TMC Point

  8.58

การออกแบบดีไซน์

  8.0

ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

  8.5

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

 8.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  9.5

ความคุ้มค่าต่อราคา

  8.5

 
   

Nokia 6120 Classic Review & Focus
Build for the speed of life
Review Date (07-October-2007)

เพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง สำหรับ Nokia 6120 Classic โทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.2  โดยในเรื่องของกระแสตอบรับนั้น  ตั้งแต่ได้วางจำหน่ายมาจนถึงขณะนี้ก็ถือว่ามีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดี  นั่นอาจเป็นเพราะว่า 6120 Classic เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถค่อนข้างครบถ้วน และมีราคาขายที่ไม่สูงจนเกินไปนั่นเอง โดยราคาเปิดตัวครั้งแรกที่จำหน่ายตามศูนย์ใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 9,500 บาท หรือหากเป็นร้านทั่วไปตามแหล่งขายมือถือใหญ่ๆ เช่นห้างมาบุญครอง ราคาก็จะต่ำกว่านี้ไม่มากก็น้อย และแม้ว่าในเรื่องของลูกเล่นบางอย่างจะสู้สมาร์ทโฟนตระกูล NSeries ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากมาย

ความสามารถโดยทั่วไปของ 6120 Classic นอกจากความเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Symbian OS แล้ว ก็ยังมีความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกไม่น้อย เช่น รองรับระบบ 3G/HSDPA, มี EDGE/GPRS/Bluetooth, ดูหนังฟังเพลงได้, มีวิทยุ FM ในตัว, หน้าจอ  QVGA 16 ล้านสี, กล้อง 2 ล้านพิกเซล, รองรับ microSD Card และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งดูโดยคร่าวๆ แล้วจะเห็นว่าเป็นโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ค่อนข้างครบเครื่องในราคาไม่สูงจนเกินเอื้อม แต่การใช้งานจริงๆ จะดีหรือไม่อย่างไรนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปในบทความรีวิวนี้

Nokia 6120 Classic Video Review & Focus
 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 6120 Classic ตอนที่ 1
 ข้อมูลเบื้องต้น

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 6120 Classic ตอนที่ 2
 ลักษณะทางกายภาพ

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 6120 Classic ตอนที่ 3
 เมนูใช้งานหลัก

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 6120 Classic ตอนที่ 4
 ฟังก์ชันที่น่าสนใจ

 

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง


อุปกรณ์มาตรฐานของ Nokia 6120 Classic ที่เป็นเครื่องศูนย์ไทยนั้นจะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง Nokia 6120 Classic, แบตเตอรี่ Li-Ion รุ่น BL-5B ความจุ 890 mAh จำนวน 1 ก้อน, ที่ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น AC-4U จำนวน 1 อัน, หูฟังแบบ Stereo รุ่น HS-47 จำนวน 1 เส้น, การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ขนาด 256 MB จำนวน 1 อัน, แผ่นซีดีโปรแกรม PC Suite จำนวน 1 แผ่น, สาย Data Cable รุ่น DKE-2 จำนวน 1 เส้น และสุดท้ายคือคู่มือการใช้งานภาษาไทย-อังกฤษ จำนวน 1 เล่ม ซึ่งจากอุปกรณ์มาตรฐานที่แถมมาให้กับ Nokia 6120 Classic นี้ก็ถือว่าครบถ้วนเพียงพอต่อการใช้งานเป็นอย่างดี

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง

รูปลักษณ์โดยทั่วไปของ Nokia 6120 Classic จะเป็นโทรศัพท์มือถือแบบแท่งที่ออกแบบให้ดูสวยหรูแบบเรียบๆ และมีความคลาสสิคแฝงเข้ามาด้วยตามชื่อรุ่น บวกกับวัสดุที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกสีดำมัน หรือโครเมียมมันวาว และถ้าดูกันที่ขนาดก็จะพบว่ามีขนาดที่ค่อนข้างกระทัดรัด ไม่ใหญ่เทอะทะ ดูไปแล้วก็ใกล้เคียงกับโทรศัพท์มือถือแบบแท่งทั่วไป และความบางแม้อาจจะไม่ถึงกับบางเฉียบ แต่ถ้าเทียบกับโทรศัพท์มือถือประเภทเดียวกันก็ถือว่าบางพอสมควรแล้ว ส่วนสัมผัสที่ได้จากตัวเครื่องจะสัมผัสได้ถึงความเป็นพลาสติกเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความบอบบางแต่อย่างใด


