 Review & Focus
The
Power of a Touch
Review
Date (23-June-2006)
โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับจาก Nokia ตระกูล 61xx ก่อนหน้านี้ก็ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ 6170, 6101, 6103 หรือ 6125 ซึ่งแต่ละรุ่นก็ได้มีการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเครื่องต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ
จนมาถึง 6131 รุ่นนี้ ก็มีคุณสมบัติหรือความสามารถที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าด้วยเช่นกัน
เช่น หน้าจอที่สามารถแสดงผลได้ละเอียดและมีสีสันสดใสมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เป็นต้น ส่วนเรื่องของรูปร่างหน้าตา ก็มีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ
บ้าง เช่นฝาพับด้านหน้าที่ดูสั้นขึ้นมาอย่างตั้งใจ
หรือปุ่มกดสำหรับการเปิดฝาพับที่ด้านข้าง
เป็นต้น
ในขณะที่ทำบทความรีวิวอยู่นี้ 6131 ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วระยะหนึ่ง
ซึ่งผลตอบรับที่ผู้ใช้มีต่อ 6131 นั้นก็ถือว่าค่อนข้างดี
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อเทียบคุณสมบัติที่มีอยู่ค่อนข้างครบเครื่อง กับราคาเปิดตัวเพียง
10,550 บาท จึงทำให้เป็นที่ถามถึงในหมู่ผู้ใช้จำนวนมาก
และอีกประการอาจเป็นเพราะว่า เมื่อนำไปเทียบกับรุ่นที่ออกมาในระยะใกล้เคียงกันอย่าง
6125 ซึ่งมีคุณสมบัติโดยรวมใกล้เคียงกัน แต่ทว่าหน้าจอของ
6131 นั้นมีคุณสมบัติของการแสดงผลที่ดีกว่าอย่างมาก
ทั้งในเรื่องของความละเอียด และสีสัน ในขณะที่ราคาของ
6131 แพงกว่าเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น (ราคาเปิดตัวของ
6125 คือ 10,290 บาท) จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะมองข้าม
6125 ไป แล้วมุ่งความสนใจมาที่ 6131 รุ่นนี้แทน
อย่างไรก็ตามก็ยังมีผู้ที่กำลังหาข้อมูลในการใช้งานของ
6131 ว่าจริงๆ แล้วดีหรือไม่อย่างไร เพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ
เพราะฉะนั้นทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ก็อาสาเป็นตัวแทนในการทดสอบการใช้งาน
6131 ให้ทุกท่านได้ติดตามชมกันครับ
อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง
อุปกรณ์ที่มีมาให้พร้อมกับชุดขายมาตรฐานของ Nokia 6131 จะประกอบไปด้วย
ตัวเครื่อง Nokia 6131, แบตเตอรี่แบบ Lithium
Ion รุ่น BL-4C ขนาดความจุ 820 mAh จำนวน
1 ก้อน, หูฟังแบบ Stereo รุ่น HS-23 จำนวน
1 เส้น, สาย Adapter ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น AC-3U
จำนวน 1 เส้น และคู่มือการใช้งาน จำนวน 1
เล่ม ซึ่งอุปกรณ์มาตรฐานที่มีแถมมาให้นี้
ดูแล้วยังไม่ครบถ้วนเท่าไหร่นัก หลักๆ ที่ขาดไปก็เห็นจะเป็นสาย
USB Data Cable หรือการ์ดหน่วยความจำ เป็นต้น
ซึ่งผู้ใช้ต้องการใช้งานก็คงจะต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมมาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง
และนี่ก็อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาขายของ
6131 ดูไม่แพงมากก็เป็นได้
เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง
เมื่อได้เห็นตัวเครื่องของ Nokia 6131
ครั้งแรกจากรูปถ่ายตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็ดูเหมือนว่าตัวเครื่องน่าจะดูใหญ่พอสมควร
แต่เมื่อได้เห็นกับตัวจริงแล้วก็พบว่าตัวเครื่องก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตแต่อย่างไร
แต่ก็ไม่ได้เล็กมากเช่นกัน เป็นฝาพับที่มีขนาดปานกลาง
ไม่หนามากและไม่บางมาก และเมื่อได้สัมผัสกับตัวเครื่องก็พบว่าวัสดุที่นำมาใช้นั้นก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดี
แม้ว่าจะไม่ได้ดีมากที่สุดอย่างรุ่นแพงๆ อีกหลายรุ่นก็ตาม
น้ำหนักตัวเครื่องก็ยังถือว่ายังอยู่ในระดับที่เบา
แม้จะไม่ถึงกับเบามากก็ตาม ส่วนดีไซน์ตัวเครื่องจะออกไปทางเรียบหรู
มากกว่าที่จะเน้นความเป็นแฟชั่น
 เครื่อง
6131 ที่ได้มาทดสอบนี้ เป็นสีบรอนซ์เงิน โดยที่ด้านหน้าของตัวเครื่องดูแล้วมีดีไซน์ที่สวยงามดี
แม้ไม่ได้เน้นแฟชั่นอะไรมากมาย แต่ก็ดูเรียบหรู
โดยมีลักษณะของเส้นกรอบโครเมียมมันวาว รวมถึงขอบโครเมียมที่เลยมาด้านล่าง ที่ตัดกันกับพื้นผิวสีด้าน
ซึ่งในที่นี้คือสีบรอนซ์เงิน ส่วนองค์ประกอบที่เห็นจากด้านหน้านี้
ก็ไม่มีอะไรมากมายนัก เริ่มตั้งแต่ด้านบน
จะมีเลนส์กล้องดิจิตอลซึ่งถ่ายภาพได้ละเอียด
1.3 ล้านพิกเซล และถัดมาที่ตรงกลางก็จะเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด
1.36 นิ้ว และที่ด้านล่างสุดก็คือสไตล์เฉพาะของรุ่นนี้
คือขอบโครเมียมที่มีลักษณะเหมือนลิ้นยื่นเลยออกมา
ซึ่งผู้ใช้บางคนก็มองว่าสวย บางคนก็อาจมองว่าดูแปลกๆ
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน
 เลนส์กล้องดิจิตอลที่อยู่ด้านหน้านี้เป็นแบบฝังตัวอยู่ภายใน
โดยมีแผ่นพลาสติกปิดเอาไว้ให้อยู่ในระนาบเดียวกัน
ทำให้ไม่มีส่วนใดของเลนส์กล้องดิจิตอลยื่นเลยออกมา
และก็น่าจะส่งผลให้เกิดความเสียแก่เลนส์กล้องได้ยาก
เนื่องจากถูกปิดเอาไว้อย่างถาวร
 หน้าจอแสดงผลที่ด้านหน้าขนาด
1.36 นิ้ว ซึ่งเป็นแบบ TFT LCD 262,144 ความละเอียด