เมื่อดูที่ด้านหน้าของตัวเครื่องจะเห็นการออกแบบดีไซน์ที่ดูเรียบๆ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมขอบที่โค้งมนตามสไตล์ทั่วไปของโทรศัพท์มือถือทรงแท่ง แต่อย่างไรก็ตามก็มีเส้นสายหรือองค์ประกอบที่ช่วยให้ดูไม่เรียบหรือน่าเบื่อจนเกินไป โดยมีการนำสีบรอนซ์เงิน และโครเมียมมันวาว มาตัดกับสีดำมันได้ค่อนข้างลงตัว เมื่อไปดูกันที่ด้านบนสุดจะพบกับเลนส์กล้องดิจิตอลที่ใช้งานสำหรับการสนทนาพร้อมภาพวิดีโอหรือทีเรียกกันว่า Video Calling ซึ่งหากจะนำมาถ่ายภาพก็สามารถทำได้เช่นกันโดยเฉพาะการถ่ายภาพตนเอง ถัดมาเป็นลำโพงหูฟังที่มีไว้สำหรับฟังขณะสนทนา เมื่อมองมาที่บริเวณตรงกลางจะพบกับปุ่มกดควบคุมต่าง ไล่ไปตั้งแต่ ปุ่มเข้าเมนู, ปุ่มเลือกซ้าย-ขวา, ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มวางสาย, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งมีลักษณะเป็นวงแหวนโครเมียมที่ดูสวยงาม และที่ด้านขวาสุดคือปุ่มลบ สุดท้ายที่บริเวณด้านล่างจะเป็นแผงปุ่มกดตัวเลขที่ทำมาจากพลาสติกสีดำมัน ซึ่งวัสดุหรือพื้นผิวประเภทนี้น่าจะเกิดรอยเปื้อน หรือรอยขีดข่วนได้ง่าย ส่วนการจัดเรียงตำแหน่งนั้นก็มีลักษณะตามปกติเหมือนกับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะพบกับพื้นผิวที่มีสีดำมันเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเกิดรอยเปื้อนได้ง่าย ส่วนองค์ประกอบที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่องนี้จะประกอบไปด้วย ไฟแฟลชสำหรับให้ความสว่างขณะถ่ายภาพ และที่อยู่ใกล้ๆ กันก็คือเลนส์กล้องดิจิตอล ซึ่งถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2 ล้านพิกเซล ส่วนพื้นที่ๆ อยู่ด้านล่างก็คือฝาหลังของที่ใส่แบตเตอรี่ กับซิมการ์ดนั่นเอง


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะใช้วัสดุสีดำด้าน ซึ่งเท่าที่สัมผัสดูก็น่าจะเป็นวัสดุที่มีคุณภาพดี และแข็งแรงพอสมควร ส่วนองค์ประกอบที่อยู่ทางด้านนี้จะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่มลดระดับเสียงที่ด้านบน และที่ด้านล่างจะก็จะเป็นปุ่มที่มีรูปกล้องดิจิตอล ซึ่งมีไว้สำหรับใช้งานกล้องดิจิตอล


ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีพื้นผิวสีดำด้านเช่นเดียวกันกับทางด้านขวา ซึ่งองค์ประกอบที่อยู่ทางด้านซ้ายนี้จะประกอบไปด้วยลำโพงในตัวสำหรับให้เสียงต่างๆ เช่นเสียงเรียกเข้า หรือเสียงเพลง เป็นต้น ซึ่งวางตำแหน่งอยู่ทางด้านบน ส่วนความดังหรือความไพเราะของเสียงจากลำโพงนี้จะเป็นอย่างไรนั้น จะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่งในเนื้อหาถัดๆ ไป


เมื่อมองลงมาทางด้านล่างถัดจากลำโพง จะพบกับช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำ ซึ่งรองรับหน่วยความจำแบบ microSD Card ที่กำลังเป็นที่กำลังนิยมนำมาใช้กันในโทรศัพท์มือถือยุคนี้ โดยช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำนี้จะถูกปิดไว้ด้วยฝาปิด ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ไม่ยากนัก โดยใช้เล็บจิกเข้าไปที่ร่องเล็กๆ ตรงปลายของฝาปิด และงัดขึ้นมาเบาๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดฝา แล้วนำ microSD Card มาใส่ได้แล้ว


ที่ส่วนหัว หรือด้านบนของตัวเครื่องจะไม่มีองค์ประกอบอะไรมากนัก นอกจากปุ่มเปิด-ปิดเครื่องเพียงอย่างเดียว ซึ่งดูไปแล้วทางโนเกียก็ออกแบบดีไซน์ปุ่มตรงนี้ให้ดูทันสมัยได้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะพบกับส่วนเชื่อมต่อต่างๆ 3 ส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ที่ด้านซ้ายสุด จะเป็นช่องสำหรับเสียบสาย Data Cable ซึ่งหากเป็นสายมาตรฐานที่แถมมาให้ก็จะเป็นสายรุ่น DKE-2 โดยจะมีลักษณะของอินเทอร์เฟสแบบ miniUSB  ถัดมาที่ตรงกลางจะเป็นช่องสำหรับต่อสายหูฟังขนาด 2.5 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าหากต้องการนำแจ๊คหูฟังที่มีขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาต่อใช้งานก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องอาศัยตัวแปลงร่วมด้วย  สุดท้ายที่ด้านขวาสุดจะพบกับช่องสำหรับต่อสายชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งหัวแจ๊คของที่ชาร์จรุ่น AC-4U นี้จะเป็นหัวขนาดเล็ก

เริ่มใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่


การใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่สำหรับ Nokia 6120 Classic นั้นสามารถทำได้ไม่ยาก จะมีขั้นตอนวิธีการที่คล้ายคลึงกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป นั่นคือถอดฝาหลังออกก่อน โดยให้นำนิ้วโป้งดันลงไปอย่างมั่นคงที่ฝาหลัง หลังจากนั้นให้ออกแรงเลื่อนนิ้วโป้งในทิศทางเข้าหาตัวเอง หากไม่มีอะไรผิดพลาด ฝาหลังก็จะเลื่อนออกมาได้โดยง่าย


เมื่อเปิดฝาหลังออกมาแล้วก็จะพบกับช่องว่างสำหรับใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป ส่วนลักษณะของฝาหลังนั้นจะทำมาจากพลาสติกสีดำทั้งหมด โดยมีความหนา และแข็งแรงอยู่พอสมควร


เมื่อมองดูที่ด้านล่างซ้ายจะพบกับช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดซึ่งมีฝาโลหะปิดอยู่ ดังนั้นการที่จะนำซิมการ์ดใส่เข้าไปก็จะต้องเปิดฝาโลหะออกมาเสียก่อน จากนั้นก็ให้นำแผ่นซิมการ์ดวางลงไปให้พอดีกับช่องโดยสังเกตทิศทางจากมุมที่เป็นหัวตัดของซิมการ์ด เมื่อวางซิมการ์ดลงในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ก็ให้ปิดฝาโลหะลงไป แล้วใช้นิ้วดันไปข้างหน้าเพื่อทำการล็อคให้เข้าที่