128 x 160 Pixels โดยดูตามคุณสมบัติแล้วก็น่าจะเป็นหน้าจอด้านนอกที่แสดงผลได้ดีเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามดูผลงานกันต่อไปเมื่อตอนเปิดเครื่องใช้งาน
 ขอบโครเมียมมันวาวที่ยื่นออกมาทางด้านล่างมีลักษณะที่ดูเหมือนลิ้น
ซึ่งผู้ใช้บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมจึงไม่ทำให้ฝาพับด้านหน้าปิดได้พอดีกับตัวเครื่องด้านล่าง
โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ความตั้งใจนี้น่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบดีไซน์ให้ดูสวยงามมีสไตล์เฉพาะตัวเสียมากกว่า
เพราะดูแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้การใช้งานดีขึ้นแต่อย่างใด
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
ก็จะมีลักษณะที่เรียบๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
นอกจากโลโก้ยี่ห้อ Nokia ซึ่งติดอยู่กับฝาหลัง
โดยโทนสีจะเป็นสีด้านทั้งหมด ไม่มีขอบโครเมียมใดๆ
มาตัดไว้เป็นเส้นสายเหมือนกับด้านหน้า
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง
ก็จะพบกับปุ่มควบคุมสำหรับการใช้งานหลายส่วน
เริ่มตั้งแต่ที่ด้านบนสุด จะเป็นปุ่มกดสำหรับเปิดฝาเครื่องซึ่ง
6131 เป็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับรุ่นแรกของ
Nokia ที่มีปุ่มสำหรับเปิดฝานี้ ถัดมาที่บริเวณแถบสีดำมันตรงกลาง
ด้านซ้ายสุดจะเป็นลำโพง Loudspeaker ถัดมาปุ่มตรงกลางก็จะเป็นปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องหรือเลือก
Profiles และปุ่มด้านขวาสุดก็จะเป็นปุ่มสำหรับเปิดใช้งานฟังก์ชันกล้องดิจิตอล
 ปุ่มสำหรับเปิดฝาพับที่อยู่มุมด้านบนนี้
เท่าที่จำได้ น่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับรุ่นแรกที่ทาง
Nokia นำมาใช้ ซึ่งจะใช้งานได้ดีหรือไม่อย่างไรนั้น
จะกล่าวถึงโดยละเอียดในเนื้อหาถัดไป
 ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง
หรือเลือก Profiles และสำหรับเข้าใช้งานฟังก์ชันกล้องดิจิตอล
ในการทดสอบเบื้องต้น ก็พบว่ายังกดได้ไม่ถนัดมือเท่าไหร่นัก
อาจเป็นเพราะว่าปุ่มกดมีลักษณะเรียวเล็ก และค่อนข้างอยู่ในระนาบเดียวกันกับพื้นผิวรอบด้าน
 ลำโพง
Loudspeaker ที่อยู่ตรงมุมด้านล่างนี้ ใช้สำหรับเปล่งเสียงเรียกเข้า
เสียงเตือน หรือเสียงเพลงต่างๆ ซึ่งดูแล้วมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก
แต่ประสิทธิภาพหรือคุณภาพของเสียงที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น
จะกล่าวถึงโดยละเอียดในเนื้อหาถัดไป
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง
ก็จะพบกับการออกแบบดีไซน์ที่คล้ายคลึงกันกับที่ด้านขวา
นั่นคือมีลักษณะของแถบดำมันคาดไว้ที่ตรงกลาง
โดยที่มุมด้านบนสุดของตัวเครื่องด้านนี้ก็คือรูสำหรับร้อยสายคล้อง
ส่วนปุ่มกดที่แถบสีดำก็จะมีอยู่ปุ่มเดียวก็คือ
ปุ่มสำหรับเพิ่มและลดระดับเสียง และที่แถบสีดำที่ด้านขวาก็จะเป็น Infrared Port
 ปุ่มกดสำหรับเพิ่มและลดระดับเสียงนี้
ก็กดได้ยากเล็กน้อยเช่นเดียวกันกับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง
หรือปุ่มกล้องดิจิตอล ที่อยู่อีกด้าน เนื่องจากมีลักษณะคล้ายๆ
กันคือ เรียวเล็ก และค่อนข้างแบนราบไปในระนาบเดียวกันกับตัวเครื่อง
 สำหรับ
6131 นั้นก็มี Infrared Port ติดตั้งไว้ให้ด้วย
ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันการใช้งาน Infrared Port
จะน้อยลงมาก เนื่องจากมี Bluetooth ที่สามารถใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากกว่าเข้ามาแทนที่
แต่ในการใช้งานบางอย่างก็อาจจำเป็นต้องใช้
Infrared Port อยู่เช่นกัน
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านบนของตัวเครื่อง
ก็จะมีลักษณะที่เรียบๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย
โดยที่ด้านซ้ายสุดมีรูสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่
ถัดมาที่ตรงกลางก็เป็นฝาปิดของ Pop-Port และที่ขอบด้านขวาสุดก็จะเป็นรูสำหรับร้อยสายคล้อง
 ฝาสำหรับปิด
Pop-Port สำหรับกันฝุ่น หรือสิ่งสกปรกต่างๆ
นี้ดูแล้วก็มีความแข็งแรงแน่นหนาเป็นอย่างดี
คงไม่สามารถหลุดออกมาได้เองหากผู้ใช้ไม่ตั้งใจเปิดออกมา
 การเปิดฝาปิดของ
Pop-Port นั้นก็สามารถทำได้โดยง่าย เพียงจิกเล็บลงไปที่ขอบบนดังภาพ
แล้วแงะออกมา ก็สามารถเปิดฝานี้ได้แล้ว ซึ่งแกนของฝาปิดของ
Pop-Port นี้จะเป็นวัสดุที่คล้ายกับยางแข็งที่สามารถยืดหยุ่นได้
ดูแล้วก็น่าจะใช้งานได้ทนทานดีอยู่เหมือนกัน
 เมื่อมาดูที่มุมด้านบนสุด
ก็จะพบกับรูสำหรับร้อยสายคล้อง ซึ่งก็มีรูปแบบที่ไม่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใด
ผู้ใช้สามารถนำสายคล้องที่มีขายอยู่ทั่วไปอย่างมากมายหลายรูปมาใช้งานได้โดยง่าย
 เมื่อพลิกมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่อง
ก็จะไม่พบกับปุ่มควบคุม อุปกรณ์ หรือส่วนเชื่อมต่อใดๆ
นอกจากรูปร่างลักษณะของมุมมองด้านนี้ที่เผยอขึ้นเล็กน้อย
ซึ่งโดยส่วนตัวดูแล้วคล้ายกับส่วนหัวของเรืออยู่เหมือนกัน
 การเปิดฝาหน้านั้น
หากเป็นฝาพับรุ่นอื่นๆ ของ Nokia ก่อนหน้านี้
ผู้ใช้จะต้องทำการดึงฝาพับออกมาด้วยตนเอง
แต่ใน 6131 นี้นั้นมีทางเลือกอีกทางที่สะดวกกว่าคือสามารถกดปุ่มสำหรับเปิดฝาพับที่อยู่มุมบนสุดได้