 
การใส่แบตเตอรี่ควรใส่ซิมการ์ดให้เรียบร้อยเสียก่อนเนื่องจากก้อนแบตเตอรี่ต้องอยู่ด้านบน โดยเมื่อใส่ซิมการ์ดเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำก้อนแบตเตอรี่มาวางไว้ให้ถูกตำแหน่งภายในช่อง โดยสังเกตทิศทางจากขั้วโลหะที่อยู่บริเวณด้านบนของช่องใส่ เมื่อวางก้อนแบตเตอรี่ได้อย่างถูกทิศทางแล้วก็ให้ดันก้อนแบตเตอรี่ลงไปในช่องให้เรียบร้อย


เมื่อทำการใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีลักษณะดังภาพ จากนั้นก็ให้นำฝาหลังมาปิดเอาไว้ตามปกติเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานเครื่องต่อไป

ความเหมาะมือ ขนาด และน้ำหนัก


สำหรับตัวเครื่องของ Nokia 6120 Classic นั้นมีขนาดที่ค่อนข้างกระทัดรัด ตัวเครื่องแม้ไม่ถึงกับบางเฉียบแต่ก็ถือว่าบางพอสมควรแล้ว สามารถจับถือได้ง่าย พื้นผิวโดยรวมไม่ลื่นจนเกินไป สามารถยึดเกาะได้ดี และไม่ว่าจะเป็นคนที่มีฝ่ามือที่เล็ก หรือฝ่ามือที่ใหญ่ก็น่าจะสามารถจับถือได้อย่างถนัดมือด้วยเช่นกัน ส่วนในเรื่องของน้ำหนักของตัวเครื่องขณะที่ใส่แบตเตอรี่แล้วนั้น ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุไว้ว่าจะหนักประมาณ 89 กรัม ซึ่งน้ำหนักระดับนี้ถือว่าค่อนข้างเบา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อน้ำหนักที่เบาผนวกกับวัสดุของตัวเครื่องส่วนใหญ่ที่ให้สัมผัสของความเป็นพลาสติก ก็อาจจะทำให้บางครั้งรู้สึกว่าตัวเครื่องยังไม่แข็งแรงแน่นหนาเท่าไหร่


ในขณะที่ต้องการใช้เครื่องเพื่อทำการถ่ายภาพ ผู้ใช้ก็สามารถจับถือในลักษณะของกล้องดิจิตอลได้เช่นกันเนื่องจากมีปุ่มกดสำหรับกล้องดิจิตอลที่ด้านข้างของตัวเครื่องอยู่แล้ว


จากรูปด้านบน เป็นการนำ Nokia 6120 Classic มาเปรียบเทียบขนาดกับโทรศัพท์มือถือค่ายเดียวกันอีก 2 รุ่นคือ Nokia 2630 และ Nokia 6500 Classic ซึ่งหากมองที่ด้านหน้าก็จะมีขนาดความกว้าง หรือความสูงที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่ถ้าหากนำมาเปรียบเทียบความบาง จะพบว่า 6120 Classic ก็ยังมีความหนามากกว่าทั้ง 2 รุ่นที่นำมาเทียบกันอยู่พอสมควร

เริ่มเปิดเครื่อง


เมื่อทำการใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ก็พร้อมที่จะทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งาน โดยวิธีการเปิดเครื่องของ Nokia 6120 Classic นั้นสามารถทำได้ไม่ยาก โดยกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่ด้านบนของตัวเครื่องค้างเอาไว้ประมาณ 2-3 วินาที หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการสตาร์ทตัวเอง ซึ่งเท่าที่สังเกตดูจะพบว่า 6120 Classic จะเปิดใช้งานได้ค่อนข้างเร็วทันใจพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกันกับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ของโนเกียเอง

ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล


หน้าจอแสดงผลของ 6120 Classic จะเป็นหน้าจอแบบ TFT LCD 16 ล้านสี ความละเอียดระดับ QVGA (320x240 Pixels) ซึ่งถือว่ามีความละเอียดสูง สว่างชัดเจน และมีสีสันที่สดใสเป็นอย่างดี แสดงผลได้ดีทั้งในที่มืด หรือที่แจ้ง แต่อย่างไรก็ดี ความกว้างของหน้าจอจะอยู่ที่ประมาณ 2 นิ้วเท่านั้น ทำให้การแสดงผลอาจจะไม่ใหญ่เต็มตามากนักสำหรับผู้ใช้บางราย สรุปแล้วหน้าจอแสดงผลของ 6120 Classic นั้นก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

ปุ่มกด และการตอบสนอง


ปุ่มกดทุกปุ่มของ Nokia 6120 Classic จะทำมาจากวัสดุพลาสติก ซึ่งส่งผลให้สัมผัสที่ได้จะดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าใดนักเวลากด อีกทั้งในขณะที่กดปุ่มบางปุ่มเช่นปุ่มตัวเลข อาจจะมีเสียงของการเสียดสีกันให้ได้ยินบ้าง นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่มีนิ้วมือค่อนข้างใหญ่อาจจะมีปัญหาในเรื่องความแม่นยำของการกดปุ่มแต่ละปุ่มมากกว่าผู้ที่มีนิ้วมือเล็ก เนื่องจากปุ่มส่วนใหญ่จะค่อนข้างเล็กและมีความแบนราบสูง อาจกดปุ่มพลาดได้เป็นระยะๆ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการตอบสนองนั้นสามารถทำได้ดี รวมถึงความรวดเร็วในการประมวลผลนั้นถือว่ารวดเร็วทันใจเป็นอย่างดี เท่าที่ได้ใช้งานไม่พบอาการหน่วงแต่อย่างใด หากจะกล่าวว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดรุ่นหนึ่งของโนเกียก็คงจะไม่ผิดนัก

เมนูและฟังก์ชันการทำงาน

สำหรับ Nokia 6120 นั้นทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.2 และมีรูปแบบของการแสดงผลหรือ User Interface เป็นแบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 3.1  ซึ่งการแสดงผลโดยรวมจะคล้ายกับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนค่ายโนเกียอีกหลายๆ รุ่น



ที่หน้าจอหลัก จะมีการแสดงรายละเอียดหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ที่ด้านบนสุดจะมีการแสดงระดับสัญญาณ, นาฬิกา, ชื่อเครือข่าย, ชื่อโปรไฟล์, ระดับพลังงานแบตเตอรี่ ส่วนแถวถัดมาจะเป็น Shortcut เพื่อเข้าฟังก์ชันหรือเมนูต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากเป็นค่าเดิมจากโรงงานจะประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันคือ รายชื่อ, ข้อความ, นาฬิกา, ปฏิทิน, เว็บ และบลูทูธ โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเมนูเหล่านี้ได้ตามต้องการในภายหลัง


เมื่อกดปุ่มเมนู จะปรากฏเมนูหลักของ Nokia 6120 Classic ให้เห็น ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 9 เมนูหลักคือ ข้อความ, รายชื่อ, บันทึก, การตั้งค่า, เว็บ, สื่อ, โปรแกรมช่วย, เครื่องเล่นเพลง, คลังภาพ, ดาวน์โหลด, แอปพลิเคชัน และบทแนะนำ

เมนูข้อความ

เมนูข้อความ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรับส่งข้อความเอาไว้ เช่น การสร้างข้อความใหม่, ถาดเข้า, โฟลเดอร์ของฉัน, ศูนย์ฝากข้อความ หรือฉบับร่าง เป็นต้น



สามารถสร้างข้อความได้ 4 รูปแบบคือ ข้อความตัวอักษร, ข้อความมัลติมีเดีย, ข้อความคลิปเสียง และอีเมล โดยมีฟังก์ชันพื้นฐานมาให้อย่างครบถ้วน คล้ายกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ของโนเกีย


สามารถเลือกใช้งานได้ 2 ภาษาคือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยมีระบบสะกดคำอัตโนมัติ และอักขระพิเศษมาให้เช่นเคย


ข้อความมัลติมีเดียสามารถใส่องค์ประกอบได้หลายอย่าง เช่น รูปภาพ, วิดีโอ, รูปภาพเล็ก, คลิปเสียง, วิดีโอคลิป หรือสไลด์ เป็นต้น