ซึ่งมีลักษณะเป็นกลไกสปริงที่เมื่อผู้ใช้กดแล้ว
ฝาพับด้านหน้าก็จะเด้งออกมา โดยความแรงหรือความนุ่มนวลของการเด้งนั้น
อยู่ในระดับปานกลาง คือไม่รุนแรง ไม่กระด้างหรือไม่เบามากจนเกินไป
ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าน่าพอใจ
 เมื่อกดปุ่มเปิดฝาแล้ว
ฝาพับหน้าด้านหน้าก็จะกางออกมาดังภาพ ซึ่งก็น่าจะช่วยให้สามารถใช้งานแบบมือเดียวได้สะดวกขึ้น
เช่นกรณีของการรับสายที่โทรเข้ามา ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกมือช่วยในการเปิดฝา
แต่อย่างไรก็ดี ในการปิดฝาพับก็คงจะต้องใช้อีกมือช่วยปิดอยู่เหมือนเดิม
 มุมมองของตัวเครื่องเมื่อกางฝาพับออกมา
ก็จะมีลักษณะดังภาพ คือดูสวยแบบเรียบๆ
ไล่ตั้งแต่ด้านบนสุดจะเป็นลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา
ถัดลงมาจะเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 2.2 นิ้ว และที่ด้านล่างก็จะเป็นแผงปุ่มกดต่างๆ โดยสำหรับเครื่องสีบรอนซ์เงินนี้
แผงปุ่มกดด้านในจะเป็นสีขาว รวมถึงกรอบที่ล้อมรอบหน้าจอด้านในก็จะเป็นสีขาวด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ถ้าหากตัวเครื่องเป็นแบบสีดำ แผงปุ่มกดหรือกรอบหน้าจอด้านในนี้ก็จะเป็นสีดำ

 เมื่อมองดูที่ด้านข้างขณะที่กางฝาพับออกมาจะพบว่า
สามารถกางเต็มที่ได้ประมาณ 160 องศาเท่านั้น
ไม่ถึงกับกางได้ 180 องศา แต่การวางมุมระดับประมาณนี้
ก็น่าจะเหมาะสมดีแล้วสำหรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับ
เช่นการใช้งานขณะสนทนา เป็นต้น และเมื่อมองอีกด้านขณะที่กางฝาพับออกมา
ก็จะมีลักษณะการออกแบบดีไซน์ที่คล้ายๆ กัน
 ลำโพงหูฟังสำหรับสนทนา
มีแอบหรูเล็กน้อย โดยดีไซน์ให้มีลักษณะเป็นกรอบโครเมียมมันวาวล้อมรอบลำโพงเอาไว้
เพื่อไม่ให้ดูเรียบเกินไป
 ในส่วนของแผงปุ่มกดทั้งหมดจะล้อมรอบด้านนอกด้วยกรอบโครเมียมมันวาว
และปุ่มกดส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกสีด้าน ในที่นี้คือสีขาว
ซึ่งจากการทดสอบการกดเบื้องต้น ก็พบว่าสามารถกดได้นุ่มมือดี
ความแข็งกระด้างจะลดลงจากรุ่นก่อนหน้านี้พอสมควร โดยในส่วนบนของแผงปุ่มกดก็คือชุดปุ่มควบคุมการทำงาน
ซึ่งประกอบไปด้วย ปุ่ม Softkeys ที่ด้านซ้ายและด้านขวา,
ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งดูแล้วออกแบบได้สวยงามหรูหราดีเนื่องจากมีการทำเป็นวงแหวนโครเมียม
นอกจากนั้นก็ยังมีปุ่มโทรออกหรือรับสาย และสุดท้ายคือปุ่มวางสาย
 แผงปุ่มกดตัวเลข
หรือปุ่มกดตัวอักษร หากเป็นเครื่องศูนย์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย
ก็จะมีตัวอักษรภาษาไทยกำกับเอาไว้ให้ด้วยตามปกติ
โดยปุ่มกดตัวเลขแต่ละปุ่มมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน
ในการทดสอบใช้งานเบื้องต้นจึงพบว่าสามารถกดได้ง่าย
และนอกจากนั้นก็ยังมีความนุ่มนวลมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อยู่พอสมควรอีกด้วย
เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่
 ก่อนที่จะเปิดเครื่องใช้งานได้นั้น
ก็จะต้องมีการใส่แบตเตอรี่ และซิมการ์ด ให้เรียบร้อยดีเสียก่อน
โดยก่อนอื่นให้ทำการเปิดฝาหลังออกมา ซึ่งการเปิดฝาหลังของ
6131 นี้สามารถทำได้โดยง่าย มีวิธีการคล้ายกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ
ไป นั่นคือให้นำนิ้วโป้งกดลงไปบนส่วนกลางของฝาหลังด้วยแรงพอประมาณ
แล้วออกแรงดันขึ้นไป ฝาหลังก็จะเลื่อนออกมาดังภาพ
 เมื่อเปิดฝาหลังของ
6131 ออกมาเรียบร้อยแล้ว ฝาหลัง และที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะเป็นดังภาพ
โดยที่ด้านหลังของตัวเครื่องนี้มีไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ที่สำคัญ
3 อย่างก็คือ ซิมการ์ด, แบตเตอรี่ และการ์ดหน่วยความจำแบบ
microSD Card
 ฝาหลังของ
6131 ทำมาจากพลาสติกเกรดดี ดูแล้วมีความแข็งแรงทนทานและไม่บอบบาง
จึงน่าจะสามารถใช้งานไปได้อย่างยาวนาน
 ฝาหลังของ
6131 มีส่วนที่พิเศษอยู่ส่วนหนึ่ง คือ ที่ส่วนบนจะใช้งานเป็นฝาสำหรับปิด
Pop-Port และรูสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัว
โดยแกนของฝาสำหรับปิด Pop-Port นี้จะทำมาจากยางแข็งที่สามารถยืดหยุ่นได้
ซึ่งดูแล้วก็น่าจะมีความแข็งแรงทนทานดี
 สำหรับ
6131 นั้นสามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มเติมได้
โดยประเภทของการ์ดหน่วยความจำที่ใช้ก็คือ microSD
Card หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า TransFlash
Card นั่นเอง โดยการใส่การ์ดนั้นจะต้องทำการเปิดฝาหลังเสียก่อน
เนื่องจากช่องสำหรับใส่การ์ดจะอยู่ที่ด้านในดังภาพ
และการถอดหรือใส่การ์ดหน่วยความจำของ 6131
นี้จะเป็นแบบ Hot Swap ซึ่งก็คือไม่ต้องปิดเครื่องก่อนก็สามารถถอดหรือใส่การ์ดได้ทันที
 ขั้วโลหะสัมผัสสำหรับก้อนแบตเตอรี่จะเป็นดังภาพ
ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรู้ทิศทางที่ถูกต้องของการใส่ก้อนแบตเตอรี่ได้
 ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดนั้นก็ไม่ได้มีรูปแบบที่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใด
โดยจะมีกรอบในขนาดที่พอดีกับแผ่นซิมการ์ด
และฝาโลหะที่กางเปิดปิดได้สำหรับล็อคแผ่นซิมการ์ดให้อยู่กับที่
ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน
 ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดนั้นมีขนาดและรูปร่างที่พอดีกับแผ่นซิมการ์ด
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ใช้จะใส่ซิมการ์ดผิดด้านอย่างแน่นอน
เพราะหากใส่ผิดด้านก็จะไม่สามารถใส่เข้าไปได้เลย
โดยหลังจากวางแผ่นซิมการ์ดลงในช่องเรียบร้อยแล้ว
ก็ให้นำฝาโลหะไปปิดล็อคไว้ให้เรียบร้อย ดังภาพ
 แบตเตอรี่ของ
6131 นั้นเป็นแบตเตอรี่แบบ Lithium Ion รุ่น
BL-4C ขนาดความจุ 820 mAh ซึ่งมีรูปแบบที่คุ้นเคยกันดี
แต่การใช้งานจะยาวนานมากน้อยแค่ไหนนั้น คงจะต้องติดตามกันต่อในการทดสอบถัดไป
 การใส่ก้อนแบตเตอรี่นั้นก็สามารถทำได้โดยง่าย
โดยมีวิธีที่คล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือทั่วไป
นั่นคือให้ดันก้อนแบตเตอรี่เข้าหาขั้วโลหะ
ด้วยแรงพอประมาณ จนก้อนแบตเตอรี่เข้าตำแหน่งที่เข้าที่เข้าทางดังภาพ
 เมื่อใส่ซิมการ์ด
และก้อนแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีลักษณะดังภาพ
ซึ่งหลังจากนี้ก็เหลือเพียงแค่ปิดฝาหลังให้เรียบร้อยตามเดิม
และก็พร้อมแล้วสำหรับการเปิดใช้งานเครื่องต่อไป
ความเหมาะมือและน้ำหนัก
 เมื่อได้ทำการใส่ซิมการ์ด
และก้อนแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะลองจับถือ 6131
ดูบ้าง อย่างแรกในเรื่องของน้ำหนักประมาณ
112 กรัม ก็ถือว่าไม่ได้เบามากนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหนักแต่อย่างใด
เรียกได้ว่ามีน้ำหนักปานกลางค่อนไปทางเบา
ส่วนขนาดตัวเครื่องเมื่ออยู่ในมือนั้น หากเป็นผู้ที่มีฝามือค่อนข้างใหญ่
ก็น่าจะรู้สึกว่าตัวเครื่อง 6131 นี้มีขนาดที่เล็ก
แต่หากเป็นผู้ที่มีฝ่ามือค่อนข้างเล็กหรือกลางๆ
ก็น่าจะรู้สึกว่าตัวเครื่อง 6131 นี้มีขนาดที่กำลังดี
และสุดท้ายคือเรื่องของวัสดุหรือการประกอบ
เมื่อได้สัมผัสดูก็พบว่า 6131 ใช้วัสดุที่ดี
ถึงแม้ว่าจะไม่ดีเท่าโทรศัพท์มือถือระดับราคาแพงก็ตาม
ส่วนการประกอบนั้นโดยรวมแล้วถือว่าทำได้ประณีตแน่นหนาดี
แต่ทว่าในส่วนของแกนฝาพับนั้นยังสามารถรู้สึกถึงการโยกคลอนได้เล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้โยกคลอนมากมายจนเป็นปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งสำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายจริงนั้นอาจจะมีแกนฝาพับที่แน่นหนากว่านี้ก็เป็นได้
 ความหนาของตัวเครื่องถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง
ไม่ได้ถึงกับหนามาก และไม่ได้ถึงกับบางมาก
 เมื่อจับถือตัวเครื่องขณะกางฝาพับออกแล้ว
ก็ถือว่ามีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก อาจจะค่อนไปทางเล็กเสียด้วยซ้ำหากเป็นผู้ใช้ที่มีมือขนาดใหญ่
แต่สำหรับผู้ใช้โดยทั่วๆ ไปแล้ว ก็น่าจะจับถือได้กำลังพอดีมือ
รู้สึกทะมัดทะแมง และไม่น่าจะพลาดทำหลุดมือได้ง่ายๆ
 เมื่อนำมาเปรียบเทียบขนาดกับบัตรทั่วๆ
ไปก็พบว่ามีความสูงที่ใกล้เคียงกัน ตัวเครื่อง
6131 อาจจะสูงกว่าอยู่เล็กน้อย แต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่ามีขนาดที่เล็กพอประมาณแล้ว
ส่วนความกว้างนั้นจะน้อยกว่าบัตรอยู่พอสมควร
จึงทำให้ 6131 เป็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับที่ดูแล้วไม่ใหญ่เทอะทะ
 ด้วยความเอียงทำมุมของฝาพับประมาณ
160 องศา เมื่อนำมาแนบหูขณะสนทนา ก็น่าจะกำลังพอเหมาะสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ประกอบกับตรงส่วนล่างที่เป็นไมโครโฟนที่ยื่นออกมามากกว่าปกติอีกเล็กน้อย
ก็อาจจะช่วยให้เสียงพูดจากผู้ใช้ชัดเจนขึ้นก็เป็นได้
เริ่มเปิดเครื่อง
 เมื่อใส่ซิมการ์ด
,แบตเตอรี่ และปิดฝาหลังเรียบร้อยดีแล้ว ก็พร้อมที่จะเปิดเครื่องใช้งาน
โดยการเปิดเครื่องนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ด้วยการกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่ด้านข้างของตัวเครื่องดังภาพ
กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดการทำงานขึ้นมา
และพร้อมทำงานด้วยเวลาไม่นานนัก แต่อย่างไรก็ดี
ปุ่มกดนี้อาจจะกดได้ยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่มีนิ้วใหญ่
เพราะปุ่มมีลักษณะเรียวเล็ก และค่อนข้างอยู่ในระนาบเดียวกันกับตัวเครื่อง แต่ก็ไม่ถึงกับยากมากมายเท่าไหร่นัก
 เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ประมาณ
1-2 วินาที เครื่องก็จะเริ่มเปิดการทำงาน
และใช้เวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานไม่นานนัก
เท่าที่ได้ทดสอบดูก็พบว่าระยะเวลาตั้งแต่กดปุ่มเปิดเครื่องจนถึงพร้อมใช้งาน
คือ จนถึงตอนที่สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือได้เรียบร้อย
มีการทำงานที่ค่อนข้างรวดเร็วทันใจ เรียกว่าเพียงอึดใจเดียวก็สามารถใช้งานได้แล้ว
ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล
 หน้าจอแสดงผลของ
Nokia 6131 นี้ถือว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากหน้าจอแสดงผลของโทรศัพท์มือถือฝาพับตระกูล
61xx รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ 6131
ใช้หน้าจอหลักขนาด 2.2 นิ้วแบบ TFT LCD ที่แสดงสีสันได้มากถึง
16 ล้านสี และความละเอียดระดับ QVGA นั่นคือมากถึง
320 x 240 Pixels จึงทำให้สามารถแสดงผลได้คมชัดสดใสขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
รวมถึงหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กขนาด 1.36 นิ้วที่ด้านนอกแบบ
TFTLCD 262,144 สี ความละเอียด 128 x 160
Pixels ซึ่งก็มีความละเอียดและสีสันที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีหากนำไปเปรียบเทียบกับหน้าจอแสดงผลที่มีคุณสมบัติระดับเดียวกันของโทรศัพท์มือถือฝาพับค่าย
Panasonic ก็ยังถือว่า 6131 เป็นรองอยู่เล็กน้อย
สรุปแล้ว หน้าจอแสดงผลของ 6131 นั้นน่าจะทำให้ผู้ใช้ประทับใจในความคมชัดสวยงามได้อย่างแน่นอน
ปุ่มกด และการตอบสนอง
 อย่างที่กล่าวไว้ในเนื้อหาข้างต้นแล้วคือปุ่มกดส่วนใหญ่ของ
6131 นั้นทำมาจากพลาสติกสีด้าน ส่วนปุ่มควบคุมการทำงานแบบ
5 ทิศทางนั้นมีความพิเศษมากว่าปุ่มอื่นๆ ตรงที่มีวงแหวน
และปุ่มตกลงที่เป็นโครเมียมมันวาว ทำให้ดูสวยงามหรูหรามากขึ้น
ซึ่งความรู้สึกเมื่อได้ลองกดปุ่มดูแล้วก็พบว่ามีความนุ่มนวลมากขึ้น
หรือมีความแข็งกระด้างน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าอยู่พอสมควร
ทั้งปุ่ม Softkeys ด้านซ้ายและขวา, ปุ่มรับสาย-โทรออก,
ปุ่มวางสาย และปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทาง
รวมถึงลักษณะหน้าสัมผัสของปุ่มกดแต่ละปุ่มที่ค่อนข้างกว้าง
จึงทำให้สามารถกดใช้งานได้คล่องมือเป็นอย่างดี
ส่วนความรวดเร็วในการประมวลผลนั้น ในการใช้งานฟังก์ชันทั่วไปก็ถือว่ารวดเร็วทันใจดี
แต่ถ้าหากเป็นฟังก์ชันที่ต้องการๆ ประมวลผลมากเป็นพิเศษ
เช่นการถ่ายรูปภาพขนาดใหญ่ หรือการเปิดดูรูปภาพขนาดใหญ่ ก็คงจะต้องอาศัยระยะเวลาในการรอคอยมากกว่าปกติ
 ปุ่มกดตัวเลข
หรือตัวอักษร แต่ละปุ่มถูกวางแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
และแต่ละปุ่มก็มีหน้าสัมผัสที่ค่อนข้างกว้าง
ดังนั้นการกดใช้งานจึงค่อนข้างง่าย รวดเร็ว
และคล่องตัวเป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับเครื่องศูนย์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย
ปุ่มกดจะมีตัวอักษรภาษาไทยกำกับเอาไว้ให้ด้วย
สรุปแล้วประสิทธิภาพในการใช้งานปุ่มกดที่อยู่ด้านในฝาพับของ
6131 นั้นถือว่าค่อนข้างน่าประทับใจ แต่สำหรับปุ่มกดที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง
ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่มกล้องดิจิตอล
และปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ยังถือว่ากดใช้งานได้ค่อนข้างยากสักหน่อย
โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีนิ้วมือใหญ่ เนื่องจากลักษณะของปุ่มกดค่อนข้างเรียวเล็ก
และค่อนข้างอยู่ในระนาบเดียวกันกับตัวเครื่องนั่นเอง
 สำหรับ
6131 นั้นไม่มีเซนเซอร์วิเคราะห์แสงเหมือนกับโทรศัพท์มือถือค่ายเดียวกันอีกหลายๆ
รุ่น ดังนั้นเมื่อมีการกดปุ่มใช้งาน ก็จะมีแสง
Backlight สีฟ้าของแผงปุ่มกดสว่างอยู่ตลอดเวลา
จึงอาจจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าบ้าง
แต่ก็คงจะไม่มากจนเกินไปนัก และสำหรับความชัดเจนของแสง
Backlight นั้นถือว่าชัดเจนเป็นอย่างดี ตัวอักษรหรือตัวเลขคมชัด ไม่มีปัญหาสำหรับการมองเห็นในที่มืดอย่างแน่นอน
เมนูและฟังก์ชันการทำงาน
สำหรับ Nokia 6131 นั้นมีรูปแบบของการแสดงผลเมนูต่างๆ หรือ User
Interface แบบ Series 40 UI ซึ่งคงเป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับผู้ใช้หลายๆ
คนที่เคยใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Nokia เพราะ
User Interface แบบ Series 40 UI ก็เคยถูกนำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือของ
Nokia อีกหลายต่อหลายรุ่นก่อนหน้านี้อยู่แล้ว
 การเข้าใช้งานเมนูพื้นฐานจากหน้าจอ
Standby เริ่มตั้งแต่ การกดปุ่มที่ด้านข้างของตัวเครื่องเพื่อการ
เพิ่ม-ลดระดับเสียง, เข้าใช้งานฟังก์ชันกล้องดิจิตอล
และเลือก Profiles ส่วนปุ่ม Softkeys ทางด้านซ้ายและด้านขวาก็จะเป็นการเข้าเมนูไปที่
และเมนู Bluetooth ตามลำดับ
 ในหน้าเมนูหลัก
ผู้ใช้สามารถเลือกการแสดงผลเมนูได้หลายรูปแบบตามต้องการ
ตั้งแต่แบบรายการ, แบบตาราง, แบบตารางในป้ายกำกับ
และแบบแท็บ ซึ่งการใช้งานก็จะสะดวกแตกต่างกันออกไป
และหากผู้ใช้ต้องการที่จะย้ายตำแหน่งของเมนูใดเมนูหนึ่งก็สามารถทำได้เช่นกัน
เมนูข้อความ
เมนูข้อความ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน
และการจัดการเกี่ยวกับข้อความเอาไว้ โดยมีหมวดหลักให้ผู้ใช้เลือกใช้อยู่ดังนี้คือ
สร้างข้อความ, ถาดเข้า, ฉบับร่าง, ถาดออก,
รายการที่ส่ง, รายการที่จัดเก็บ, รายงานการส่ง,
อีเมล, สนทนา, ข้อความเสียง, ข้อความข้อมูล,
คำสั่งขอใช้บริการ, ลบข้อความ และการตั้งค่าข้อความ
การสร้างข้อความ สามารถสร้างได้ 4 รูปแบบคือ
ข้อความตัวอักษร, ข้อความัลติมีเดีย, ข้อความด่วน
และข้อความคลิปเสียง


 การสร้างข้อความตัวอักษรถือว่าเป็นรูปแบบของข้อความที่ได้รับความนิยมสูงสุด
โดยฟังก์ชันต่างๆ สำหรับการสร้างข้อความที่มีอยู่ใน
6131 นั้นก็มีลักษณะที่คล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือ
Series 40 UI ของ Nokia หลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้
ซึ่งฟังก์ชันพื้นฐานที่มีก็มีอยู่ครบถ้วน
เช่น การส่ง, แสดงตัวอย่าง, ลบช่องข้อมูล,
ใส่ชื่อ, ใส่เบอร์, ใส่รอยยิ้ม, วาง, การเลือกภาษาที่เขียน,