ผู้ใช้สามารถกำหนดคุณสมบัติ หรือลักษณะของการใช้งานฟังก์ชันข้อความได้ด้วยตนเอง


สามารถสร้างข้อความเสียงได้ โดยจะเลือกใช้คลิปเสียงที่มีอยู่แล้ว หรือจะสร้างคลิปเสียงใหม่ก็ได้เช่นกัน

เมนูรายชื่อ

เมนูรายชื่อ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน หรือการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายชื่อเอาไว้ เช่น การค้นหารายชื่อ, การเพิ่มรายชื่อ, การเพิ่มกลุ่มผู้โทร, การแก้ไขรายชื่อ, การเพิ่มรายละเอียดของรายชื่อ หรือการคัดลอกรายชื่อ เป็นต้น


รูปแบบของการแสดงผลที่ผู้ใช้ซิมเบี้ยนสมาร์โฟนหลายคนคงคุ้นเคยกันดี


สามารถเพิ่มรูปภาพเฉพาะหมายเลขได้ ซึ่งรูปภาพนี้จะแสดงเวลาที่มีสายเข้า หรือโทรออก ถือว่าเป็นลูกเล่นพื้นฐานไปแล้วสำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามรูปภาพที่แสดงก็ยังมีขนาดเล็กอยู่เช่นเคย ดังนั้นหากต้องการแสดงรูปภาพแบบเต็มหน้าจอ ผู้ใช้ก็คงจะต้องหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติมเองเองในภายหลัง


สามารถเพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละรายชื่อได้มากมาย


สามารถกำหนดกลุ่มของรายชื่อได้ เพื่อความสะดวกในการค้นหา หรือจัดการในภายหลัง


ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้งานเมนูรายชื่อได้ตามต้องการ

เมนูบันทึก

เมนูบันทึก คือเมนูที่มีไว้สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลการใช้งานเกี่ยวกับการโทร หรือการใช้ข้อมูลของผู้ใช้เอาไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ เช่นเบอร์โทรล่าสุด, เวลาการโทร หรือข้อมูลแพคเก็ต เป็นต้น


สามารถเลือกแสดงบันทึกทุกประเภทในหน้าเดียวได้


มีบันทึกเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย, เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก ตามปกติ


บันทึกเวลาการโทร และตัวนับข้อมูลแพคเก็ตก็มีมาให้เช่นกัน


ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการใช้งานการบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้ตามต้องการ รวมทั้งมีฟังก์ชันย่อยที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้อีกมากมาย

เมนูการตั้งค่า

เมนูการตั้งค่า คือเมนูที่รวบรวมการตั้งค่าใช้งานส่วนต่างๆ ของตัวเครื่อง โดยการตั้งค่าของ Nokia 6120 Classic จะแบ่งเป็น ลักษณะ, รูปแบบ, คำสั่งเสียง, เชื่อมต่อ, การตั้งค่า, เสียงพูด, โทรด่วน, ตัวจัดการ, ตัวช่วย และโทรศูนย์


เมนูย่อยต่างๆ ที่อยู่ภายในเมนูการตั้งค่ามีทั้งหมด 10 เมนู



มี Themes มาตรฐานมาให้ทั้งหมด 7 แบบด้วยกัน ได้แก่ Nokia Noir, Classic Blue, Nokia Original, Nokia Velvet, Pearl White, Pink และ Sand Gold


สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของเมนูได้ 4 รูปแบบคือ ตาราง, รายการ, เกือกม้า และรูปตัววี


สามารถกำหนดภาพพื้นหลัง รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ด้วยตนเอง


สามารถเลือกรูปแบบหรือ Profile ได้หลายรูปแบบ โดย Profile มาตรฐานที่มีมาให้จะประกอบไปด้วย ทั่วไป, เงียบ, ประชุม, นอกสถานที่, วิทยุติดตามตัว และออฟไลน์ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปกำหนดคุณสมบัติของแต่ละ Profile ได้ตามต้องการ 


สามารถเลือกไฟล์เสียงเรียกเข้า หรือเสียงเตือนต่างๆ ได้ รวมถึงรูปแบบการดังของเสียงเรียกเข้า หรือระดับความดังของเสียง เป็นต้น 


กำหนดระดับเสียงปุ่มกด หรือตัวเลือกของการปลุกได้


สามารถกำหนดการสั่งงานด้วยเสียง เพื่อใช้งานเมนู หรือฟังก์ชันต่างๆ ด้วยเสียงพูดได้


การเชื่อมต่อจะประกอบไปด้วยเมนูย่อย 6 เมนูคือ ถ่ายโอน, USB, ซิงค์, ตัวเชื่อม, Bluetooth และการสนทนา


การโอนข้อมูล จะประกอบไปด้วย การถ่ายโอนข้อมูล, การบันทึกโอน และโทรศัพท์


ผู้ใช้สามารถกำหนดตัวเลือกสำหรับการใช้งานสาย Data Cable ได้ด้วยตนเอง


สามารถเรียกใช้งานการซิงค์ แก้ไขรูปแบบของการซิงค์ หรือสร้างรูปแบบของการซิงค์ใหม่ได้


สามารถจัดการการเชื่อมต่อที่กำลังใช้งานอยู่ได้


สามารถเปิด-ปิดการใช้งาน Bluetooth หรือตั้งค่าสำหรับการใช้งาน Bluetooth ได้เช่น ชื่อของโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ที่จับคู่ เป็นต้น


การสนทนา หรือ Push-to-Talk ก็มีมาให้ใช้งานด้วย


การตั้งค่า จะเป็นการตั้งค่าพื้นฐานที่สำคัญโดยทั่วไปของการใช้งานเครื่อง โดยจะประกอบไปด้วย ทั่วไป, โทรศัพท์, การเชื่อมต่อ และแอปพลิเคชัน


ในกลุ่มการตั้งค่าทั่วไป จะประกอบไปด้วย จอภาพ, โหมดพร้อมทำงาน, แบบเสียง, ลักษณะ, ภาษา และเสียงสั่งงาน


จอภาพสามารถปรับตั้งค่าใช้งานได้หลากหลาย เช่น ความสว่าง, ขนาดของตัวอักษร, การประหยัดพลังงาน, โลโก้หรือข้อความต้อนรับ หรือเวลาของแสงสว่าง เป็นต้น 


สามารถกำหนดคุณสมบัติของโหมดพร้อมทำงาน หรือแบบเสียงได้


กำหนดลักษณะของการแสดงผลโดยทั่วไป


กำหนดรูปแบบของภาษาที่ใช้งานในเครื่องได้ 2 ภาษาคือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ


กำหนดคุณสมบัติของคำสั่งเสียงได้



กำหนดข้อมูลเวลา, เขตเวลา หรือวันที่ได้ รวมถึงรูปแบบของการแสดงผล, แบบเสียง หรือวันทำงาน เป็นต้น


ตั้งค่าอุปกรณ์เสริมได้ตามต้องการ เช่น ชุดหูฟัง, หูฟัง, ชุดติดรถยนต์แบบไร้สาย หรือแท่นชาร์จและลำโพง เป็นต้น


จัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องได้


สามารถเรียกคืน หรือทำการ Restore เพื่อให้เครื่องมีการตั้งค่าเหมือนกับที่ตั้งมาจากโรงงานได้


สามารถตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้งานระบบ GPS ได้ แต่สำหรับ Nokia 6120 Classic นั้นไม่มีตัวรับสัญญาณ GPS ในตัว ดังนั้นหากต้องการใช้งานระบบ GPS จริงๆ ก็จะต้องมีอุปกรณ์เสริมแยกอีกต่างหาก


การตั้งค่าเกี่ยวกับการโทรศัพท์ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ ตั้งค่าการโทร, การตั้งค่าการโอนสาย, ตั้งค่าจำกัดการโทร และตั้งค่าเครือข่าย