ใช้ตัวสะกดคำ, ใช้แม่แบบข้อความ, เปลี่ยนประเภทข้อความ,
การจัดเก็บเป็นแม่แบบ หรือการตั้งค่าการส่ง
เป็นต้น
 ข้อความมัลติมีเดีย
หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าข้อความแบบ MMS ก็มีฟังก์ชันพื้นฐานหลายอย่างที่คล้ายกันกับที่มีอยู่ในการสร้างข้อความตัวอักษร
รวมถึงมีฟังก์ชันพิเศษสำหรับการสร้างข้อความมัลติมีเดียโดยเฉพาะ
ซึ่งตัวอย่างฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการสร้าางข้อความมัลติมีเดียก็เช่น
การส่ง, แสดงตัวอย่าง, ใส่ตัวอักษร, ใส่ภาพ,
ใส่วีดีโอคลิป, ใส่เสียง, ใส่นามบัตร, ใส่บันทึกปฏิทิน,
ใส่ภาพนิ่ง, ลบออก, ใช้แม่แบบข้อความ, ย้ายสไลด์,
การจับเวลาภาพนิ่ง, เปลี่ยนประเภทข้อความ,
จัดเก็บข้อความ, จัดเก็บเป็นแม่แบบ, จบการเขียน,
ไปที่ฟิลด์บนสุด หรือไปที่ฟิลด์ล่างสุด เป็นต้น
 นอกจากผู้ใช้จะสามารถสร้างข้อความตัวอักษร
และข้อความมัลติมีเดียได้แล้ว ก็ยังสามารถสร้างข้อความได้อีก
2 รูปแบบคือ ข้อความด่วน และข้อความคลิปเสียง
โดยสำหรับข้อความด่วนนั้นก็จะมีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายกันกับการสร้างข้อความตัวอักษร
เพียงแต่จะสามารถพิมพ์ข้อความได้สั้นกว่า
ส่วนข้อความคลิปเสียงก็จะเป็นลักษณะของการบันทึกเสียงแล้วส่งไปยังผู้รับ
เมนูย่อยในเมนูข้อความ นอกจากเมนูสร้างข้อความ
ก็จะมีอีกหลายเมนู เช่น ถาดเข้าซึ่งเอาไว้สำหรับเก็บบันทึกข้อความที่ได้รับ,
ฉบับร่างซึ่งเก็บบันทึกข้อความที่ยังสร้างไม่เสร็จ,
ถาดออกซึ่งเก็บบันทึกข้อความที่ยังส่งไม่สำเร็จ,
รายการที่ส่งซึ่งเก็บข้อความที่ส่งไปเรียบร้อยแล้ว,
รายงานการส่งซึ่งเก็บรายการสถานะต่างๆ ของการรับ-ส่งข้อความ,
อีเมล, สนทนา, ข้อความเสียง, ข้อความข้อมูล,
คำสั่งขอใช้บริการ หรือการลบข้อความ เป็นต้น
 ในการลบข้อความ
ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะลบทีละข้อความ,
ลบทั้งโฟลเดอร์ หรือลบทั้งหมดในคราวเดียว
 ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าสำหรับการใช้งานเกี่ยวกับข้อความได้หลายอย่าง
เช่น การตั้งค่าทั่วไป, ข้อความตัวอักษร,
ข้อความมัลติมีเดีย, ข้อความอีเมล, จัดเก็บข้อความที่ส่ง,
แทนที่ในรายการที่ส่ง, ขนาดอักษร, รอยยิ้มแบบกราฟิก,
รายงานผลการส่ง, ศูนย์ข้อความ, ศูนย์อีเมล,
ระยะเวลาของข้อความ หรือรูปแบบของการส่งข้อความ
เป็นต้น
เมนูรายชื่อ
เมนูรายชื่อ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชัน
หรือการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้
เช่น การค้นหารายชื่อ, การแสดงสถานะของผู้ใช้,
การสร้างหรือแก้ไขรายชื่อ, การตั้งค่าใช้งาน,
การจัดการกลุ่มผู้โทร, การโทรด่วน, การซิงโครไนส์,
การลบรายชื่อ, การย้าย หรือคัดลอกรายชื่อ
เป็นต้น
การค้นหารายชื่อที่ต้องการข้อมูล อย่างง่ายที่สุดก็คือการไล่ดูเรียงตามรายการลงมาเรื่อยๆ
แต่หากมีรายชื่อเยอะมาก ก็จะเสียเวลามาก แต่ผู้ใช้ก็สามารถค้นหารายชื่อจากตัวอักษรได้
ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ค้นหารายชื่อที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
 การสร้างรายชื่อหรือผู้ติดต่อรายการใหม่
ก็มีลักษณะที่คล้ายกันกับโทรศัพท์มือถือ Series
40 ค่าย Nokia อีกหลายๆ รุ่น ซึ่งผู้ใช้สามารถใส่รายละเอียดปลีกย่อยของผู้ติดต่อได้หลายอย่าง
ตั้งแต่ ชื่อ, นามสกุล, เบอร์โทร, เบอร์บ้าน,
ที่อยู่สนทนา, ที่อยู่อีเมล, โทนเสียง, ที่อยู่เว็บ,
บริษัท, ตำแหน่ง, ชื่อทางการ, ชื่อเล่น, ที่อยู่ไปรษณีย์,
ID ผู้ใช้, วันเกิด, บันทึก และภาพ
 หากผู้ใช้ต้องการที่จะแยกกลุ่มของผู้ติดต่อออกจากกันเพื่อความสะดวกในการค้นหาหรือจัดการ
ก็สามารถสร้างกลุ่มของผู้ติดต่อขึ้นมาใหม่ได้เอง
สำหรับ Nokia 6131 นี้นอกจากจะสามารถแสดงรูปภาพขณะที่มีสายเรียกเข้า
(Picture Caller ID) แบบเต็มหน้าจอได้แล้ว
ยังสามารถแสดงภาพวีดีโอขณะที่มีสายเรียกเข้า
(Video Caller ID) ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสามารถที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของ
Nokia 6131
 ผู้ใช้สามารถเรียกดูสถานะส่วนตัว
และสถานะส่วนรวมได้ รวมถึงสามารถแก้ไขหรือตั้งค่าสถานะของผู้ใช้ได้

การตั้งค่าสำหรับการใช้งานของเมนูรายชื่อ
ก็มีอยู่หลายส่วน เช่น การเลือกหน่วยความจำที่ใช้บันทึก,
รูปแบบการแสดงกลุ่มรายชื่อ, รูปแบบของการแสดงชื่อ,
ขนาดของตัวอักษร หรือการแสดงสถานะของหน่วยความจำ
เป็นต้น

การกำหนดหมายเลขโทรด่วน สามารถทำได้ทั้งหมด
8 หมายเลข นั่นคือตั้งแต่ปุ่มกดหมายเลข 2
ถึง 9 นั่นเอง
 หากผู้ใช้ต้องการที่จะลบรายชื่อจากหน่วยความจำเครื่อง
หรือซิมการ์ด ก็สามารถทำได้โดยง่าย รวมถึงการคัดลอดรายชื่อจากเครื่องไปที่ซิมการ์ด
หรือจากซิมการ์ดไปที่เครื่อง ก็มีฟังก์ชันรองรับการใช้งานส่วนนี้ไว้ให้เช่นกัน
เมนูบันทึก
เมนูบันทึก คือเมนูที่รวมรวมฟังก์ชัน,
เก็บข้อมูล หรือการจัดการ เกี่ยวกับประวัติการโทร
หรือการเชื่อมต่อข้อมูลเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น
บันทึกการโทร, เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย, เบอร์ที่โทรออก,
ผู้รับข้อความ, ลบรายการบันทึก, เวลาการโทร,
ตัวนับข้อมูลแพคเก็ต, ตัวจับเวลาแพคเก็ต,
บันทึกข้อความ และตำแหน่ง