สามารถตั้งค่าเกี่ยวกับการเชื่อมต่อได้ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, USB, จุดเชื่อมต่อ, ข้อมูลแพคเก็ต หรือสายข้อมูล


จะตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชันก็สามารถทำได้ เช่นการตั้งค่าแอปพลิเคชันบันทึก, RealPlayer, เครื่องบันทึกเสียง หรือกล้อง เป็นต้น


ลักษณะของการตั้งค่าการบันทึก


ลักษณะของการตั้งค่า RealPlayer, เครื่องบันทึกเสียง, รูปภาพ และวิดีโอ


ลักษณะของการตั้งค่าการจัดการแอปพลิเคชัน


ลักษณะของการตั้งค่า Visual Radio


ลักษณะของการตั้งค่าเสียงพูด


สามารถกำหนดหมายเลขโทรด่วนได้


โปรแกรมสำหรับจัดการแอปพลิเคชัน, การติดตั้ง หรือถอนการติดตั้ง ก็มีมาให้ใช้งานเช่นกัน


ลักษณะของโปรแกรมสำหรับจัดการไฟล์ ซึ่งสามารถจัดการได้ทั้งไฟล์ในหน่วยความจำเครื่อง และไฟล์ในการ์ดหน่วยความจำ


สามารถแสดงเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ที่อยู่ภายในเครื่อง รวมทั้งสามารถจัดการเกี่ยวกับการอัพเดตเฟิร์มแวร์ได้


ลักษณะของการกำหนดสิทธิการใช้งาน


ลักษณะของโปรแกรมจัดการการ์ดหน่วยความจำ


ข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ หรือระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่อง


มีตัวช่วยสำหรับการตั้งค่าการเชื่อมต่อให้ และสามารถกำหนดค่าของศูนย์ฝากข้อความเสียงได้

เมนูเว็บ

เมนูเว็บ คือเมนูที่รวบรวมฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเปิดเว็บเอาไว้ เช่น การเปิดเว็บ, การบุ๊คมาร์ค, การนำทาง, การตั้งค่าจุดเชื่อมต่อ เป็นต้น



มีบุ๊คมาร์คสำหรับเก็บบันทึกที่อยู่เว็บ หรือข้อมูลเว็บต่างๆ ที่ผู้ใช้มักจะต้องเข้าไปเยี่ยมชมอยู่บ่อยๆ


สามารถเลือกแสดงผลในแนวนอนได้ เพื่อมุมมองที่กว้างขึ้น



ผู้ใช้สามารถตั้งค่าสำหรับการใช้งานเว็บได้หลากหลาย เช่น จุดเชื่อมต่อ, โฮมเพจ, แผนที่ย่อ, รายการประวัติ, การโหลดเนื้อหา, ขนาดจอภาพ, การเข้ารหัส, การปิดกั้นป๊อปอัพ หรือขนาดแบบอักษร เป็นต้น

เมนูสื่อ

เมนูสื่อ คือเมนูที่รวบรวมโปรแกรมเกี่ยวกับเรื่องของมัลติมีเดียเอาไว้ ได้แก่ การบันทึกเสียง, วิทยุ, ตัวเล่น Flash, RealPlayer และกล้องดิจิตอล



มีโปรแกรมบันทึกเสียงมาให้เช่นเคย โดยสามารถบันทึกได้นาน 1 นาที หากต้องการบันทึกเสียงได้นานกว่านี้ ก็จะต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม



มีวิทยุ FM Stereo ในตัว พร้อมทั้งสามารถรองรับการใช้งานระบบ Visual Radio ได้ นอกจากนั้นก็มีฟังก์ชันพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งานวิทยุมาให้ด้วย เช่น การเก็บบันทึกสถานี, การค้นหาคลื่น หรือการเล่นเป็นพื้นหลัง เป็นต้น


มีโปรแกรมเล่นไฟล์ Flash มาให้