นอกจากที่ผู้ใช้จะสามารถเรียกดูรายการที่บันทึกไว้แยกแต่ละประเภท
เช่น เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย, เบอร์ที่ได้รับสาย
หรือ เบอร์ที่โทรออก ได้แล้ว ยังสามารถดูหน้ารวมของทุกประเภทได้ด้วย
และแต่ละรายการที่บันทึกก็สามารถเรียกดูรายละเอียดได้
เช่นเวลาที่โทร หรือระยะเวลาที่ใช้ เป็นต้น
 นอกจากผู้ใช้จะสามารถดูรายการประวัติของการโทรแต่ละประเภทได้แล้ว
ยังสามารถดูเวลารวมที่ใช้ไปในแต่ละประเภทได้ด้วย
เช่นเวลาที่ใช้ล่าสุด, เวลาที่โทรเข้า, เวลาที่โทรออก,
เวลาการโทรรวม รวมถึงดูประมาณข้อมูลที่ใช้
ทั้งข้อมูลที่ส่งล่าสุด, ข้อมูลที่รับล่าสุด,
ข้อมูลที่ส่งทั้งหมด, ข้อมูลที่รับทั้งหมด
และสามารถดูบันทึกเกี่ยวกับข้อความได้ด้วย
ทั้งข้อความตัวอักษรที่ส่ง, ข้อความมัลติมีเดียที่ส่ง,
ข้อความตัวอักษรที่ได้รับ, ข้อความ MMS ที่ได้รับ
หากผู้ใช้ต้องการที่ลบบันทึกประวัติการโทร,
ลบเวลา, ลบประวัติการใช้ข้อมูล หรือต้องการตั้งตัวนับใหม่
ก็สามารถทำได้ โดยก่อนที่จะลบได้นั้น ผู้ใช้ต้องทำการใส่รหัสผ่านให้ถูกต้องเสียก่อน
ซึ่งตามปกติแล้วหากผู้ใช้ไม่ได้ไปตั้งรหัสผ่านใหม่
ก็ให้ใช้รหัสผ่านปกติคือ 12345
เมนูการตั้งค่า
เมนูการตั้งค่า คือเมนูที่รวมรวมเมนูย่อยสำหรับการตั้งค่าพื้นฐานของการใช้งานเครื่องในส่วนต่างๆ
เอาไว้ ได้แก่ รูปแบบ, ลักษณะ, แบบเสียง,
จอแสดงผลหลัก, จอเล็ก, วันและเวลา, ทางลัดส่วนตัว,
การเชื่อมต่อ, โทรออก, โทรศัพท์, อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ,
การตั้งกำหนดค่า, ความปลอดภัย และการเรียกคืนค่าดั้งเดิม
การตั้งค่ารูปแบบ หรือ Profiles ก็มีลักษณะที่คล้ายหรือเหมือนกันกับโทรศัพท์มือถือ
Series 40 รุ่นอื่นๆ โดยสามารถปรับแต่งค่าได้ตั้งแต่
เสียงเตือนโทรเข้า, เสียงเรียกเข้า, ระดับเสียงกริ่ง,
วิดีโอของสายเข้า, เอฟเฟ็กต์แสง, การสั่นเตือน,
ตัวเลือกเสียงสนทนา, เสียงแจ้งสนทนา, เสียงสนทนาโทรกลับ,
เสียงข้อความเข้า, เสียงเตือนสนทนา, เสียงปุ่มกด,
แบบเสียงอื่น, เสียงแอปพลิเคชัน และเตือนสำหรับ
 ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือกราฟฟิกของการแสดงผลเพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายกับการแสดงผลแบบเดิมๆ
ได้ด้วย Themes ซึ่งใน 6131 นี้มี Themes
มาให้เลือกใช้อยู่ 5 รูปแบบคือ Nokia, Billiard,
Blue Guitar, Snake และ Soccer ดังภาพ
นอกจากการตั้งค่าเกี่ยวกับเสียงในแต่ละ
Profiles ได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเลือกตั้งค่าแบบเสียงจากเมนูการตั้งค่าแบบเสียงได้ด้วย
 การตั้งค่าสำหรับจอแสดงผลหลัก
มีตั้งแต่การตั้งค่าโหมดสแตนด์บาย, ภาพพักหน้าจอ,
การประหยัดพลังงาน, ขนาดของตัวอักษร, ภาพพื้นหลัง,
ภาพเคลื่อนไหวฝาพับ, สีแบบอักษรสแตนด์บาย,
ไอคอนปุ่มสำรวจ และเวลาปิดไฟพื้นหลัง
นอกจากที่ผู้ใช้จะสามารถตั้งค่าใช้งานสำหรับหน้าจอแสดงผลหลักได้แล้ว
ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานสำหรับจอเล็กที่ด้านนอกได้ด้วย
โดยการตั้งค่าที่สามารถทำได้ก็คือ ภาพพื้นหลัง,
ภาพพักหน้าจอ, ประหยัดพลังงาน, ภาพเคลื่อนไหวฝาพับ
และเวลาปิดไฟพื้นหลัง

 การตั้งค่าวันและเวลา
ก็เป็นการตั้งค่าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากค่าวันและเวลามักจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในฟังก์ชันหรือโปรแกรมต่างๆ
มากมาย โดยการตั้งค่าที่ผู้ใช้สามารถทำได้คือ
ตั้งเวลา, ตั้งวันที่, เลือกรับข้อมูลวันเวลาอัตโนมัติ,
ประเภทนาฬิกา, เขตเวลา, รูปแบบเวลา และรูปแบบของการแสดงวันที่
 การตั้งค่าเกี่ยวกับทางลัด
ก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเมนูหรือฟังก์ชันการทำงานต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยทางลัดที่สามารถกำหนดได้ก็มีตั้งแต่
ปุ่ม Softkeys ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา, แถบปุ่มลัด
และปุ่มสำรวจ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดได้เองทั้งหมดว่าจะให้เมนูหรือฟังก์ชันใดบ้างมาอยู่ในทางลัด
การสั่งงานด้วยเสียงก็นับเป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งที่มักจะมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
Nokia รุ่นใหม่หลายๆ รุ่น ซึ่งการสั่งงานด้วยเสียงก็คือการที่ผู้ใช้ออกเสียงพูดของตัวเองเพื่อสั่งให้เครื่องประมวลผลฟังก์ชัน,
เข้าใช้งานเมนู หรือโปรแกรมตามที่กำหนดไว้

การเชื่อมต่อข้อมูลของ 6131 ที่มีมาให้ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน
ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, Infrared, EDGE/GPRS,
การถ่ายโอนข้อมูล หรือสาย USB Data Cable
ซึ่งการตั้งค่าใช้งานของการเชื่อมต่อแต่ละแบบก็ไม่ยุ่งยากซับ
ทั้งผู้มือเก่าและผู้ใช้มือใหม่
การตั้งค่าสำหรับการโทรออก ประกอบไปด้วย การโอนสาย,
รับได้ทุกปุ่ม, รับสายโดยการเปิดฝา, เรียกซ้ำอัตโนมัติ,
โทรด่วน, สายเรียกซ้อน, ข้อมูลการโทร, ส่งข้อมูลผู้โทร
การตั้งค่าเครื่อง หรือตั้งค่าโทรศัพ์
จะประกอบไปด้วย การตั้งค่าภาษา, ป้องกันปุ่มกด,
ข้อความต้อนรับ, อัพเดตโทรศัพท์, เลือกผู้ให้บริการ,
ยืนยันบริการซิม, ตัวช่วยแนะนำเมนู และเสียงเปิดเครื่อง
การตั้งค่าอุปกรณ์เพิ่มพิเศษ จะประกอบไปด้วยการตั้งค่าชุดหูฟัง,
โทรข้อความ, เครื่องชาร์จ และเครื่องช่วยฟัง
การตั้งกำหนดค่า จะประกอบไปด้วย การตั้งกำหนดค่าที่ตั้งไว้,
ใช้ค่าที่ตั้งไว้ในทุกแอปพลิเคชัน, จุดเชื่อมต่อที่ต้องการ,
ต่อเว็บสนับสนุนผู้ให้บริการ, การตั้งค่าตัวจัดการอุปกรณ์
และการตั้งค่าส่วนบุคคล

 การตั้งค่าความปลอดภัย
หรือการตั้งค่าป้องกัน จะประกอบไปด้วย ถามรหัส
PIN, การจำกัดการโทร, จำกัดเบอร์, เฉพาะกลุ่ม,
ระดับการป้องกัน, รหัสผ่าน, รหัสที่ใช้, ใบรับรองสิทธิ์,
ใบรับรองผู้ใช้ และการตั้งค่าการป้องกัน
เมนูคลังภาพ
เมนูคลังภาพ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันสำหรับการเปิดดู
หรือการจัดการกับไฟล์บันเทิง หรือไฟล์มัลติมีเดียประเภทต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์รูปถ่าย, ไฟล์วีดีโอคลิป,
ไฟล์เพลง, ไฟล์ลักษณะ, ไฟล์กราฟิก, ไฟล์โทนเสียง,
ไฟล์เสียงบันทึก และไฟล์ที่ได้รับ
 ในการเปิดดูไฟล์
หรือโฟลเดอร์ต่างๆ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนมุมมองได้ตามความถนัด
และยังสามารถตรวจสอบพื้นที่ของหน่วยความจำที่ว่างหรือที่ใช้ไปได้อีกด้วย

 นอกจากผู้ใช้จะสามารถเปิดดูรูปถ่าย
หรือรูปภาพ ได้ตามปกติแล้ว ยังมีทางเลือกในการจัดการกับรูปภาพได้อีกหลายอย่าง
เช่น การดูรูปภาพแบบเต็มจอ, การลบรูปภาพ,
การส่งรูปภาพ, การย้ายรูปภาพ, การเปลี่ยนชื่อรูปภาพ,
การขยายรูปภาพ, การตั้งความคมชัดของรูปภาพ
หรือการแก้ไขรูปภาพ เช่นใส่ข้อความ, ใส่เฟรม,
ใส่ภาพตัดปะ, ใส่ภาพ หรือตัดภาพ เป็นต้น และผู้ใช้ยังสามารถกำหนดให้ใช้รูปภาพเป็นภาพพื้นหลัง,
ภาพพักหน้าจอ, ภาพรายชื่อ หรือภาพประจำกลุ่มรายชื่อ
ได้ด้วย
 การเปิดดูไฟล์วีดีโอสามารถเลือกเปิดดูแบบปกติ
หรือแบบเต็มจอก็ได้ นอกจากนั้นก็ยังสามารถจัดการกับไฟล์วีดีโอได้อีกหลายอย่าง
เช่น ลบ, ส่ง, ย้าย, เปลี่ยนชื่อ, ปิดเสียง,
ตั้งความคมชัด หรือการใช้งานไฟล์วีดีโอเป็นภาพพักหน้าจอ,
วีดีโอสายเข้า หรือวีดีโอรายชื่อ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 ไฟล์กราฟฟิกประเภทอื่นๆ
ที่มีอยู่เครื่อง นอกจากไฟล์รูปภาพหรือรูปถ่าย
และไฟล์วีดีโอแล้ว ก็ยังมีไฟล์ประเภทพิเศษปลีกย่อยอีกหลายประเภท
ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ธีม, ไฟล์ภาพพื้นหลัง, ไฟล์ภาพพักจอ,
ไฟล์ภาพตัดปะ, ไฟล์กรอบรูป และไฟล์โลโก้นำเสนอ

เมื่อเข้าไปในโฟลเดอร์ของโทนเสียง จะมีการแบ่งเป็นโฟลเดอร์ย่อย
2 โฟลเดอร์คือ เสียงเรียกเข้า และเสียงเตือน
โดยจำนวนของเสียงเรียกเข้า หรือเสียงเตือนที่มีมาให้แต่เดิมในเครื่อง
ก็มีอยู่เยอะพอสมควร และเสียงเหล่านี้ก็สามารถนำมาใช้เพื่อเป็น
แบบเสียง, เสียงเตือนข้อความ, เสียงเตือนสนทนา,
เสียงแจ้ง, เสียงโทรกลับ, เสียงปลุก หรือเสียงปฏิทินได้
 ในโฟลเดอร์ไฟล์ที่ได้รับ
คือโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ที่ผู้ใช้โหลดเข้ามาไว้ในหน่วยความจำในภายหลังด้วยตนเอง
เช่นไฟล์เพลงต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากเป็นไฟล์เพลง
ก็สามารถนำมาใช้งานเป็น แบบเสียง, เสียงเตือนข้อความ,
เสียงเตือนสนทนา, เสียงแจ้ง, เสียงโทรกลับ,
เสียงปลุก หรือเสียงปฏิทินได้ เช่นเดียวกันกับไฟล์เสียงที่มีอยู่ในโฟลเดอร์เสียงเรียกเข้า
หรือเสียงเตือน นั่นเอง
เมนูสื่อ
เมนูสื่อ คือเมนูที่รวบรวมโปรแกรม หรือฟังก์ชันการทำงานเกี่ยวกับความบันเทิง
หรือมัลติมีเดีย เอาไว้ ได้แก่ กล้อง, วีดีโอ,
เครื่องเล่นสื่อ, เครื่องเล่นเพลง, วิทยุ,
เครื่องบันทึก, อีควอไลเซอร์ และขยายเสียงสเตอริโอ
หน้าจอแสดงผลขณะที่ใช้งานกล้องดิจิตอล
ก็จะประกอบไปด้วยไอคอนแสดงสถานะการทำงาน หรือการปรับตั้งค่าต่างๆ
ของการใช้งานกล้องดิจิตอล เช่น โหมดการใช้งานกล้องดิจิตอล
(ภาพนิ่ง หรือวีดีโอ), จำนวนรูปภาพทั้งหมดที่สามารถถ่ายได้,
ระดับการซูมขยาย, ความละเอียดของรูปภาพ, ตัวตั้งเวลา
หรือการถ่ายภาพต่อเนื่อง เป็นต้น
เอฟเฟ็กต์ที่มีมาให้ผู้ใช้เลือกใช้ นอกจากการถ่ายภาพแบบปกติ
ก็คือ สีลวงตา, เฉดสีเทา, ซีเปีย, เนกาทีฟ และโซลาไรส์
คุณภาพของการถ่ายภาพนิ่งสามารถเลือกได้
3 ระดับคือ ระดับสูง, ระดับปกติ และระดับธรรมดา
ส่วนความละเอียดของรูปภาพนั้นสามารถเลือกได้
6 ระดับ คือ 1024 x 1280, 960 x 1280, 600
x 800, 480 x 640, 240 x 320 และ 120 x 160
Pixels
ซึ่งก็ถือว่าหลากหลายพอสมควร
สำหรับภาพวีดีโอ ก็สามารถเลือกระดับของคุณภาพได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นระดับสูง, ระดับปกติ หรือระดับธรรมดา
ส่วนความละเอียดของภาพวีดีโอนั้นสามารถเลือกได้
2 ระดับคือ 176 x 144 Pixels (QCIF) และ 128
x 96 Pixels (subQCIF)

การตั้งค่าเพิ่มเติมอื่นๆ ในการถ่ายภาพนิ่ง
หรือภาพวีดีโอก็มีอีกบ้างพอสมควร เช่น เวลาในการแสดงภาพตัวอย่าง
ซึ่งเลือกได้ตั้งแต่ ไม่แสดงตัวอย่าง, 3 วินาที,
5 วินาที, 10 วินาที หรือจบการดูตัวอย่างด้วยตนเอง
และนอกจากนั้นยังมีการเลือกเปิด-ปิดเสียงกล้อง,
การเลือกชื่อไฟล์ที่บันทึก และการเลือกประเภทของหน่วยความจำที่ต้องการเก็บบันทึกไฟล์
ซึ่งเลือกได้ทั้งหน่วยความจำภายในเครื่อง
และการ์ดหน่วยความจำ
 หน้าจอแสดงผลขณะใช้งานถ่ายภาพวีดีโอ
ก็จะมีการแสดงสถานะหลายอย่างที่คล้ายกันกับการถ่ายภาพนิ่ง
เช่น โหมดการใช้งานกล้องดิจิตอล (ภาพนิ่ง
|